
กันไว้ดีกว่าแก้
สัญญาณของราคาสินค้าที่ส่อขยับตัวปรับขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้าง นับเป็นเรื่องน่าติดตาม
สัญญาณของราคาสินค้าที่ส่อขยับตัวปรับขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้าง นับเป็นเรื่องน่าติดตามว่าการปรับขึ้นครั้งนี้มาจากเหตุผลต้นทุนขยับขึ้นจริง หรือเป็นการขึ้นจากความต้องการของตลาดที่มาก หากเป็นการปรับขึ้นจากความต้องการเพิ่มขึ้น หรือมีการฉวยโอกาสขายเกินกว่าเพดานราคาที่กำหนด กรณีนี้หน่วยงานรัฐควรต้องเข้าไปตรวจสอบจัดการให้เกิดความเป็นธรรม โดยเฉพาะราคาที่ขายในพื้นที่กว่า 10 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งปีนี้ฝนตกมากกว่าปกติ โดนปัญหาอุทกภัยถล่มหนักอยู่แล้วให้ถูกซ้ำเติมมากขึ้นไปอีก
จากการเร่งลงทุนของภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ที่มากขึ้น เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า ทางพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อน สิ่งนี้ย่อมทำให้ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างต่างๆ เช่น อิฐหิน ปูนซีเมนต์ ทราย เหล็ก มีมากขึ้น และเป็นโอกาสที่สินค้าดังกล่าวจะปรับขึ้นราคาตามกลไกตลาด
ตามสัญญาณที่ออกมาจากร้านค้าขายวัสดุก่อสร้าง มีการส่งสัญญาณออกมาแล้วว่า ราคาสินค้าเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างต่างๆ ซึ่งเริ่มมีการขยับตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา 5-10% และมีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในต้นปีนี้ในเกือบทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะวัสดุที่เกี่ยวข้องกับงานโครงสร้าง อาทิ เหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย เหล็กรูปพรรณ รวมถึงวัสดุเกี่ยวเนื่อง อาทิ อะลูมิเนียม ลวดและทองแดง
ผลจากที่ผู้ผลิตผู้ค้าส่งยังขึ้นราคาต่อเนื่องดังกล่าว ในฐานะผู้ค้าปลีกหรือร้านค้าต่างๆ เมื่อสต๊อกสินค้าเดิมหมดลงไปก็คงต้องขึ้นราคาสินค้าใหม่ ตามต้นทุนที่ผู้ผลิตผู้ค้าส่ง ผลักผ่านมาให้ในที่สุด ซึ่งการจะปรับขึ้นของแต่ละร้านค้า ขึ้นอยู่กับขนาดของแต่ละราย ว่ามีการสต๊อกสินค้าไว้มากขนาดไหน และขายสินค้าหมุนเวียนเร็วขนาดไหน แต่ในที่สุดก็ต้องขึ้นราคาตามต้นทุนสินค้าที่รับมาจากผู้ผลิตผู้ค้าส่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้หากการขึ้นราคาวัสดุก่อสร้างเป็นไปตามต้นทุนที่ปรับขึ้นจริง และไม่เกินเพดานราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพราะสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2560 ที่มี 47 รายการ ในส่วนสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างที่อยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม ได้แก่ ปูนซีเมนต์ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เหล็กแผ่น เหล็กเส้น สายไฟฟ้า และท่อพีวีซี
สินค้าในกลุ่มบัญชีสินค้าควบคุม จะกำหนดตามระดับความสำคัญและความเคลื่อนไหวทางด้านราคาและปริมาณของสินค้าในช่วงเวลานั้น หากสินค้ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือขาดแคลนอย่างไม่สมเหตุสมผล คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) สามารถออกมาตรการทางกฎหมายเข้ามาดูแลราคาได้ทันที เช่น กำหนดให้แจ้งสต๊อกสินค้า กำหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนการปรับขึ้นราคา แต่หากราคาสินค้าในบัญชีควบคุมเคลื่อนไหวปกติ ก็อาจให้แจ้งการปรับขึ้นราคาเข้ามายังกรมการค้าภายใน และปรับขึ้นราคาได้ทันที
ดังนั้น ถ้าวัสดุก่อสร้างชนิดไหนปรับขึ้นจากต้นทุนที่ปรับขึ้นจริง สิ่งนี้ก็คงต้องยอมให้มีการขยับขึ้น เพราะถ้าบิดเบือนไปนานๆ จะมีผลทำให้สินค้าขาดตลาด เกิดตลาดมืด อาจทำให้มีความวุ่นวายไปอีกแบบก็เป็นได้ แต่ถ้าวัสดุก่อสร้างไหนปรับขึ้น จากความต้องการที่มีมากขึ้นอย่างฉับพลัน เช่นในพื้นที่กว่า 10 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดอุทกภัยใหญ่ น้ำพัดบ้านเรือนเสียหาย มีความต้องการอิฐหิน ปูนซีเมนต์ ทราย ไปเพื่อซ่อมแซม หรือสร้างบ้านใหม่ ประเด็นนี้หน่วยงานรัฐต้องเข้าไปจัดการไม่ให้เกิดการฉวยโอกาส
จากภาพรวมทั้งหมดหน่วยงานรัฐจึงต้องลงไปตรวจสอบสินค้าแต่ละกลุ่มถึงเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าให้ดีว่าไม่ใช่เป็นการขึ้นจากการฉวยโอกาสความต้องการที่มากฉับพลันขึ้น และการขึ้นตามต้นทุน ก็ควรจะต้องขึ้นตามสัดส่วนของต้นทุนที่ปรับขึ้นอย่างสมเหตุสมผลจริง ไม่ใช่ขึ้นพรวดเต็มเพดานที่ขอเผื่อไว้เป็นปกติของทุกสินค้า หากทุกอย่างเป็นไปตามเหตุผล ก็เชื่อว่าคงไม่มีการออกมาร้องเรียนเรื่องโดนฉวยโอกาสวัสดุก่อสร้างขายแพงเกินไปให้หน่วยงานรัฐตามไปแก้แน่ ช่วยทำงานเชิงรุกกันไว้ดีกว่าแก้บ้างก็น่าจะดี







