
ประเด็นร้อนวันที่ 3 ก.ย.
จับตาปฏิกิริยาฝ่ายต่างๆ หลังจากศาลปกครองปลดชนวนคดีมาบตาพุด หลังจากการลงทุนอุตสาหกรรมที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหยุดชะงักมานานนับปี เนื่องความล่าช้าในการออกกฎหมายรองรับมาตรา 67 วรรค 2
จับตาปฏิกิริยาฝ่ายต่างๆ หลังจากศาลปกครองปลดชนวนคดีมาบตาพุด หลังจากการลงทุนอุตสาหกรรมที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหยุดชะงักมานานนับปี เนื่องความล่าช้าในการออกกฎหมายรองรับมาตรา 67 วรรค 2
1.ผลของคำพิพากษาคดีมาบตาพุดนักกฎหมายชี้ว่าทำให้ 74 โครงการจาก 76 โครงการ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และมีเพียง 2 โครงการที่ถูกศาลปกครองมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต 2 โครงการ ที่อยู่ในประกาศประเภทที่มีผลกระทบรุนแรง คือโครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอน(ส่วนขยาย) ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอนในเครือ บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH)และโครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ของ บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ (TPC) โดยทั้งสองโครงการที่ต้องกลับไปนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม(สวล.) อีกครั้ง
ขณะเดียวกันนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุด จ.ระยอง 43 ราย ฟ้องร้องคดี จะได้มีการหารือร่วมกันในการดำเนินการขั้นต่อซึ่งอาจหมายถึงการยื่นอุทธรณ์ หรืออาจจะยื่นฟ้องใหม่เพื่อให้เพิกถอนประกาศกระทรวงทรัพยากรฯเพราะกำหนดประเภทกิจการเพียง 11 กิจการน้อยกว่าที่มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่เห็นว่ากระทรวงทรัพยากรฯควรประกาศถึง 18 ประเภทกิจการ
2.ที่ต้องติดตามคือปฏิกิริยาหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งโยกย้ายบัญชีรายชื่อนายทหารประจำปี 2553 จำนวนทั้งสิ้น 550 ตำแหน่งรับราชการ ทุกตำแหน่งไม่มีพลิกโผโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาผงาดนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. ส่วนขุนพลคู่ใจพล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็น เสธ.ทบ.ด้าน พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม แหกโผขึ้น ผช.ผบ.ทบ. ฯลฯ ต้องดูว่าแกนนำเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยจะมีท่าทีอย่างไร
3.พรรคเพื่อไทยโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล และนายสุขุมพงษ์ โง่นคำ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเวลา 10.00 น. เพื่อติดตามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากการไต่พยานในชั้นศาลรัฐธรรมนูญเริ่มเข้มข้นขึ้นล่าสุด นายประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหารบริษัท เมซไซอะ ขึ้นเบิกความต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะพยานปากเอกของกกต. ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินกกต. ผิดวัตถุประสงค์ 29 ล้านบาท
4.คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมี นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระน่าสนใจ คือศึกษาข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญระยะสั้น และระยะยาว หลังจากที่คณะกรรมการได้สรุปข้อเสนอโดยให้รื้อระบบเลือกตั้งกลับไปเป็นแบบเขตเดียวคนเดียว และกลับไปใช้ระบบปาร์ตี้ลิสต์ รวมให้เพิ่มจำนวน สส.เป็น 500 คน
5.ไม่ร้อนแต่น่าสนใจในยามที่ข่าวคราวการทุจริตเกิดขึ้นในหลายหน่วยงาน และสังคมเพ่งเล็งไปที่นักการเมือง เช้าวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะไปปาฐกถาพิเศษและเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรวมพลังเครือข่ายประชาชนป้องกันการทุจริต ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์
6.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ร่วมกับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ปผู้จัดจำหน่ายรถยนต์โดยสารเอ็นจีวีแบรนด์ "โกลเด้นดราก้อน" และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จัดพิธีส่งมอบรถให้ผู้ประกอบการโครงการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพื่อสร้างอาชีพใหม่ โครงการ 3 ที่จัดขึ้นตามนโยบายในการจัดระเบียบผู้ประกอบการรถมินิบัสใหม่ ให้เปลี่ยนแปลงรถโดยสารให้หันมาใช้เพลิงก๊าซธรรมชาติ
7.สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดประชุมกลุ่มเรื่อง การปรับปรุงการบริหารจัดการและการบริการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หลังจากตลอด 31 ปี ที่ผ่านมา ขสมก.มีผลประกอบการและคุณภาพบริการลดลง ทั้งเกิดภาวะขาดทุนต่อเนื่อง จนมีรถโดยสารให้บริการลดลงจาก 6,000 คัน เหลือเพียง3,000 คันในขณะนี้
8.จับตาดูสถานการณ์ค่าเงินบาทหลังจากที่คณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไม่มีมาตรการรุนแรงออกมาสกัดเงินทุนไหลเข้า โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย. เงินบาทปิดแข็งค่าขึ้นทันที ที่ระดับ 31.15/31.17 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากยังมีเงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามา ขณะนี้เงินเหรียญสหรัฐยังคงปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยนักวิเคราะห์การเงินคาดว่าแนวโน้มค่าเงินจะยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ







