posttoday
ฟ้องให้จริงจัง

ฟ้องให้จริงจัง

11 มกราคม 2560

หลังมีข่าวดีข้าวหอมมะลิไทยได้รางวัล “ข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของโลก” จากองค์กรการประชุมข้าวโลก World Rice Conference 2016 ประจำปี 2559 โดยกระทรวงพาณิชย์ กับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดฉลองรางวัลให้กับข้าวหอมมะลิของประเทศไทยได้ไม่นาน

หลังมีข่าวดีข้าวหอมมะลิไทยได้รางวัล “ข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของโลก” จากองค์กรการประชุมข้าวโลก World Rice Conference 2016 ประจำปี 2559 โดยกระทรวงพาณิชย์ กับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดฉลองรางวัลให้กับข้าวหอมมะลิของประเทศไทยได้ไม่นาน

ก็โดนผู้ประสงค์ร้ายเผยแพร่คลิปผ่านโซเชียลมีเดีย 2 คลิป ในนิวยอร์กและแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ทำลายชื่อเสียงข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งภาพในคลิปเป็นข้าวถุงเกรดพรีเมียมที่ผ่านระบบการตรวจสอบมาตรฐานอย่างเข้มข้นและทำตลาดในสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลานาน โดยอ้างว่าข้าวยี่ห้อดังกล่าวอาจมีการนำพลาสติกมาผสมกับข้าว หลังทดลองนำข้าวไปคั่วในกระทะแล้วไหม้ ซึ่งข้อสังเกตดังกล่าวไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เพราะต้นทุนพลาสติกแพงกว่าข้าวหอมมะลิถึงกว่าเท่าตัว นอกจากนี้ หากพลาสติกโดนความร้อนจะละลายจนมีลักษณะเป็นของเหลว ไม่ใช่เกาะเป็นก้อนติดกระทะเหมือนที่ปรากฏในคลิป

จากนั้นไม่นานข่าวลือเก่าๆ กรณีผลไม้กระป๋องโดนโจมตีว่ามีเชื้อเอชไอวีผ่านสื่อโซเชียลเมื่อปี 2557 ก็โดนนำกลับมาลืออีกครั้ง โดยที่ผ่านมาครั้งนั้นภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว เช่น สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงจาการ์ตา ได้ประสานหน่วยงานอาหารและยาของอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว

ขณะที่การกลับมาลือผลไม้กระป๋องมีเชื้อเอชไอวีครั้งนี้ ภาครัฐได้ประสานกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้นำข้อมูลทางการแพทย์มายืนยันว่าไม่จริง เพราะเชื้อเอชไอวีที่ถ่ายทอดถึงกันได้ต้องเป็นเชื้อที่อยู่ในร่างกายมนุษย์เท่านั้น เชื้อเอชไอวีที่อยู่ภายนอกร่างกายไม่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ นอกจากนี้เชื้อเอชไอวีไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมและถูกทำลายได้ด้วยความร้อน 56 องศาเซลเซียส และน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ โดยได้ส่งข้อมูลนี้ให้ทูตพาณิชย์ไปเผยแพร่ในต่างประเทศผ่านทุกช่องทาง รวมถึงประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านทั้งสถานทูตไทยในต่างประเทศและสถานทูตต่างประเทศในไทย

ภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่าภัยคุกคามผ่านเทคโนโลยีผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านโซเชียลมีเดีย คงจะต้องมีเกิดขึ้นอีกหลายครั้งเป็นแน่ และบางครั้งข่าวเก่าที่เคยชี้แจงไปแล้วก็อาจจะกลับมาทำลายภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการของไทย ซึ่งทูตพาณิชย์และหน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้องคงต้องติดตามตรวจสอบและเร่งมือในการชี้แจงให้ทันท่วงที ไม่ควรปล่อยให้เรื่องดังกล่าวผ่านมาเป็นสัปดาห์ถึงมีการชี้แจง เพราะในยุคดิจิทัลข้อมูลต่างๆ เคลื่อนไหวเร็วมาก

นอกจากนี้ ที่สำคัญอยากให้หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนไทยร่วมมือกันฟ้องร้องเรื่องดังกล่าวให้มีการลงโทษให้ถึงที่สุดอย่างจริงจังและทุ่มเท เพื่อที่จะให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าทางการไทยและเอกชนไทยร่วมมือกันปกป้องภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการไทยอย่างจริงจัง อย่าทำเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งบางครั้งกลัวจะเสียเวลา เสียเงินในการฟ้องร้อง ซึ่งบางครั้งไม่คุ้มกับการลงโทษเมื่อถึงที่สุดแล้วอาจจะไม่หนักมากพอให้หลาบจำ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยเองก็ควรจะรักษามาตรการไม่เปิดช่องให้โดนโจมตีได้ ไหนๆ ปีนี้ก็เป็นปีระกาแล้ว อยากให้หน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับข้าวหอมมะลิจริงจังในการฟ้องร้องกับผู้ทำลายชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิครั้งนี้ชนิดเชือดไก่ให้ลิงดู จะได้ยุติข่าวลือบนออนไลน์บนโซเชียลมีเดียให้ลดลงได้บ้าง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน