posttoday
"ประยุทธ์"ย้ำปรองดองไม่เริ่มที่นิรโทษกรรม

"ประยุทธ์"ย้ำปรองดองไม่เริ่มที่นิรโทษกรรม

11 มกราคม 2560

นายกฯ ให้โอวาทแก่เยาวชนเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ สั่งศธ.ออกข้อสอบจริยธรรมคุณธรรม ยันปรองดองไม่เริ่มที่นิรโทษกรรม มุ่งสร้างปฏิสัมพันธ์คนในชาติ

นายกฯ ให้โอวาทแก่เยาวชนเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ สั่งศธ.ออกข้อสอบจริยธรรมคุณธรรม ยันปรองดองไม่เริ่มที่นิรโทษกรรม มุ่งสร้างปฏิสัมพันธ์คนในชาติ

วันที่ 11 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบโอวาทแก่คณะเด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 781คน  เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 วันที่ 14 ม.ค.2560 พร้อมให้โอวาทกับผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ผู้แทนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ โดยมีนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการ เข้าร่วมงาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำขวัญที่ตนแต่งขึ้นเพื่อมอบให้เด็กและเยาวชน โดยให้คำนึงถึงประเทศชาติ และขอให้ผู้ที่ได้รับรางวัลภาคภูมิใจและเป็นแบบอย่างให้เยาชนและประเทศชาติด้วย และปี 59-60 เป็นเหมือนการหว่านพืชเพื่อหวังผลเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเรียนรู้พัฒนา และเข้มแข็ง โดยในปี 61 เป็นแผนแม่บทให้รัฐบาลต่อไป ส่วนเด็กๆ ต้องคิดเป็นกระบวนการ พัฒนาตัวเองให้คิดในสิ่งที่ยากๆ ได้ อย่างตนที่วันนึงคิดเกือบร้อยเรื่อง เพราะปัญหาประเทศมีจำนวนมาก และต้องบริหารประเทศเพื่อคน 70 ล้านคนให้มีความสุข อย่างไรก็ตาม ตนไม่ตำหนิว่าระบบการศึกษาขอไทยล้มเหลว แต่ต้องมีความชัดเจนในการผลิตคนให้ประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการ และอย่ามองแต่เรื่องการเมืองหรือประชาธิปไตยอย่างเดียว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เยาวชนต้องรู้จักแบ่งเวลาและอ่านหนังสือมากๆ เพื่อเกิดกระบวนการทางความคิด ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างที่บอก หรือต่อต้านทุกเรื่อง อย่างในโซเชียลมีเดียที่ด่าว่าตน ซึ่งถ้าเป็นการทำเพื่อชาติใครจะด่าจะว่าตนก็ยอม เพราะการเมืองคือการเมือง และขอให้ถามรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาว่าถ้าเข้ามาจะทำแบบตนหรือไม่ ซึ่งอาจจะเก่งกว่าตนด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มีคนคิด พูดและเขียนมาก แต่มีคนทำน้อย และหลายคนต่อต้านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งตนไม่ได้หมายความว่าแต่ละปีจะเปลี่ยนไม่ได้ แต่เป็นเพียงกรอบกว้างๆ เท่านั้น ยืนยันไม่ใช่ทำเพื่อสืบทอดอำนาจ

"ผมสั่งการในที่ประชุม ครม. ว่าต่อจากนี้ไปต้องมีข้อสอบในเชิงคุณธรรม จริยธรรมด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปเพื่อเป็นคะแนนเสริมและแทรกบททดสอบความรู้ที่ใช้ในต่างประเทศ เพื่อเท่าทันโลก นอกจากนี้ยังสั่งรวบรวมตำราที่ใช้สอนพิเศษมาใช้ในการสอบปกติ และยังสั่งให้ศูนย์เทคโนโลยีของกระทรวงศึกษา ต้องมีการสร้างเทคโนโลยีขึ้นใหม่โดย เอาครูที่มีชื่อเสียงมาสอนผ่านเทคโนโลยีใหม่และครูต้องปรับวิธีการสอนให้ดีขึ้นรวมทั้งนักเรียนต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อลดภาระการเรียนพิเศษด้วย นอกจากนี้ยังฝากให้มีการสอบการเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทยเพื่อเป็นคะแนนเสริมด้วย ทั้งนี้ขอให้ทุกคนคิดแบบตน ถ้าให้ตนหรือรมว.ศึกษาธิการอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ ที่ผ่านมาเปลี่ยนรัฐมนตรีมาหลายใครได้อะไรขึ้นมา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับแผนงานและยุทธศาสตร์ หากเขียนส่งเดชก็เป็นแบบเดิม เลือกรัฐมนตรีกี่คนก็ผิดหวังทั้งหมด นอกจากนี้ความรู้ต้องคู่คุณธรรม ไม่ต้องถามว่าคนดีเป็นอย่างไร เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าคนดีคือคนที่ทำความดี ส่วนคนเลวคนที่โกง มันยากตรงไหน" นายกฯกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้โอวาท นายกรัฐมนตรี ทักทายเด็กและเยาวชน ซึ่งมีนักเรียนขอให้จัดพื้นที่สาธารณะให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องและส่งต่อให้กระทรวงศึกษาฯ ไปดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งมอบรูปถ่ายตัวเองให้นายกรัฐมนตรีและเขียนข้อความด้านหลังว่า "สู้ๆ" ซึ่งนายกรัฐมนตรีเก็บใส่กระเป๋า และตอบกลับว่า "สู้อยู่แล้ว" จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายรูปกับเด็กและถือโอกาสได้ถ่ายรูปคู่แสตนดี้ซึ่งเป็นรูปตัวเองขนาดเท่าตัวจริง

นอกจากนี้ นายกฯยังกล่าว ถึงแนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ว่า การจะสร้างประเทศให้เจริญก้าวหน้าต้องมีการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น โดยเริ่มจากให้ประชาชนสามารถไปมาหาสู่มีปฏิสัมพันธ์กันได้ จึงต้องกลับไปดูว่าวันนี้คนไทยทะเลาะกันด้วยสาเหตุใด นอกจากเรื่องการเมืองแล้วยังมีประเด็นอื่นอีกหรือไม่ เพราะถ้าพูดเรื่องการเมืองก่อน ก็จะต้องมีการพูดถึงการนิรโทษกรรม ทำให้ทุกอย่างไปไม่ได้ทั้งหมด ขอให้ทุกคนเข้าใจ เพราะประเทศชาติเราปั่นป่วนมาแล้ว 10 กว่าปี มีคนทำผิดกฎหมาย ไม่ยอมรับกติกาสังคม ไม่เช่นนั้นรัฐบาลคงไม่เข้ามายืนอยู่ตรงนี้ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็จะต้องแก้ไขปัญหา ไม่ใช่อยู่รอเวลาเฉยๆแล้วให้ปัญหากลับมาที่เก่า ส่งผลให้เด็กและเยาวชนโตมาในสังคมที่ทะเลาะเบาะแว้งเหมือนเดิม ทำให้ทุกคนหมดกำลังใจ ข้าราชการไม่อยากทำงาน

"การรู้ว่าปัญหาอยู่จุดใดคือการปฏิรูป โดยเราวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สร้างกระบวนการปรองดอง แต่ไม่ใช่ปรองดองเฉพาะคนมีโทษ เพราะคนปกติก็ต้องปรองดองกัน มิเช่นนั้นวันหน้าบ้านติดกันก็คุยกันไม่ได้ เพราะอยู่คนละพวก ดูทีวีคนละช่อง อาจเพราะไทยเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร เลยไม่ชอบอะไรที่เป็นระเบียบมากนัก เราก็จะเสรีสบายๆเบิร์ดๆ เพลงประเทศไทยคือเพลงสบายๆ เพราะคนหลายประเทศเมื่ออยู่ประเทศตัวเองทำไม่ได้ แต่มาอยู่ประเทศไทยกลับทำได้ เช่น ขับรถสะเปะสะปะ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาทุกคนมองว่า หากทำไม่ดีจะต้องมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ขอถามว่าเปลี่ยนแล้วได้อะไรขึ้นมา เพราะเหล่านี้อยู่ที่การกำกับดูแล การวางแนวทาง แผนงานยุทธศาสตร์ และนโยบายของทุกกระทรวงมีความชัดเจนสามารถนำมาปฏิบัติได้จริงหรือไม่ หากเขียนส่งเดชปัญหาก็ยังคงอยู่เช่นนี้ เลือกใครเข้าก็มีแต่ผิดหวัง สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เกิดความยั่งยืน ทั้งแผนงาน แผนแม่บท ยุทธศาสตร์ชาติ

"ไปบอกเขาสิ ใครที่ไม่อยากทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ว่าคุณจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ผมพูดมา เขาเคยพูดแบบที่ผมพูดหรือไม่ วันนี้ประเทศไทยมีคิด พูด เขียน แต่มีคนทำน้อย หลายคนต่อต้านคำว่ายุทธศาสตร์ชาติของลุง ว่าจะเขียนทำไมถึง 20 ปี ทำไมไม่ทำแต่ละปีแล้วเปลี่ยน ผมไม่เคยบอกว่าเปลี่ยนไม่ได้ แต่ต้องทำไป 5 ปี จึงสามารถเปลี่ยนได้ ให้อยู่ในหลักการกรอบกว้างๆ ว่าจะมีความมั่นคงได้อย่างไร ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาระบบราชการ เพิ่มขัดความสามารถได้อย่างไร อย่าฟังว่าเขียนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้ผมอยู่สืบทอดอำนาจ ทุกคนคิดแต่ว่าอำนาจผลประโยชน์ แล้วตีกัน แต่ไม่คิดว่าประเทศชาติจะอยู่อย่างไร จะแก้ไขปัญหาทุจริตได้อย่างไร ถ้ามีการทุจริต ก็ร้องทุกข์กล่าวโทษ อย่ากล่าวหาส่งเดช ถ้าไม่ทำความผิด เจ้าหน้าที่ก็เรียกไม่ได้ ทุกคนต้องรู้จักว่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร กฎหมายทุกตัวออกมาแล้ว ซึ่งต้องเรียนรู้ ถ้าไม่รู้เลยแล้วมาบอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรคงไม่ได้ รัฐบาลไม่ได้ใช้กฎหมายเพื่อไล่ล่า อย่าให้เงินเพื่อลัดคิวและมาบอกว่ามีการทุจริตในสมัยรัฐบาลนี้ ก็เป็นกันซะแบบนี้ดังนั้น ทั้งผู้ให้และผู้รับก็ผิดทั้งคู่"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการถ่ายภาพร่วมกับคณะเด็กและเยาวชนดีเด่น ถึงการประเมินความเสียหายพื้นที่อุทกภัยภาคใต้ ว่า อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์ในประเด็นอื่นเพิ่มเติม ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยระหว่างนั้นได้มีกลุ่มครู ผู้ปกครอง ดักรอขอถ่ายภาพอย่างคับคั่ง ซึ่งนายกฯ ได้ร่วมถ่ายเซลฟี่ ก่อนจะชูนิ้วสัญลักษณ์ไอเลิฟยูส่งท้าย

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา