
'หาหุ้น' ในยาม...หายาก (ตอนจบ)
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต www.CsiSociety.com Add Line: @CsiSociety
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต www.CsiSociety.com Add Line: @CsiSociety
เมื่อฉบับที่แล้วเราได้คุยกันถึงการ “หาหุ้น” เพื่อให้นักศึกษาของโครงการนักลงทุน CSI รุ่น 12 มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มาประลองฝีมือในการวิเคราะห์ ประเมินราคา และหาให้พบว่าหุ้นตัวนั้นๆ มีความสามารถในการแข่งขันและมีราคาที่น่าลงทุนไหม
แต่ในครั้งนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์บ้านเราอยู่ประมาณ 1,600 จุดเข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้การหาหุ้นในครั้งนี้ จึงอยู่ในสภาพที่...หายากยิ่ง โดยคณะทำงานต้องคำนึงถึงปัจจัย 4 ข้อด้วยกันคือ หนึ่ง หุ้นตัวนั้นๆ จะต้องมีความสามารถที่โดดเด่น และมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดของตนสูงที่สุด หรือเกือบสูงที่สุด สอง หุ้นตัวนั้นๆ จะต้องมีราคาที่ “ไม่แพง” เกินกว่าพื้นฐานและโอกาสในอนาคต สาม ควรจะมีแนวโน้มที่จะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้ราคาปรับขึ้นได้ภายใน 3-6 เดือนนี้ และ สี่ สำคัญที่สุดคือผู้บริหารจะต้องมีธรรมาภิบาล ซึ่งเราก็ได้หุ้นมา 5 ตัว แต่จะขอมาคุยแค่ 4 ตัว เมื่อวานนี้ได้คุยตัวที่หนึ่งไปแล้ว วันนี้จะขอคุยต่ออีก 3 ตัวที่เหลือ ดังนี้นะครับ
หุ้นตัวที่สอง
หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะเป็นโรงพยาบาลขนาดกลางที่ให้บริการประกันสังคม ในปี 2560 นี้น่าจะเป็นปีที่สดใส เพราะมีมาตรการต่างๆ ที่ออกมาเอื้อต่อผู้ประกันตน ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจโรงพยาบาลคือ หนึ่ง การเพิ่มสิทธิให้ผู้ประกันตนได้ทำฟันฟรีโดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าในวงเงิน 900 บาท/ปี และมาตรการตรวจสุขภาพฟรี ซึ่งการเพิ่มสิทธิดังกล่าวจะทำให้มีผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบมากขึ้น
สอง สำนักงานจะมีการปรับฐานคำนวณเงินสมทบใหม่จาก 1.5 หมื่นบาท เป็น 2 หมื่นบาท ทำให้เงินสมทบเพิ่มจากเดือนละ 750 บาท เป็น 1,000 บาท จึงมีแนวโน้มสูงขึ้นไปอีกที่จะปรับอัตราค่าเหมาจ่ายต่อหัวและค่าภาระโรคเสี่ยง ซึ่งจะทำให้กำไรต่อหัวของโรงพยาบาลในเครือประกันสังคมเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลการปรับภายในไตรมาสแรกของปีนี้
นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงภายในโรงพยาบาลที่มีนัยสำคัญอีกด้วย เริ่มจากการมีแผนจะเปิดให้บริการตึกใหม่ ซึ่งจะเป็นอาคารให้บริการศูนย์โรคเฉพาะทาง (Excellent Center) ให้ครบทั้ง 9 ศูนย์ รวมถึงการขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยก็จะส่งผลดีต่อโรงพยาบาลเช่นกัน โดยจะเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยใน และห้องตรวจสำหรับผู้ป่วยนอก ซึ่งจะส่งผลทำให้สัดส่วนผู้ป่วยเงินสดมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นไปอีก
หุ้นตัวที่สาม
ธุรกิจสินค้าบริโภคก้าวไปพร้อมกับร้านสะดวกซื้อและตลาดต่างประเทศหุ้น ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นหุ้นที่คณะทำงานถกเถียงกันมากที่สุดตัวหนึ่ง ในเรื่องความสามารถในการแข่งขันซึ่งมีเหนือกว่าคู่แข่งขันเป็นอย่างมาก การที่บริษัทสามารถสร้างความสัมพันธ์กับร้านสะดวกซื้อรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศได้อย่างแนบแน่น ทำให้นวัตกรรมทางด้านสินค้าบริโภคของบริษัทนั้น มีช่องทางจัดจำหน่ายขนาดใหญ่มหึมา
จึงดูเหมือนว่าหน้าที่หลักของบริษัทนี้ก็คือ ค้นหาสินค้าที่ถูกใจแก่ผู้บริโภคให้เจอเท่านั้น ถ้าเจอสินค้านั้นเมื่อไร ก็มีโอกาสเป็นอย่างมาก ที่ยอดขายจำนวนมหาศาลจะตามมา เรามาลองดูสินค้าที่บริษัทนี้จำหน่ายในปัจจุบันกันหน่อยนะครับ
เครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อ ได้แก่ กาแฟเย็นและเครื่องดื่มใหม่ๆ ในอนาคต แนวโน้มในอนาคตค่อนข้างสดใส ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากมองง่ายๆ ก็อาจกล่าวได้ว่า รายได้ในกลุ่มนี้อยู่ในฐานะ “STAR” และมีโอกาสจะกลายไปเป็น “Cash Cow” ของบริษัทได้ในอนาคต
รายได้จากสินค้าเบเกอรี่และสินค้าลิขสิทธิ์ คณะทำงานคิดว่ารายได้ในส่วนนี้ยังอยู่ในช่วง “แสวงหา” ซึ่งยังคงต้องใช้เวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่เจอ “สินค้าที่ใช่” ก็มีโอกาสที่จะสร้างรายได้และกำไรเป็นจำนวนมาก
สินค้าเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนับเป็นตลาดที่ใหญ่และมีอัตราการเติบโตที่สูง สินค้าไปได้ค่อนข้างดีภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูง
เครื่องดื่มรสผลไม้ ที่เจาะตลาดต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่มาก อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในขั้นทดลอง หากติดตลาด...ก็คงจะสร้างมูลค่าการตลาดที่สูงมากเช่นกัน
หุ้นตัวที่สี่
สินค้าบริโภคชื่อดังของเมืองไทยและเป็นสินค้ายอดฮิตของนักท่องเที่ยว
สินค้ากินเล่นตัวนี้เริ่มกำเนิดในประเทศไทย แต่ด้วยความเป็นสินค้าที่เกาะกระแสการรักษาสุขภาพ และรสชาติที่อร่อย ก็ทำให้สามารถครองใจประชาชนชาวไทยได้เป็นส่วนใหญ่ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงที่สุดในตลาดเมืองไทย ในปี 2558 มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 60% ของตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากในการที่จะรักษาส่วนแบ่งการตลาดสูงขนาดนี้ไว้ได้
แต่ในปี 2559 คาดว่าตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดจะสูงขึ้นไปอีกกว่า 65% นั่นแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่มีระดับสูงมาก จนคู่แข่งขันต้องสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นไปอีก
ตลาดต่างประเทศสินค้าตัวนี้ได้บุกยังไปบางประเทศที่มีจำนวนประชากรเป็นพันล้านคน หรือบางประเทศก็มีจำนวนประชากรหลายร้อยล้านคน ในปัจจุบันตลาดต่างประเทศของบริษัทนี้ขยายตัวจนทำให้รายได้จากต่างประเทศสูงกว่า 50% ของรายได้รวมของบริษัทเข้าไปแล้ว โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่าตลาดต่างประเทศของสินค้าตัวนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 15 เท่า (จาก 100 ล้านบาท เป็นมากกว่า 1,500 ล้านบาทในปัจจุบัน)
สิ่งที่สำคัญคือรูปแบบการกระจายสินค้าในต่างประเทศผ่านห้างในรูปแบบ Modern Trade (ซึ่งก็คล้ายๆ โลตัส บิ๊กซี ในบ้านเรา) มีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่าตลาดต่างประเทศของสินค้าตัวนี้ยังจะเติบโตได้อีกมหาศาล
และทั้งหมดคือเรื่องราวของการ “หาหุ้น ในยาม...หายาก” หวังว่าจะทำให้คุณผู้อ่านเกิดประกายในการลงทุนไม่มากก็น้อยนะครับ ซึ่งอันที่จริงแล้วการลงทุนในตลาดหุ้นไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่เป็นสิ่งที่ต้องตั้งใจ อดทน และรอบคอบ
ทำให้นึกถึงนักลงทุนนามก้องโลก Peter Lynch ที่เคยกล่าวไว้ว่า “Everyone has the brainpower to follow the stock market. If you made it through fifth-grade math, you can do it.” แปลตามความได้ว่า “ทุกคนมีกำลังสมองที่จะลงทุนในหุ้นได้ ถ้าคุณสามารถทำเลขชั้น ป.5 ได้ คุณก็ลงทุนได้”
หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนได้เพิ่มเติมได้ที่ www.doctorwe.com







