
ระวังบริโภคแผ่ว
การบริโภคในประเทศที่เคยจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ซึ่งรัฐบาลหวังให้ร่วมผลักดันเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวได้เกือบ 4% ดูแนวโน้มคงต้องลุ้นหนักแล้ว เพราะสัญญาณจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมาแนวโน้มคงต้องใช้เวลาอีก 2 ปี กว่าจะปรับเข้าสู่สมดุล หรือภาพรวมคงทรงตัวหรือโตได้ไม่มากพอจะเป็นหัวหอก ช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนได้มากอย่างที่หวัง
การบริโภคในประเทศที่เคยจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ซึ่งรัฐบาลหวังให้ร่วมผลักดันเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวได้เกือบ 4% ดูแนวโน้มคงต้องลุ้นหนักแล้ว เพราะสัญญาณจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมาแนวโน้มคงต้องใช้เวลาอีก 2 ปี กว่าจะปรับเข้าสู่สมดุล หรือภาพรวมคงทรงตัวหรือโตได้ไม่มากพอจะเป็นหัวหอก ช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนได้มากอย่างที่หวัง
ตามที่ผู้เชี่ยวชาญวงการอสังหาริมทรัพย์ออกมาบอกว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ช่วงปี 2560-2561 จะเติบโตแบบปกติ รูปแบบใหม่หรือนิวนอร์มอล ซึ่งเป็นการเติบโตในอัตราที่ต่ำ จากปกติอสังหาริมทรัพย์ภาพรวมจะขยายตัวปีละ 10-15% ส่วนนิวนอร์มอลใหม่จะโตปีละแค่ 5% บวกลบเล็กน้อยเท่านั้น
ขณะที่การซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเติบโตอัตราต่ำนิวนอร์มอล ในส่วนของการซื้อเพื่อการลงทุนไว้ปล่อยเช่าเก็บกินระยะยาว หรือซื้อลงทุนหากำไรจากทั้งค่าเช่าและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นด้วยนั้น ตามคาดการณ์ก็ออกมาว่าแนวโน้มไปทางลดลง เพราะอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อช่วงนี้ขายต่อช้าหรือขายยากมาก
ปัจจัยที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์โตต่ำดังกล่าว เรื่องหลักๆ ยังอยู่ที่ผู้ซื้อระดับกลาง-ล่างโดนปฏิเสธปล่อยกู้ในอัตราสูงกว่าครึ่ง เพราะความสามารถผ่อนชำระน้อยลง รวมทั้งบางส่วนมาจากการที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้นจากไม่ต้องการรับความเสี่ยง หลังหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงถึงกว่า 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทำให้สต๊อกบ้านที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกำลังซื้อล่วงหน้าที่ควรจะเพิ่มปีละ 10-15% แต่นิวนอร์มอลซื้อแค่ 5% สต๊อกที่อยู่อาศัยดังกล่าวจึงต้องใช้เวลา 2 ปี ปรับพอร์ตให้อยู่อัตราปกติ
เมื่อเป็นเช่นนี้อสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลเคยใช้เป็นหัวหอกเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ จากผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์จะต้องใช้จ่ายตกแต่งบ้าน ต้องซื้อของใช้เข้าไปในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่นโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัวต่างๆ ทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มกำลังการผลิต เพิ่มการจ้างงาน พนักงานมีรายได้ไปใช้จ่ายบริโภค ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ตรงส่วนนี้คงต้องซึมไป 2 ปี รัฐบาลคงต้องไปหวังการใช้จ่ายภาครัฐงบลงทุน การใช้จ่ายของรัฐวิสาหกิจ ไปหวังภาคบริการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ให้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนเดิม หรืออาจต้องลุ้นสินค้าโภคภัณฑ์บางตัวที่จะดีขึ้นตามราคาน้ำมันโลก
จากคาดการณ์ดังกล่าว จึงอยากให้รัฐบาลจับตาแรงส่งหรือโมเมนตัมจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ดี เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าของชิ้นใหญ่อย่างอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างจะมีบทบาทกับเศรษฐกิจ ที่ทำให้เกิดขึ้นมาแล้วกับหลายประเทศทั่วโลก เช่นวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐที่ผ่านมา รวมทั้งเศรษฐกิจจีนที่มีความเสี่ยงส่วนหนึ่งมาจากอสังหาริมทรัพย์ที่แข่งขันกันสร้างจนโดนทิ้งล้างเป็นหนี้เสีย
ดังนั้น ถ้าการบริโภคในประเทศจากอสังหาริมทรัพย์คาดหวังได้น้อย รัฐบาลก็คงต้องเข้มการใช้จ่ายภาครัฐและรัฐวิสาหกิจให้ข้น ดันให้งานให้เงินออกเป็นรูปธรรม ภาคบริการท่องเที่ยวต้องเสริมความสามารถการแข่งขันให้ยังสู้ในระดับโลกได้ ขณะที่การส่งออก ซึ่งเป็นรายได้หลักกว่าครึ่งของเศรษฐกิจถ้าทำให้เติบโตได้จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เมื่อตัวช่วยผลักดันเศรษฐกิจมีน้อยอย่างนี้ และบางตัวอาจแผ่วไป รัฐบาลคงต้องละเอียดมากขึ้นในช่วงนี้ ก่อนโมเมนตัมจะส่งไปไม่ครบถึงทั้งปี งานนี้ต้องละเอียด







