
ระงับความเสียหาย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เตือนหลายครั้งเรื่องให้ระมัดระวังการลงทุน โดยตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน การลงทุนด้วยการฝากเงินกับธนาคารจะได้ผลตอบแทนต่ำ ดังนั้นจะเริ่มมีการนำเสนอการลงทุนในรูปแบบให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเกิดขึ้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เตือนหลายครั้งเรื่องให้ระมัดระวังการลงทุน โดยตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน การลงทุนด้วยการฝากเงินกับธนาคารจะได้ผลตอบแทนต่ำ ดังนั้นจะเริ่มมีการนำเสนอการลงทุนในรูปแบบให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเกิดขึ้น
คำเตือนของ ธปท.ที่ระบุมาก่อนหน้านี้ คือ ตราสารที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต หรือเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนจะต้องตระหนักให้มาก เพราะความเสียหายที่อาจจะได้รับหากลงทุนอย่างไม่ระมัดระวังก็จะเกิดความเสียหายได้
ก่อนหน้านี้ ยังไม่มีใครเห็นว่าคำเตือนของ ธปท.จะเป็นไปได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้พิสูจน์แล้วว่าคำเตือนของ ธปท.ถูกต้องและมีเหตุการณ์ลงทุนแบบความเสี่ยงสูง เพราะหวังผลตอบแทนสูงได้เกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและขนาดเล็กบางแห่ง ไม่สามารถไถ่ถอนตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ที่นำออกมาเสนอขายต่อนักลงทุนได้ ทำให้เริ่มเกิดปัญหาในระบบการเงิน
แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ผู้ที่ซื้อตราสารดังกล่าวไม่ใช่นักลงทุนเข้าไปซื้อโดยตรง แต่เป็นการซื้อโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ที่ประชาชนไปซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมอีกต่อหนึ่ง ทำให้เกิดคำถามว่า บลจ.ที่ลงทุนในตราสารที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต หรือความหมายคือตราสารที่ไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้ คิดอย่างไร สนใจแต่ผลตอบแทนมากกว่าความเสี่ยงหรือไม่
คำถามที่ตามมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นคือ บลจ.เหล่านี้มีความรู้ทางด้านการเงินมากกว่าประชาชนทั่วไป การเลือกลงทุนในตราสารที่ไม่มีเรตติ้งนั้นใช้วิจารณญาณอย่างไร
ถึงแม้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้อย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้โดยเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนและประชาชนทั่วไปก็อาจจะช้าเกินไปหรือไม่ เพราะว่าความเสียหายกำลังจะขยายตัว หากบริษัทเอกชนผู้ออกตั๋วบี/อีไม่มีเงินมาไถ่ถอนตั๋วแลกเงิน
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก การที่บริษัทที่ออกตั๋วบีอีขายอาจจะไม่สามารถครบกำหนดไถ่ถอนได้ อาจจะมีมากขึ้นกว่าที่เปิดเผยขึ้นมา และต้องยอมรับว่าการที่ประชาชนซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ บางคนก็ไม่ได้สนใจอ่านข้อมูลเชิงลึกว่ากองทุนที่ซื้อได้นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้าง กว่าจะรู้ก็ได้รับความเสียหายไปแล้ว
การที่บริษัทเอกชนออกตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความเสี่ยงขาย หรือมีเรตติ้งแต่ก็สูงเกินฐานะที่แท้จริง ได้ทำให้เกิดวิกฤตการเงินในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกามาแล้ว ทุกคนต้องการผลตอบแทนการลงทุนสูงโดยไม่ได้คิดถึงความเสี่ยงที่จะตามมา
วิกฤตซับไพรม์ทำให้เศรษฐกิจทรุดตัว สถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์เก่าแก่ถึงกับล้มครืน ไม่เพียงในสหรัฐอเมริกาแต่ลามไปถึงยุโรปและเอเชียด้วย ซึ่งเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดและเตือนให้คิดถึงความเสี่ยงให้มากกว่าผลตอบแทน
ความเสียหายที่ตลาดเงินตลาดทุนไทยได้รับจากการลงทุนในตั๋วบี/อียังถือว่าน้อย และนับว่าทั้งกระทรวงการคลัง ธปท. และ ก.ล.ต. ได้ดูแลสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด และหากแก้ไขได้ทันท่วงทีปัญหานี้ก็จะไม่ลุกลามใหญ่โตจนเป็นตัวถ่วงทำให้เศรษฐกิจไทยถดถอยลง







