
มติเพื่อไทยส่งจิ๋วเจรจาปรองดอง
มติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ส่ง พล.อ.ชวลิต นำทีมเจรจาปรองดองกับรัฐบาล ชี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดังต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย
มติที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ส่ง พล.อ.ชวลิต นำทีมเจรจาปรองดองกับรัฐบาล ชี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดังต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 19.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย คณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เปิดแถลงหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค กรณี ข้อเสนอแผนปรองดอง5ข้อ
นายยงยุทธแถลงว่า ตามที่พรรคออกแถลงการณ์ในการสร้างความปรองดองซึ่งทำให้หลายฝ่ายออกมาตอบรับถึงแนวทางดังกล่าว วาระสำคัญของกาประชุมวันนี้คือการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยพรรคยืนยันจุดยืนของพรรคมาโดยตลอดคือประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม พรรคเห็นว่าความแตกแยกของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข กรรมการบริหารพรรคจึงมีมติดังนี้
1.พรรคขอสนับสนุนแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติเพื่อนำความสุขกลับมาสู่ประเทศไทย 2.พรรคขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเป็นประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นในประเทศ 3.พรรคไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงและการสร้างสถานการณ์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง
4.พรรคขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้ทุกฝ่ายร่วมกันถวายความจงรักภัดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่ประจักษ์และหยุดกระทำการใดๆอันอาจเป็นการที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท 5.ขั้นตอนต่อไปของพรรค หัวหน้าพรรคและคณะผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้ดำเนินการในการเจรจาและติดต่อประสานงานเพื่อให้แนวทางการปรองดองเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
นายพร้อมพงศ์กล่าวเสริมว่า วันที่6ก.ย. กรรมการบริหารพรรคจะนำมติกรรมการบริหารพรรคเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประสานกิจกรรมพรรค ที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นประธานเพื่อหารือก่อนเพื่อกำหนดบุคคลที่จะไปประสานงานกับรัฐบาล และเมื่อสรุปแล้วจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมส.ส.พรรคในวันที่7ก.ย.ต่อไป
เมื่อถามว่า พรรคจะขอนัดพบรัฐบาลเองเลยหรือไม่เพราะคล้ายว่า รัฐบาลอยากให้ฝ่ายค้านนัดเจรจาโดยอ้างว่าขอดูความจริงใจ นายยงยุทธกล่าวว่า เรื่องนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ได้ มันต้องร่วมมือกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ที่ประชุมพรรคได้มอบให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค เป็นคนนำคณะเจรจาประมาณ 4-5 คน เป็นตัวแทนพรรค ส่วนนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.ที่พรรคอยากส่งไปเป็นคณะเจรจาด้วยแต่ต้องดูกระแสและฝ่ายตรงข้ามว่าจะยอมรับนายจตุพรด้วยหรือไม่ เพราะหากนายจตุพรเข้าร่วมคณะเจรจาด้วยนั้นอาจจะเป็นการถูกกล่าหาว่าฮั้วทางการเมือง และนายจตุพรเองจะตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้หลังจากที่นายกฯกลับมาจากประเทศจีนน่าจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้







