
กลไกการปฏิรูป ในร่าง รธน.กมธ.
ร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ฉบับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นออกแบบระบบการเขียนแตกต่าง
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
ร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ฉบับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นออกแบบระบบการเขียนแตกต่างไปจากร่างหรือ รธน.ที่แล้วๆ มา คือ ไม่ได้มีแต่เพียงเป็นหมวดไล่เรียงเลขไป แต่แยกออกเป็นภาคทั้งหมด 4 ภาค เรื่องของการปฏิรูปรวมอยู่กับเรื่องการสร้างความปรองดอง เป็นภาค 4 โดยเริ่มจากการกำหนดให้ภาคที่ว่าด้วยการปฏิรูปและสร้างความปรองดองนี้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย และประชาชน ที่ต้องจัดให้มีการปฏิรูป และการสร้างความปรองดองตามหลักการที่กำหนดไว้ใน รธน.รวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) และข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ คปป.ให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือ คปป. เกี่ยวกับการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี หรือประธาน คปป. ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย
เรื่องของการปฏิรูปในบ้านในเมืองจะเห็นได้ว่าพูดกันมานานนมกาเลแล้ว แต่อาจจะไม่เคยถึงขั้นกำหนดไว้ชัดๆ ใน รธน.ร่าง กมธ.จึงเป็นร่าง รธน.ร่างแรกที่เขียนเกี่ยวกับการปฏิรูปไว้ โดยเริ่มขึ้นมาก็กำหนดไว้ก่อนเลยให้องคาพยพภาครัฐต่างๆ ต้องรับผิดชอบ แถมด้วยกำหนดให้เป็นความรับผิดชอบของประชาชนร่วมกันด้วย ซึ่งก็ดูเป็นการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันของบ้านเมืองดี แต่ลักษณะดังกล่าวจะเกิดผลในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใดต้องอยู่ที่ความร่วมมือกันของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการปฏิรูป และรวมไปถึงการสร้างความปรองดองด้วย
เพื่อให้ประชาชนเป็นหลักในการปฏิรูป ร่าง กมธ.จึงกำหนดไว้ให้ประชาชนสามารถต่ออายุการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองได้ โดยระบุไว้เบื้องต้นให้เรื่องเหล่านี้มีอายุ 5 ปี เว้นแต่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ครม.หรือ คปป.เสนอให้จัดให้มีการออกเสียงประชามติให้ยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไป และแน่นอนต้องให้ผลประชามติเป็นเห็นชอบให้ใช้ต่อไปด้วย หรือรัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ให้ใช้บังคับต่อ ก็จะได้ไปต่อ โดยทั้งหมดนี้ให้ไปต่อได้ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันมีมติแต่ละมติ
ที่ว่าไปนั้น คือ กลไกแรกเริ่มของกระบวนการปฏิรูปในร่าง กมธ.







