posttoday
เวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่มตกขอบ?

เวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่มตกขอบ?

17 มกราคม 2560

ในวันพรุ่งนี้การประชุมทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หรือ “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม” (WEF)

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ในวันพรุ่งนี้การประชุมทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หรือ “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม” (WEF) ก็จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนเป็นดาวเด่นที่สุดของงาน ทั้งในฐานะผู้นำเขตเศรษฐกิจหมายเลข 2 ของโลก และในฐานะผู้นำจีนคนแรกที่มาร่วมงานนี้

ดาวอส ฟอรั่ม ซึ่งเป็นชื่อเรียกสั้นๆ ของการประชุมดังกล่าว ถือเป็นเวทีที่สำคัญและทรงอิทธิพลอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะคัดมาแต่ระดับผู้นำโลก ประธานบริษัท และซีอีโอ ไปจนถึงกูรูชื่อดังในแต่ละด้าน แต่ที่สร้างชื่อมากที่สุดก็คือเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันได้มาคุยนอกรอบกัน เหมือนที่เคยเปิดโอกาสให้ผู้นำอิสราเอล-ปาเลสไตน์มาแล้ว

ทว่าสถานการณ์ในปีนี้เริ่มต่างออกไป โดยมี “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “เบร็กซิต” เป็นปัจจัยหลัก ทำให้เวทีนี้ไม่โดดเด่นเหมือนในแต่ละปีที่ผ่านมา และยังไม่แน่ว่าลำพังเพียง สีจิ้นผิง จะช่วยฉายสปอตไลต์ให้เด่นขึ้นได้หรือไม่

ทรัมป์ไม่มาร่วมงานเพราะนอกจากจะไม่ได้รับเชิญแล้ว ก็ยังต้องมุ่งโฟกัสที่วันสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นหลักในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค.นี้ แต่ถึงได้รับเชิญก็อาจจะไม่ไปก็ได้ เพราะทรัมป์ถือเป็นพวกต่อต้านการรวมกลุ่มผลประโยชน์หน้าเดิมทั้งฟากเศรษฐกิจและการเมือง (Anti-Establishment) ซึ่งไม่ตรงกับจริตของเวทีอย่างดาวอส ตามเว็บไซต์ข่าวของฝ่ายทรัมป์ที่นำโดยเว็บไซต์บรีทบาท ถึงกับเย้ยว่าหลังจากที่โลกได้เห็นชัยชนะของทรัมป์กับเบร็กซิต เวทีแบบนี้ก็ตกขอบไปแล้ว 

ที่เป็นปัญหามากกว่าก็คือ แม้แต่เวทีที่เต็มไปด้วยผู้นำและผู้เชี่ยวชาญของแต่ละวงการมารวมตัวกันเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามแน่ชัดได้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังจะเกิดอะไรขึ้นในยุคประชานิยมใหม่ที่นำโดยทรัมป์และเบร็กซิต ซึ่งนอกจากจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนแล้ว ก็ยังเขย่าความเชื่อเดิมๆ ของผู้คนในวงกว้างและเป็นการท้าทายต่อลัทธิโลกาภิวัตน์โดยตรง

ไม่มีใครคาดคิดว่าทรัมป์ที่แทบจะไม่มีนโยบายอะไรเป็นรูปธรรม และไม่ใช่สายที่จะมานั่งถกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะได้แรงหนุนของคนขาวและชนชั้นแรงงานที่ตกขอบจากการค้าเสรีจนชนะการเลือกตั้ง ไม่มีใครคาดคิดว่าอังกฤษจะยอมเสี่ยงเอาสิทธิปิดรับผู้อพยพโดยแลกกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลที่ต้องเสียไปเมื่อออกจากสหภาพยุโรป

เคลาส์ ชวาร์ป ผู้ก่อตั้ง WEF ได้กล่าวกับเอพีไว้ตอนหนึ่งว่า “เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องฟังเสียงของประชานิยม” โดยส่งสัญญาณว่าพวกกลุ่มหน้าเดิมๆ ต้องหันมารับฟังเสียงของป๊อปปูลิสต์ที่โหนกระแสความไม่พอใจของคนในสังคมกันอย่างจริงจังมากขึ้น

ประชานิยมนั้นมีความหมายกว้างเกินกว่าจะเฉพาะเจาะจงเฉพาะด้าน และไม่ได้มีเพียงความหมายด้านลบเดิมๆ แบบที่เกิดขึ้นในละตินอเมริกา สิ่งที่คนจำนวนมากนิยม เห็นตรงกัน หรือไม่พอใจเหมือนๆ กัน อาจไม่ใช่เสียงทั้งประเทศ แต่ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เช่น กระแสต่อต้านผู้อพยพและหวาดกลัวการก่อการร้ายในยุโรป ที่ทำให้ฝ่ายขวาจัดผงาดขึ้นมาในปัจจุบัน

แม้ในบางกรณีจะไม่ใช่เสียงของคนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ชนะในโลกของประชาธิปไตย เช่น กรณีของทรัมป์ที่ชนะคะแนนอิเล็กทอรัลโหวต แต่แพ้ป๊อปปูลาร์โหวต ทว่าเสียงของประชานิยมที่เริ่มดังขึ้นตามประเทศมหาอำนาจตะวันตกนี้ ก็เป็นเสียงที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกและไม่ฟังไม่ได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน