posttoday
เน็ตไอดอลกับภาษี

เน็ตไอดอลกับภาษี

10 มกราคม 2560

คนสัญชาติไทยทุกคนหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดมีหน้าที่ต้องเสียภาษี

โดย...รุจิระ บุนนาค

คนสัญชาติไทยทุกคนหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ส่วนจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แล้วแต่ว่าคนที่มีรายได้นั้นจะประกอบกิจการในนามนิติบุคคลหรือมีรายได้ส่วนตัว 

เมื่อไม่นานมานี้ กรมสรรพากรกำลังตรวจสอบการเสียภาษีของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีรายได้จากการขายของงานรับจ้างแสดงสินค้า (Review สินค้า) งานโชว์ตัวหรือการแสดง (คลิปวิดีโอ) บนโลกออนไลน์ ผ่านเครือข่ายเฟซบุ๊ก (Facebook) อินสตาแกรม (Instagram) บีโก้ไลฟ์ (Bigo Live) หรือเครือข่ายอื่นอันมีลักษณะเดียวกันนี้ โดยกลุ่มคนประเภทนี้จะมีคนติดตามมากในโลกออนไลน์ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้าน และจะมีรายได้แตกต่างกันไปตามความดังของแต่ละคน มักเรียกกันว่า “เน็ตไอดอล” (Net Idol)

เน็ตไอดอลบางคนมีรายได้ต่อเดือนหลักแสน และอาจถึงหลักล้านจากการทำงานผ่านโลกออนไลน์ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือหากจ่ายภาษีจะจ่ายในลักษณะใด เพราะที่มาของรายได้แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนหากโด่งดังมีคนติดตามหลักล้านจะมีค่าตัวครั้งละหลายหมื่น แต่หากมีคนติดตามน้อยค่าจ้างก็จะอยู่ที่หลักพัน           

เมื่อผู้ประกอบธุรกิจต้องการว่าจ้างให้โฆษณาสินค้า ซึ่งคืองานประเภทการรับจ้างแสดงสินค้า (Review สินค้า) เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม เสื้อผ้า เครื่องประดับ ฯลฯ เน็ตไอดอลเหล่านี้จะมีรายได้ และถือเป็นเงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดจะต้องเสียภาษีแต่ไม่ไปเสียภาษี มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน และต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนจนกว่าจะเสียภาษี หากไม่ยื่นเสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท 

รายได้ของคนที่ทำงานผ่านโลกออนไลน์ทำกันมานานแล้ว แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเริ่มทำกันเป็นธุรกิจอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะการขายของออนไลน์ การรับจ้างแสดงสินค้า (Review สินค้า) หรือการแสดงโชว์ของบรรดาเน็ตไอดอลทั้งหลายซึ่งมีให้เห็นตามหน้าเฟซบุ๊ก คือ การแพร่ภาพสดผ่าน Facebook Live และบีโก้ไลฟ์ (Bigo Live) รวมถึงแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปกติธรรมดาไปแล้ว แต่เพิ่งไปสะดุดใจกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเห็นว่าคนกลุ่มนี้อาจจะมีบางส่วนไม่ได้เสียภาษีตามกฎหมายหรือเสียภาษีไม่ถูกต้อง      

ถึงแม้การออกมาเข้มงวดและตรวจสอบที่มาของรายได้ของกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรกับบรรดาเหล่าเน็ตไอดอลทั้งหลายเหมือนจะช้าเกินไป แต่ยังดีที่กรมสรรพากรจะจัดธุรกิจประเภทนี้เข้ามาในระบบการเสียภาษี เพราะธุรกิจประเภทนี้มีรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำแทบไม่ต้องลงทุนมาก เพียงแค่สละเวลาอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ สร้างสิ่งแปลกใหม่ สร้างจุดขายให้กับตัวเอง เพียงเท่านี้จะมีคนมาติดตามมากมาย มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ นำมาซึ่งช่องทางในการหารายได้

ทุกวันนี้ เน็ตไอดอล คนขายของออนไลน์ หรือคนที่รับงานผ่านโลกออนไลน์ ไม่ต้องมีห้างร้าน หรือสถานประกอบกิจการยังสามารถทำงานหารายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากผู้คนที่มากดติดตาม กดไลค์ หรือกดแชร์รายการสินค้า เพราะเมื่อมีคนแชร์ต่อๆ กันไป รายการสินค้าหรือการให้บริการนั้นจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น ส่วนคนที่รับกดไลค์ กดแชร์ จะมีรายได้จากการว่าจ้างเช่นกัน

ลักษณะงานของเน็ตไอดอล บางครั้งเหมือนกับนักแสดง เพราะหากว่ามีชื่อเสียงโด่งดัง หรือเข้าสู่วงการบันเทิงและมีคนติดตามมาก เมื่อมีการรับงานและมีรายได้เข้ามา การเสียภาษีจะเหมือนกับนักแสดง คือ หักภาษี ณ ที่จ่ายตอนรับเงินร้อยละ 5 ซึ่งในทางปฏิบัติที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันน้อยมากที่จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะบางครั้งผู้ว่าจ้างไม่ใช่นิติบุคคลจึงไม่มีสิทธิหักภาษี ณ ที่จ่าย หรืออาจจะจ่ายเป็นเงินสดโดยไม่ได้ทำในรูปแบบของธุรกิจลงระบบบัญชีจึงไม่เข้าระบบภาษี หรือเพราะส่วนหนึ่งไม่เข้าใจหลักการเสียภาษี ทำให้รัฐขาดรายได้ส่วนนี้ไป

ไม่เพียงแต่เน็ตไอดอลเท่านั้นที่กำลังโดนเพ่งเล็งจากกรมสรรพากร ยังมีกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจประเภทให้บริการผ่านเครือข่ายออนไลน์ที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการต้องจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่บางครั้งผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการกูเกิล เฟซบุ๊ก จึงไม่สามารถจัดเก็บได้ อย่างไรก็ตามกรมสรรพากรอาจจะเสนอกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อให้บริษัทผู้ให้บริการผ่านโลกออนไลน์เข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง และนานาอารยประเทศก็ปฏิบัติกัน

ความเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากธุรกิจออนไลน์ไม่มีใครเข้ามาควบคุมดูแลเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้การจ่ายภาษีเข้ารัฐ เท่ากับไม่ได้สร้างความเป็นธรรมในสังคม ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งก้มหน้าก้มตาทำงาน เมื่อมีรายได้เข้ามาต้องไปเสียภาษีให้รัฐ แต่ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมีรายได้มหาศาลกลับไม่ได้เสียภาษี ซึ่งเงินภาษีที่เสียไปไม่ว่าจากกลุ่มใดจะได้รับกลับมาในรูปแบบบริการสาธารณะ  

ฉะนั้น สิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นเมื่อทุกคนยังมีงานทำมีรายได้ คือ การเสียภาษี ไม่ว่าจะเป็นเน็ตไอดอล หรืออาชีพอื่นๆ ล้วนแต่สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ทั้งนั้น แต่สำหรับเน็ตไอดอล และผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ทั้งหลายซึ่งกำลังโดนตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ ควรจะยื่นแบบแสดงการเสียภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะโดนกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน