posttoday
จีนชะงักปฏิรูป อุดรูรั่วทุนไหลออก

จีนชะงักปฏิรูป อุดรูรั่วทุนไหลออก

10 มกราคม 2560

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ปรับขึ้นค่ากลางเงินขึ้นในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ปรับขึ้นค่ากลางเงินขึ้นในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005 ก่อนปรับลงในอัตราที่มากที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีก่อน ตามหลังทั้งปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งหยวนอ่อนค่าลงไปมากถึง 6.6% เทียบกับเหรียญสหรัฐ หรือมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 นำไปสู่การใช้ทุนสำรองมหาศาลเพื่อจำกัดการอ่อนค่าของค่าเงิน หรือแม้กระทั่งการควบคุมเงินทุนไหลออก

อย่างไรก็ตาม การคุมเงินไหลออก สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้สังเกตการณ์ตลาดนัก เนื่องจากเป็นการขัดต่อแนวทางการเปิดกว้างเศรษฐกิจที่จีนพยายามมาโดยตลอด

ทุนสำรองจีนปรับลดลง 4.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องจากเดือน พ.ย.ที่ลดลงไปแล้ว 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.4 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ทุนสำรองทั้งหมดของจีนแตะระดับ 3.01 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 107 ล้านล้านบาท) หรือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี สะท้อนความพยายามในการใช้ทุนสำรองเพื่อกู้ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเทียบกับเหรียญสหรัฐ

“ทุนสำรองจีนอาจลดลงไปต่ำกว่าระดับ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในเดือน ม.ค.นี้ แม้การลดลงนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์โดยรวมของทุนสำรองที่ยังคงมีเหลือเฟือเมื่อวัดโดยเครื่องมือหลายขนาน แต่จะทำให้เกิดผลทางจิตวิทยาและอาจเพิ่มแรงกดดันทางลบต่อตลาดได้” หยูเซียงหลง นักเศรษฐศาสตร์ของ ไชน่า อินเตอร์เนชันนัล แคปิตัล คอร์ป ในฮ่องกง กล่าว

จีนพยายามจะคุมค่าเงินหยวนอย่างเห็นได้ชัด นอกจากทุนสำรองที่ลดลงไปแล้ว จีนยังเปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าเงินหยวนใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยจีนลดสัดส่วนน้ำหนักเหรียญสหรัฐลงจาก 26.4% เหลือ 22.4% และเพิ่มสกุลเงินเข้าไปคิดเพิ่มจากเดิม 13 สกุลเงิน เป็น 24 สกุลเงิน แต่ยังคงไม่เห็นผลในระยะสั้นและยังต้องจับตากันต่อไป

ธนาคารเอชเอสบีซี ประเมินว่า พีบีโอซีมีการขายสินทรัพย์ทั้งหมด 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.28 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) จากปริมาณทุนสำรองที่ลดลงไปทั้งหมด 4.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอีก 1.5 หมื่นล้านหรียญสหรัฐ (ราว 5.35 แสนล้านบาท) เป็นผลมาจากมูลค่าหยวนที่ลดลงไปเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าเดือน พ.ย.ที่สินทรัพย์สกุลหยวนลดค่าลงไป 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) จากการแทรกแซงของธนาคารกลาง

ในปี 2016 ที่ผ่านมา จีนทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าไปลงทุนได้ใจชื้นขึ้นมาบ้างด้วยการผ่อนคลายกฎเข้มงวดเข้ามาลงทุน เช่น ในเดือน ก.พ. 2016 พีบีโอซีประกาศผ่อนกฎลงทุนในตลาดตราสารหนี้อินเตอร์แบงก์ ทั้งการยกเลิกการจำกัดโควตาลงทุนและลดขั้นตอนขออนุมัติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2016 จีนมีการเข้มงวดการนำเงินออกจากจีนมากขึ้นเพื่อสกัดเงินทุนไหลออก ซึ่งสำนักข่าวบลูมเบิร์กประเมินว่า มีปริมาณ 7.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 27 ล้านล้านบาท) ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2016

ทางการกรุงปักกิ่งเพิ่มความเข้มงวดการไปควบรวมกิจการในนอกประเทศ และยังเพิ่มหลักเกณฑ์ใหม่ในการโอนเงินออกนอกประเทศจีน เช่น รัฐบาลจะตรวจสอบการโอนวงเงินสูงกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 178 ล้านบาท) หรือจำกัดโควตาโอนเงินออกนอกประเทศของบุคคลธรรมดาอยู่ที่ปีละ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 1.75 แสนบาท)

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวกลับสร้างความกังวลให้กับต่างชาติในการเข้ามาลงทุนในประเทศจีนมากขึ้นไปอีก เนื่องจากจะทำให้การโยกย้ายเงินกลับประเทศนั้นทำได้ยากขึ้น

การควบคุมเงินทุนไหลออกของจีนจึงไม่อาจทำได้ง่ายดายนัก แม้จะยอมสละทิ้งหรือสร้างความกังวลด้วยการชะงักการปฏิรูปเปิดกว้างก็ตาม เนื่องจากภาวะเงินทุนไหลออกดังกล่าว ยังเสริมด้วยเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวลงซึ่งลดความเชื่อมั่นการลงทุน และอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่เตรียมปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ หลังอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงจากนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งผลให้เพิ่มความน่าลงทุนให้กับสินทรัพย์ของสหรัฐในการดึงดูดเม็ดเงิน

อย่างไรก็ตาม ฟานเกิง ที่ปรึกษาของพีบีโอซี เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า แม้ทางการจีนยังไม่พร้อมจะลดการเข้าแทรกแซงในตอนนี้ แต่ธนาคารกลางไม่มีแนวโน้มที่จะออกมาตรการใหม่เพื่อสกัดกั้นเงินทุนไหลออก โดยภาวะการไหลเข้าออกของเงินทุนอยู่เป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ

เศรษฐกิจจีนยังมีช่องทางการขยายตัวในปีนี้ โดยจากการสำรวจนักกลยุทธ์และผู้จัดการกองทุน 12 แห่ง ของบลูมเบิร์ก คาดการณ์ว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตจะปรับขึ้นถึง 3,800 จุดในปีนี้ หรือปรับขึ้น 22% โดยมีปัจจัยบวกเป็นเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและภาคเอกชนที่มีผลประกอบการดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลดการเข้มงวดการไหลเข้าออกของเงินทุน

กระนั้น จีนก็ยังต้องใช้เวลากว่าจะไปถึงการเปิดกว้างอย่างเต็มที่

“ตลาดทุนเสรีในจีนเป็นแค่ความใฝ่ฝันมากกว่าจะเป็นเป้าหมายเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม ผมคิดว่าตราบเท่าที่คุณต้องการสร้างสมดุลให้กับบัญชีอยู่ คุณก็จะไม่มีทางได้ตลาดในประเทศที่เปิดกว้างเต็มรูปแบบ” จอห์น กรีนวูด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ของ อินเวสโก แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ ในกรุงลอนดอน เปิดเผยกับบลูมเบิร์ก

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI