
การบริหารทีมงาน เพื่อสร้างความสำเร็จ
เพื่อสร้างความสำเร็จในการบริหารทีมงานอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืนที่สอดคล้องกับบทความคราวที่แล้วในเรื่องการสร้างทีม
โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์
เพื่อสร้างความสำเร็จในการบริหารทีมงานอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืนที่สอดคล้องกับบทความคราวที่แล้วในเรื่องการสร้างทีม วันนี้ผมขอนำเสนอแนวทางการบริหารทีมงานของ Mary Parker Follett (1868-1933) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกทฤษฎีองค์กรและการบริหารงานบุคคลสมัยใหม่ได้ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ข้อดังนี้
1.ความชัดเจนในวัตถุประสงค์ (Clear Sense of Purpose)
ในการทำงานนั้นจะต้องเริ่มต้นด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์ โดยให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์นั้น (Shared Vision) เพื่อจะได้เห็นภาพในอนาคตขององค์การไปพร้อมๆ กับผู้บริหาร โดยผู้บริหารองค์การเป็นผู้จุดประกาย เพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมและให้ประโยชน์สูงสุดให้องค์การ
2.พฤติกรรมการมีส่วนร่วม (Participation)
ในที่นี่หมายถึงการมีส่วนร่วมของสมาชิกในทีมงานเพื่อให้ได้รับรู้จุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายจากองค์การ การมีส่วนร่วมได้แก่ การได้เข้ารับฟัง การแสดงความคิดเห็น หรืออภิปราย
3.การรับฟังซึ่งกันและกัน (Listening)
สมาชิกตั้งใจฟังการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกคนอื่นอย่างตั้งใจ คิดพิจารณาไตร่ตรองสิ่งที่ได้รับฟัง สนใจในเรื่องที่สมาชิกต้องการให้รับรู้ แสดงความเอาใจใส่ต่อคำขอร้อง
4.แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ (Civilized Disagreement)
การไม่เห็นด้วยเป็นปรากฏการณ์ปกติที่มักเกิดขึ้นในทีมงาน เป็นภาพสะท้อนให้เห็นบรรยากาศการทำงานที่เป็นอิสระทางความคิด
ความคิดเห็นที่แตกต่างมักมีประโยชน์เสมอ ถ้าการแสดงความคิดเห็นนั้นไม่ได้บั่นทอนความรู้สึกของสมาชิกผู้อื่นให้ดูเหมือนกับถูกตำหนิ การแสดงความคิดเห็นที่ดีย่อมนำไปสู่ความเป็นปึกแผ่นของทีมงานได้ในที่สุด
5.การสื่อสารที่เปิดเผย (Open Communication)
เป็นการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสมาชิกในทีมงานด้วยการเปิดเผย มีความจริงใจต่อกัน มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งผู้นำทีมและสมาชิกในทีมงานควรมีการกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารกัน
6.การรับรู้บทบาทและหน้าที่ในงานอย่างชัดเจน (Clear roles and work assignments)
มีการระบุภาระงาน และข้อกำหนดในการทำงาน พร้อมกับมีการกำหนดบทบาทและความคาดหวังต่องานที่มอบหมาย
7.ภาวะผู้นำร่วม (Shared Leadership)
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในการทำงานเป็นทีม คือ ภาวะผู้นำร่วมในทีมงาน เนื่องจากการทำงานเป็นทีมนั้นได้เป็นการนำความสามารถที่หลากหลายของบุคคลที่เป็นสมาชิกในทีมเข้ามาทำงานร่วมกัน ดังนั้นภาวะผู้นำจึงไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้นำทีมเท่านั้น แต่สมาชิกทุกคนต้องมีความเป็นภาวะผู้นำร่วมด้วย เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานและดำรงรักษาความเป็นทีมงานเอาไว้
เช่น การริเริ่ม ให้ข้อมูล แสวงหาข้อมูล ให้ความกระจ่าง การสรุป การทดสอบวิเคราะห์ความคิดความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ การผสมผสานความคิดเพื่อแสวงหาจุดร่วม สอบถามตรวจสอบในการตัดสินใจ การสนับสนุน และการประนีประนอม เป็นต้น
8.เครือข่ายความสัมพันธ์กับภายนอก (External Relations)
สมาชิกทุกคนช่วยกันแสวงหาความร่วมมือจากภายนอก เช่น ลูกค้า ผู้ใช้บริการ และผู้อุปถัมภ์รายการ กลุ่มบุคคลภายนอกจะเป็นผู้ให้ข้อมูลย้อนกลับในเชิงประเมินการปฏิบัติงานของทีมงาน ความสัมพันธ์ภายนอกเป็นแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นและมีคุณค่าต่อการปฏิบัติงานของทีม
ความสัมพันธ์ที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันของสมาชิกที่อยู่ในหน่วยงานต่างกัน อาจทำให้ได้รับความช่วยเหลือด้านต่างๆ ที่เอื้ออำนวยการปฏิบัติงานของทีม
ถ้าท่านสามารถทำได้ 8 ข้อนี้แล้ว จะทำให้การบริหารทีมงานเป็นไปตามที่คาดหวังอย่างแน่นอน







