
อุตฯเรียก 76 โครงการหารือวันนี้
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม จะเป็นประธานประชุมผู้ประกอบการ 76 โครงการ ในโครงการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรับทราบคำพิพากษาของศาลในวันที่ 6 ก.ย. และต้องการให้ผู้ประกอบการแต่ละรายดำเนินการขอยกเลิกคำสั่งระงับกิจการตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เคยออกมาก่อหน้านี้ตามคำสั่งศาลเมื่อเดือน ก.ย. 2552 ซึ่งเชื่อว่าเมื่อยื่นเรื่องมายังหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะใช้เวลาไม่นานในการพิจารณา เพราะทุกอย่างมีกรอบของกฎหมายไว้อ้างอิงอยู่แล้ว
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. กล่าวว่า สำหรับโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 กลุ่ม ปตท. จะประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการออกใบอนุญาตเดินเครื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในไม่ช้า ทั้งนี้หากโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 6 สามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ ก็จะสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชนิดต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงผลิตวัตถุดิบที่เป็นสารตั้งต้นให้กับโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เช่น อีเทน นอกจากนั้นยังสามารถผลิตก๊าซแอลพีจีซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศด้วย
อย่างไรก็ตาม ปตท. รับทราบคำพิพากษา และพร้อมนำคำพิพากษาไปปฏิบัติ โดยจะเร่งประสานงานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนออกใบอนุญาตดำเนินโครงการต่อไป ทั้งนี้จากทั้งหมด 25 โครงการของกลุ่ม ปตท. ที่อยู่ท้ายคำฟ้อง มีเพียง 1 โครงการที่เข้าข่าย 11 ประเภทโครงการรุนแรงตามประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ คือ โครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอล (ส่วนขยาย) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เฮชไอเอ) ที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จครบถ้วนตามกระบวนการที่กำหนดโดยเร็วที่สุด
น.ส.สมพิศ เจริญเกียรติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้าของธนาคารที่ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่สามารถเดินหน้าโครงการต่อได้นั้น ได้ส่งหนังสือแจ้งมายังธนาคารเรียบร้อยแล้วเพื่อยืนยันลงทุนต่อ ส่วนรายที่ต้องชะลอโครงการต่อไปนั้น ธนาคารยังไม่ได้ดูในรายละเอียดว่าเป็นลูกค้าธนาคารด้วยหรือไม่ แต่มูลค่ารวมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารในมาบตาพุดถือเป็นอันดับต้นๆ ที่ปล่อยสินเชื่อมากที่สุด
ทั้งนี้ ลูกค้าของธนาคารที่ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดส่วนใหญ่ใช้สินเชื่อหมุนเวียน ในช่วงที่เกิดปัญหาลูกค้าได้หยุดเบิกใช้สินเชื่อ และบางส่วนก็ชำระหนี้คืนก่อนกำหนดหลักพันล้านบาท
“
ที่ผ่านมาลูกค้าขอคืนหนี้ก่อนพอสมควร มีหลายโรงงานในมาบตาพุด เพราะเขาไม่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบ หยุดการผลิต อีกอย่างเศรษฐกิจตอนนี้ดี ลูกค้าสภาพคล่องสูง เงินทุนที่มีอยู่ก็ถือว่าเพียงพอ แต่วงเงินพวกนี้ยังอยู่ปกติ ไม่ได้ยกเลิก เพราะเขาไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข เป็นการทบทวนให้สินเชื่อกันปีต่อปี” น.ส.สมพิศ กล่าวด้านนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ถือเป็นแนวโน้มที่ดีต่อนักลงทุน ทำให้เกิดทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นในการเดินหน้าโครงการต่อ โดยลูกค้าของธนาคารที่ลงทุนในมาบตาพุดนั้นมีประมาณ 23 โครงการ
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนของธนาคารนั้น เชื่อว่าจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของลูกค้า เพราะขณะนี้ลูกค้าในกลุ่มที่มีต่างประเทศถือหุ้นร่วมด้วย คงต้องไปทำความเข้าใจกันก่อนนายปิติ กล่าวว่า ลูกค้าของธนาคารที่ขอสินเชื่อลงทุนในมาบตาพุด เป็นสินเชื่อระยะยาว แต่ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ จึงมีสายป่านที่ดีพอ ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก ซึ่งเงินที่ยังไม่มีการเบิกใช้ในช่วงก่อนหน้านี้ ธนาคารก็ได้กันไว้.







