posttoday
เรียกเชื่อมั่น

เรียกเชื่อมั่น

25 มกราคม 2560

ปัญหาจ่ายสินบนทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งหน่วยงานต่างประเทศสอบสวนพบว่าผู้มีอำนาจ ข้าราชการ นักการเมือง องค์กร หน่วยงานรัฐ รวมไปจนถึงพนักงานในไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง นับเป็นเรื่องที่สะเทือนภาพลักษณ์ประเทศไทยต่อสายตาชาวโลก และสิ่งนี้อาจโดนนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการจัดลำดับความน่าลงทุน หรือเป็นข้อต่อรองการค้า ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเร่งสอบสวนลงโทษผู้กระทำผิดให้เห็นผลโดยเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากทั่วโลก ว่าไทยจริงจังปราบคอร์รัปชั่นได้อย่างมีมาตรฐาน

ปัญหาจ่ายสินบนทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งหน่วยงานต่างประเทศสอบสวนพบว่าผู้มีอำนาจ ข้าราชการ นักการเมือง องค์กร หน่วยงานรัฐ รวมไปจนถึงพนักงานในไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง นับเป็นเรื่องที่สะเทือนภาพลักษณ์ประเทศไทยต่อสายตาชาวโลก และสิ่งนี้อาจโดนนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการจัดลำดับความน่าลงทุน หรือเป็นข้อต่อรองการค้า ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเร่งสอบสวนลงโทษผู้กระทำผิดให้เห็นผลโดยเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากทั่วโลก ว่าไทยจริงจังปราบคอร์รัปชั่นได้อย่างมีมาตรฐาน

ตามที่ทราบกันว่าช่วงนี้มีหน่วยงานตรวจสอบเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นต่างประเทศหลายแห่ง ได้ออกมาให้ข้อมูลการจ่ายสินบนทุจริตในครึ่งหลังของเดือน ม.ค. โดยประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวข้องถึง 3 เรื่องใหญ่

ไล่ตั้งแต่สำนักงานสืบสวนการฉ้อฉลรุนแรงของสหราชอาณาจักร(เอสเอฟโอ) ที่บรรลุผลเจรจายอมความกับบริษัท โรลส์-รอยซ์ ผู้ผลิตยานยนต์และอากาศยานจากอังกฤษ ในคดีขายเครื่องยนต์ไม่โปร่งใสติดสินบนใน 7 ประเทศ เช่น ไทย จีน อินเดีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยโรลส์-รอยซ์ จ่ายค่ายอมความรวม 671 ล้านปอนด์ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท) ซึ่งในส่วนของไทย เอสเอฟโอสืบสวนการซื้อขายเครื่องยนต์เครื่องบินของโรลส์-รอยซ์ พบว่ามีการจ่ายสินบนให้กับข้าราชการ พนักงานของการบินไทยจำนวน 3 ครั้ง ระหว่างปี 2534-2548 รวมค่าจ่ายสินบนกว่า 1,200 ล้านบาท

ถัดจากนั้น กระทรวงยุติธรรมสหรัฐสอบสวนพบการติดสินบนของบริษัท โรลส์-รอยซ์ เอเนอร์จี ซิสเต็ม ให้เจ้าหน้าที่บริษัท ปตท. กับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) เป็นเงินกว่า 11 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 385 ล้านบาท เป็นการจ่ายสินบน 6 โครงการ ระหว่างปี 2546-2555 โดยเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ระบุว่า การติดสินบน
ดังกล่าวเป็นการจ่ายเงินให้บุคคลระดับผู้บริหาร 1 ราย ระดับพนักงาน 3 ราย และไม่สามารถระบุได้อีก 2 ราย

รวมทั้งล่าสุดเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ แจ้งว่าได้ปรับกว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 700 ล้านบาท จากบริษัท เจเนอรัล เคเบิล ผู้ผลิตและจำหน่ายสายเคเบิลและสายไฟฟ้าจากรัฐเคนทักกี สหรัฐ เพื่อยุติการสอบสวนดำเนินคดีกับเจเนอรัล เคเบิล ในข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศทั้งเอเชียและแอฟริกา รวมถึงประเทศไทย

ทั้งนี้ พนักงานและผู้บริหารระดับสูงของเจเนอรัล เคเบิล บางคน รวมถึงผู้บริหาร A (ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในบริษัท Phelps Dodge International (Thailand) หรือ PDTL) รับรู้ว่าสาขาของบริษัทในต่างประเทศมีการ
ว่าจ้างกลุ่มบุคคลที่สาม และผู้กระจายสินค้าให้จ่ายเงินสินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจ พีดีทีแอลจ่ายเงินกว่า 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 52.5 ล้านบาท ให้ผู้กระจายสินค้าในไทยช่วงปี 2555-2556 โดยทราบว่าเงินบางส่วนจะถูกนำไปใช้ในทางทุจริตเพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่รัฐวิสาหกิจไทย 3 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ทีโอที

จากปัญหาการจ่ายสินบนทั้ง 3 กรณีที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง นับว่าสะเทือนภาพลักษณ์ของไทยมาก ดังนั้นรัฐบาลควรต้องเร่งหน่วยงานตรวจสอบเอาผิดของไทย ให้นำข้อมูลที่มีการสืบสวนสอบสวนค่อนข้างจะสมบูรณ์อยู่แล้ว มาขยายผลให้เกิดการลงโทษโดยเร็ว เพื่อแสดงให้นานาชาติได้เห็นประสิทธิภาพของไทยในการปราบคอร์รัปชั่น เป็นประเทศที่มาตรฐานโปร่งใสไม่แพ้ชาติอื่น

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้