
ส่องความเสียหายบางสะพานหลังวันน้ำลด
ประจวบคีรีขันธ์-สำรวจความเสียหายหลังน้ำป่าถล่มคลองลอย-วังน้ำเขียวย่อยยับ ชาวบ้านต้องหอบลูกอุ้มหลานหนีตาย
ประจวบคีรีขันธ์-สำรวจความเสียหายหลังน้ำป่าถล่มคลองลอย-วังน้ำเขียวย่อยยับ ชาวบ้านต้องหอบลูกอุ้มหลานหนีตาย
เมื่อวันที่12ม.ค.2560 จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังน้ำท่วมใหญ่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าพื้นพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมได้รับความเสียหายกระจายเป็นวงกว้างโดยเฉพาะ หมู่ที่ 8 บ้านคลองลอย ตำบลร่อนทอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ไกล้กับป่าต้นน้ำ และเป็นจุดที่น้ำป่าจำนวนมากเริ่มไหลหลากลงอย่างรวดเร็วเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านในหมู่บ้านคลองลอย แรงของน้ำได้พัดบ้านพังเสียหายหลายหลัง ชาวบ้านต้องอพยพหนีน้ำป่ากันจ้าละหวั่น ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลเข้าท่วมถนนเพชรเกษม และตัวเมืองของอำเภอบางสะพาน เสาไฟฟ้าหลายต้นโค่นล้ม ระบบไฟฟ้าและการสื่อสารถูกตัดขาด คอสะพานทุกจุดในหมู่บ้านขาดเสียหาย ชาวบ้านต้องช่วยกันทำสะพานข้ามเป็นการชั่วคราวเพื่อเดินทางเข้าออก
นางสาวมุกดา ประกอบปราณ ชาวบ้านคลองลอยเล่าถึงนาที วิกฤตน้ำป่าพุ่งเข้าถล่มหมู่บ้าน ว่า ก่อนเกิดเหตุได้มี ฝนตกหนักติดต่อกันอย่างต่อเนื่องนานหลายวัน จนเช้าของวันที่ 9 ม.ค.ได้สังเกตุเห็นสภาพท้องฟ้า และพื้นดินมีการชุ่มน้ำมากน้ำได้เริ่มไหลหลากลงมาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างผิดสังเกตุ จึงอุ้มลูกน้อยวัย4เดือนออกจากบ้านไปอยู่สูง เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีก็พบว่าน้ำป่าได้ไหลลงมาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว และเข้าท่วมบ้านของตนเองจนมิดทั้งหลัง ข้าวของในบ้านพังเสียหายทั้งหมดโดยไม่สามารถเอาทรัพย์สินอะไรออกมาได้
นางสาวกัลยา พวงสั้น อีกหนึ่งในชาวบ้านคลองลอย กล่าวว่าน้ำป่ามาแรงมากจนเก็บทรัพย์สินไม่ทัน บ้านของตนถูกน้ำพัดพังเสียหาย ของในบ้านก็พังรวมถึงสวนยางพาราและที่ดินที่อยู่ริมคลองก็ถูกน้ำกัดเซาะจนที่ดินหายไปกับน้ำจำนวนมากตอนแรกตนคิดว่าอ่างเก็บน้ำคลองลอยจะแตกเหมือนเมื่อ10 กว่าปีก่อนแต่ไม่ใช่น้ำที่ไหลบ่าลงมาเป็นน้ำป่ารวมกับน้ำจากสระน้ำที่ขุดไว้ใช้กับสวนทุเรียนสวนยางบนยอดเขามันพังทลายจึงทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลหลากท่วมหมู่บ้านและตัวอำเภอบางสะพาน ซึ่งตรงนี้มองว่าวิธีการแก้ไขและป้องกันน้ำป่าหลากท่วมบางสะพานระยะยาว ควรสร้างเขื่อนคอนกรีตแทนอ่างดิน เพราะมีระบบเปิดปิดบานประตูระบายน้ำ หากมีน้ำมากจะได้ทยอยระบายน้ำไม่รอให้น้ำล้นทะลักแบบอ่างดินอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ประสิทธิ์ เกตุแสง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 บอกว่า หลังมีฝนตกติดต่อกันมาหลายวันตนก็ได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านเก็บของไว้ที่สูง โดยประกาศผ่านเสียงตามสาย แต่ไม่ทันการณ์ ส่วนใหญ่เคลื่อนย้ายได้แต่รถ เพราะน้ำป่าไหลลงมามากเหลือเกินและหลายทิศทางตอนนี้อยู่ยากลำบากเพราะไฟฟ้ายังใช้การไม่ได้ การสื่อสารถูกตัดขาดสิ้นเชิงมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ
ขณะที่ ชาวบ้านในหมู่บ้านวังน้ำเขียว ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำป่าคราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหลากท่วมอย่างเร็วมากจนทำให้บ้านวังน้ำเขียว คลองเพลิน ช่องกระปีด ห้วยกระทิเงาะ หินราง โป่งหญ้าเห็บ หมู่ 7 หมู่ 9 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน ประชากรประมาณ 2,000 ครัวเรือน บ้านพังเสียหายทั้งหลังและบางส่วนจำนวนมาก และสะพานวังน้ำเขียวเชื่อมระหว่าง หมู่ 7-8 คอสะพานขาดชาวบ้านเร่งซ่อมคอสะพานกันเองโดยไม่รอภาครัฐ เพราะทราบดีว่ายังมีคนที่ได้รับความเดือดร้อนพร้อมกันอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่แต่ อ.บางสะพานเท่านั้นแต่มีเป็นจำนวนมากหลายจังหวัด







