
ขู่ กลางเดือนต.ค.ปิดล้อมมาบตาพุด
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกประกาศดีเดย์กลางเดือนต.ค.ปิดล้อมนิคมมาบตาพุด หากไม่มีมาตรการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกประกาศดีเดย์กลางเดือนต.ค.ปิดล้อมนิคมมาบตาพุด หากไม่มีมาตรการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า หลังศาลปกครองกลางให้เพิกถอนใบอนุญาตกิจกรรมหรือโครงการที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) วันที่ 31 ส.ค.กำหนดประเภทโครงการและกิจกรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงไว้ 11 ประเภท ในมูลเหตุต้องมาดูว่าศาลให้สิทธิ์ในการคุ้มครองเรื่องสิทธิชุมชนที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนทั้งประเทศ
ทั้งนี้ ศาลระบุข้อเท็จจริงพื้นที่มาบตาพุดเป็นพื้นที่มีผลกระทบรุนแรงต่อเนื่องยาวนาน แต่ในช่วงท้ายไปโยงกับประกาศ 11 ประเภทโครงการรุนแรง เลยทำให้พื้นที่มาบตาพุดที่มีผลกระทบรุนแรง ทำให้ความเห็นที่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐละเลย ทำให้สิทธิชุมชนที่มีอำนาจในการฟ้องมันหมดไปด้วย เพราะโครงการ 11 ประเภทโครงการรุนแรง ถ้าเอามาเปรียบเทียบกับ 76 โครงการที่มีอยู่ เป็นโครงการที่ไม่ได้เข้าข่ายทั้งสิ้น
ทำให้รัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง เป็นหมัน ไม่มีผลในทางปฏิบัติและก็ไม่รู้ว่าในข้อเท็จจริงยังปล่อยให้การประกาศประเภท 11 โครงการรุนแรงยังเป็นอย่างนี้อยู่ มาตรา 67 วรรคสองก็ไม่จำเป็นจะต้องมีอยู่อีกต่อไปก็ได้ แต่เราพร้อมด้วยภาคประชาชนทั่วประเทศจะทำงานต่อเนื่องและจะมีการรณรงค์จัดเวทีสัมมนาให้แต่ละภูมิภาคเป็นผู้จัด เติมเต็มข้อมูลทางวิชาการเข้าไปให้มากที่สุด ท่ามกลางความคิดเห็นของประชาชน และจะนำเสนอรัฐบาลให้ล้ม 11 ประเภทโครงการรุนแรง และเสนอให้มีการจัดทำใหม่
นายสุทธิ กล่าวว่าจะเดินทางไปพบนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายในอาทิตย์หน้า อยากทราบว่าในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่าย คิดเรื่องนี้อย่างไร ในเมื่อเคยสัญญากับพวกเราอย่างเป็นมั่นเหมาะว่าถ้ารัฐบาลไม่ทำตามข้อเสนอที่รัฐบาลเชิญให้มาเป็นประธาน แล้วยังเฉยนิ่งอยู่ได้อย่างไร เสนอไป 18 ประเภทโครงการ แต่เหลือ 11 ประเภทโครงการและยังแก้ถ้อยคำของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอีกด้วย เหมือนเป็นการหักหลัง แล้วท่านจะคิดอย่างไรแล้วมั่นใจได้อย่างไรว่าการปฏิรูปประเทศไทยจะทำตามข้อเสนอคณะกรรมการและเป็นจริงได้อย่างไร
นายสุทธิ กล่าวอีกว่า ประมาณ 2 สัปดาห์ จะเร่งดำเนินการสำนวนดูข้อกฏหมายร่วมกับสภาทนายความและสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนโดยมีนายศรีสุวรรณ จรรยา ในการเขียนคำอุทธรณ์เพื่อยื่นอุทธรณ์คดีในอีก 3 สัปดาห์หน้าของเดือนกันยายนนี้ และขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลผลการศึกษาการสะสมของอากาศในพื้นที่จังหวัดระยองเต็มหรือยัง อย่างไรก็ตามจะให้เวลารัฐบาลเพียง 2 เดือน คือเดือนกันยายน – ตุลาคม หลังจากนั้นจะมีการเคลื่อนไหวชุมนุมแสดงพลังปิดล้อมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา และในแต่ละภูมิภาค หากไม่ยอมยกเลิกประกาศ 11 ประเภทโครงการรุนแรง พร้อมที่จะฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนประกาศ 11 ประเภทโครงการรุนแรง และให้มีการจัดทำใหม่







