
เตรียมยกเครื่อง "สปท." งานไม่เดิน-ปฏิรูปซ้ำซ้อน
สปท.ที่ทำงานกันอยู่ในปัจจุบันอาจมีบางส่วนที่ถูกคัดออกเพื่อปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับภารกิจในอนาคต
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ทันทีที่ประเทศไทยเข้าสู่ปี 2560 ไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะเป็นปีสุดท้ายในการทำงานของ คสช.ตามที่ได้มีการประกาศโรดแมป 3 ระยะก่อนหน้านี้
ระยะที่ 1 การควบคุมอำนาจในการปกครอง และควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองให้หยุดนิ่ง เพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และเปิดพื้นที่ให้คนซึ่งเห็นต่างกันได้พบปะพูดคุย
ระยะที่ 2 การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยจะนำไปสู่กระบวนในการจัดทำรัฐธรรมนูญ มีกรอบระยะในการดำเนินงานในระยะที่ 2 ประมาณ 1 ปี แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง และความร่วมมือของคนในชาติเป็นปัจจัยสำคัญ
ระยะที่ 3 การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ภายหลังการทำงานตามโรดแมปทั้ง สองระยะข้างต้นประสบความสำเร็จเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย คสช.พร้อมจะจัดให้มีการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย
ถ้าดูกันตามโรดแมปแล้วจะเห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงปลายของโรดแมประยะที่ 2 โดยรอให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เพิ่งผ่านประชามติได้รับการโปรดเกล้าฯ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ กระบวนการเปลี่ยนผ่านตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดไว้จะเริ่มนับหนึ่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งนอกเหนือไปจากเรื่องการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นที่จับตาของหลายฝ่ายแล้ว ยังมีเรื่องการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
โดยการปฏิรูปประเทศในช่วงปลายของโรดแมปนั้น ความหวังได้ถูกฝากไว้ที่ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” (สปท.) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ประกาศแล้วว่าปี 2560 จะเป็นปีแห่งการปฏิรูปประเทศ
ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ สปท.ต้องดำเนินการเสนอกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีวิธีการจัดทำแผนการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้าน และประกาศใช้บังคับภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
มาตรา 266 กำหนดว่า “ให้ สปท.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่ตราขึ้นตามมาตรา 259 เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือวิธีการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ได้”
อย่างไรก็ตาม การทำงานของ สปท.ยังคงถูกตั้งคำถามว่าสามารถเป็นความหวังได้หรือไม่
ส่วนหนึ่งของคำถามมาจากการถูกตั้งข้อสงสัยว่า ปัจจุบัน สปท.มีผลงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในเรื่องใดบ้าง เพราะผลงานของ สปท.ที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่เหมือนกับการทำงานซ้ำกับในส่วนที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ทำไปบ้างแล้ว ซึ่งแม้แต่ “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ก่อนหน้านี้
“การปฏิรูปยังขับเคลื่อนไปได้ช้า ซึ่งอาจติดขัดในบางส่วน ทั้งนี้การประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่ายที่ผ่านมาก็หารือในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะการออกแบบการทำงานที่มีขั้นตอนเยอะเกินไป ทั้งๆ ที่ สปช.ได้คิดเสร็จหมดแล้ว
“ผมกลับมองเห็นว่า สปท.ควรเข้ามาขับเคลื่อนสิ่งที่ สปช.คิดให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพียงแค่นี้ก็จบ แต่ปรากฏว่ามีการนำเรื่องนั้นเรื่องนี้มาถกเถียงกัน ทั้งๆ ที่มีการศึกษากันจบแล้วในชั้นของ สปช.” ความเห็นของรองประธาน สนช.
ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดกระแสข่าวในช่วงหลังว่า ทันทีที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ คสช.จะทำการรื้อโครงสร้างของ สปท.เพื่อขันนอตการปฏิรูปประเทศให้มีความลื่นไหลมากขึ้นเพื่อให้สมกับเป็นปีแห่งการปฏิรูป
โดย คสช.เริ่มดำเนินการในมาตรการแรกแล้ว ด้วยการตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อลดขั้นตอนเดิมของการปฏิรูปประเทศที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร จนทำให้กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปจริงๆ เข้ามายัง สนช.น้อยพอสมควร
ไม่เพียงเท่านี้ สปท.ที่ทำงานกันอยู่ในปัจจุบันอาจมีบางส่วนที่ถูกคัดออกเพื่อปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับภารกิจในอนาคต เรียกได้ว่าใครผลงานไม่เข้าตาเตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย
จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ ถึงประกาศเตรียมโหมงานปฏิรูปประเทศค่อนข้างหนักตลอดทั้งปีนี้







