
บิ๊กป้อมตั้งปลัดกลาโหมนั่งประธานกรรมการปรองดอง
"พล.อ.ประวิตร" แจงขั้นตอนกระบวนการปรองดอง ตั้ง "พล.อ.ชัยชาญ" ปลัดกลาโหมเป็นประธานกรรมการ เชิญมาทีละพรรค-กลุ่ม คุย 10 ข้อก่อนรวบรวมความเห็นทำสัตยาบัน
"พล.อ.ประวิตร" แจงขั้นตอนกระบวนการปรองดอง ตั้ง "พล.อ.ชัยชาญ" ปลัดกลาโหมเป็นประธานกรรมการ เชิญมาทีละพรรค-กลุ่ม คุย 10 ข้อก่อนรวบรวมความเห็นทำสัตยาบัน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงโครงสร้างคณะกรรมการปรองดองว่า นายกฯมอบให้ดูแลและจัดโครงสร้างการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความปรองดอง ที่มีสาเหตุมาจากการที่พรรคการเมืองทำให้เกิดความขัดแย้ง
ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในความสงบ จึงต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เกิดสันติ โดยไม่พูดถึงการนิรโทษกรรมและ การขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งจะมีการหารือว่าจะอยู่กันอย่างไรต่อไป จึงตั้งคณะกรรมการอำนวยการปรองดองขึ้นมา 1 ชุด มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าคณะ มีผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิบางส่วนเข้ามาช่วยทำงาน โดยกำหนดหัวข้อการหารือกับพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองให้ตอบไว้ 10 หัวข้อ เช่น เรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ ไม่ขวางเลือกตั้ง ยอมรับการเลือกตั้ง คงต้องให้คณะกรรมการฯได้ประชุมกันก่อนคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แล้วจึงเชิญฝ่ายการเมืองมาพูดคุย
"ยืนยันว่า คนที่เข้ามาทำงานจะเป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง เมื่อทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็น คณะกรรมการจะรวบรวมข้อมูลเป็นหัวข้อ ก่อนที่จะสรุปให้ฝ่ายการเมืองรับทราบ แล้วให้เลือกว่าจะเอาหัวข้อใดมาดำเนินการ และจะรวบรวมข้อมูลอีกครั้งก่อนรวบรวมเป็นความคิดของประชาสังคมว่า ตกลงเราจะอยู่กันอย่างสันติในอนาคต โดยใช้หลักเกณฑ์ที่ตกลงกันอย่างนี้"พล.อ.ประวิตรกล่าว
พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า สิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายยืนยันว่าไม่เอา แต่ถ้าอะไรที่จำเป็นต้องใช้เพื่อออกกฎหมายจะใช้มาตรา 44 ปลดล็อก เพื่อดำเนินการให้อยู่ด้วยกันอย่างสันติ คงต้องรอพรรคการเมืองพูดกันก่อน เมื่อเสร็จแล้วพรรคการเมืองจะลงสัตยาบันร่วมกัน ตนจะทำแบบนี้ และไม่มีการขัดแย้งหรือถกเถียงกัน จะมาบอกว่าใครทำอย่างโน้นอย่างนี้เลิกพูด เราจะพูดว่าทำอย่างไรในอนาคต จะร่วมมือให้ประเทศชาติเดินต่อไป แล้วให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้สานต่อ
เมื่อถามว่า คดีความที่อยู่ระหว่างการสอบสวน และในชั้นศาลจะเข้ามาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่เกี่ยว แต่ในอนาคตพรรคการเมืองจะนิรโทษกรรม หรือขอพระราชทานอภัยโทษ ก็ว่ากันไปในรัฐบาลต่อไป ตอนนี้ ผมจะทำให้อยู่ร่วมกันให้ได้"
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการมัดมือชกพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง ถ้าไม่มาจะตกขบวนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่เกี่ยว ผมไม่ได้ทำอะไร และไม่มีใครลงมาชกมาต่อยกัน"
ส่วนคำปรามาสที่ว่าไม่มีทางสำเร็จนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "แนวทางที่ผม ทำอยู่มันเดินได้ และทำเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง คุณคิดว่า ได้ไหมล่ะ"







