posttoday
2017ยุคของแพง ดอกเบี้ยขึ้น-น้ำมันพุ่ง

2017ยุคของแพง ดอกเบี้ยขึ้น-น้ำมันพุ่ง

05 มกราคม 2560

แม้ปี 2017 จะเต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอนหลายอย่างที่ยังต้องรอดูกันต่อไป

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

แม้ปี 2017 จะเต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอนหลายอย่างที่ยังต้องรอดูกันต่อไป ทว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นแน่นอนในปีนี้ก็คือ การมาถึงยุค “ของแพง” จากการขับเคลื่อนของ 2 ปัจจัยหลัก คือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ย และราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้น

เพียงแค่เปิดตลาดวันแรกของปีเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ราคาน้ำมันดิบโลกก็ทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงที่สุดในรอบ 18 เดือน โดยน้ำมันดิบเบรนต์ปรับขึ้นกว่า 2% หรือ 1.55 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 58.37 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ปรับขึ้น 1.52 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 55.24 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือสูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2015 เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ปีใหม่ที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) กับกลุ่มประเทศนอกโอเปก จะเริ่มทำตามข้อตกลงลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ให้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว

ราคาน้ำมันโลกจะขึ้นไปได้ถึงขนาดไหนนั้น ยังขึ้นอยู่กับกลุ่มโอเปกและนันโอเปกเป็นสำคัญว่า จะทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ หรือทำได้ไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ซึ่งต้องจับตากันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน ม.ค.นี้ เบื้องต้นมีบางประเทศที่ทยอยลดกำลังการผลิตลงบ้างแล้วทีละน้อย ได้แก่ คูเวต ที่ลดลง 1.3 แสนบาร์เรล/วัน มาอยู่ที่ 2.75 ล้านบาร์เรล/วัน ส่วนประเทศอื่นๆ อาทิ อิรัก และโอมาน ส่งสัญญาณเตรียมลดกำลังผลิตลงในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ดี งวดนี้มีทิศทางที่โอเปกจะทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ได้จริง ไม่ฉีกสัญญาปากเปล่าทิ้งเหมือนบางครั้งที่ผ่านมา เพราะซาอุดิอาระเบียที่เป็นผู้ส่งออกเบอร์ 1 ของโลกเอาจริง ทั้งยอมลดในส่วนของตัวเองลงมากที่สุด และยังจับมือกับรัสเซียที่เป็นผู้นำกลุ่มนอกโอเปก (ไม่รวมสหรัฐ) ได้ จึงเริ่มมีรายงานข่าวจากเทรดเดอร์น้ำมันว่า ซาอุฯ เตรียมขึ้นราคาขายน้ำมันดิบทุกเกรดกับกลุ่มลูกค้าในเอเชีย ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้ 

เมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา วาณิชธนกิจที่เป็นเจ้าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างโกลด์แมน แซคส์ จึงได้ปรับขึ้นคาดการณ์ราคาน้ำมันโลกสำหรับไตรมาส 2 ปี 2017 นี้ว่า น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสจะขยับขึ้นจาก 55 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 57.50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และขึ้นคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนต์จาก 56.50 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 59 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นอกจากเป็นปัจจัยจากการลดกำลังผลิตลงแล้ว โกลด์แมน แซคส์ ยังคาดการณ์ว่าการบริโภคน้ำมันในปีนี้จะปรับตัวขึ้นด้วย

ทิศทางราคาน้ำมันขาขึ้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะดันให้ดัชนีราคาผู้บริโภค หรืออัตราเงินเฟ้อ ปรับตัวขึ้นตามไปด้วยในปีนี้ ซึ่งหากเปรียบเทียบดูจากช่วงปลายปีที่แล้วที่ราคาน้ำมันเริ่มขยับขึ้นจะเห็นได้ว่า ได้ส่งผลให้เงินเฟ้อในหลายประเทศสูงขึ้นตามกันไปแล้ว

อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ขยับขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2013 ไปอยู่ที่ 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากเดือนก่อนที่เงินเฟ้อยังอยู่แค่ 0.7% โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันฮีตติ้งออยล์ที่ใช้กันตามอาคารบ้านเรือนเพื่อให้ความอบอุ่น ขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี เมื่อเทียบเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า เช่นเดียวกับราคาอาหารที่ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 3% ในหลายรัฐ

สถานการณ์คล้ายกันนี้ยังเป็นไปในหลายประเทศ อาทิ สเปน ซึ่งดัชนีเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. ขยายตัวอยู่ที่ 1.4% หรือสูงที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2013 ขณะที่ เงินเฟ้อของฝรั่งเศสขยายตัวอยู่ที่ 0.8% หรือสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2014

แม้แต่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ต้องต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อโตต่ำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยยังไม่มีวี่แววจะผลักดันเงินเฟ้อให้บรรลุเป้าหมาย 2% ได้ตามที่เคยวางไว้นั้น ก็ยังอาจต้องหันมาทบทวนสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง หลังเกิดเหตุการณ์หลายอย่างในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งการบรรลุข้อตกลงของโอเปกและนันโอเปก ไปจนถึงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มาพร้อมคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า และดันให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าทะลุรอบ 14 ปีจนถึงปัจจุบัน 

ล่าสุด สำนักงานสถิติยูโรสแตท เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศยูโรโซน 19 ประเทศในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัวขึ้นแตะ 1.1% ไปเรียบร้อยแล้ว หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 0.6% จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ซึ่งดันราคาอาหาร แอลกอฮอล์ ยาสูบ และการบริการให้สูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากทิศทางราคาน้ำมันขาขึ้นแล้ว การเตรียมขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ที่อาจมีขึ้นถึง 3 ครั้ง มากกว่าแผนเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ อันเป็นผลมาจากนโยบายเศรษฐกิจหลายอย่างของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเร็วและเงินเฟ้อสูงขึ้น ก็จะมีผลกระทบไปถึงต้นทุนกู้ยืมที่จะแพงขึ้นเช่นกัน โดยแม้ว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้ขยายตัวเร็วเกินไป แต่ก็จะทำให้ต้นทุนทางการเงินทั้งของภาคธุรกิจและบุคคลทั่วไปที่มีเงินกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ และอื่นๆ ต้องเข้าสู่ยุคใหม่ที่เงินไม่ถูกอีกต่อไป

การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก็จะส่งผลทางอ้อมให้ต้นทุนหนี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐในแต่ละประเทศพุ่งสูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน ยังกดดันให้แต่ละประเทศไม่สามารถใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินได้เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากจะทำให้ช่องว่างดอกเบี้ยยิ่งห่างขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะทุนไหลออกที่เริ่มทยอยออกไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และคาดว่าจะยังคงมีต่อเนื่องตลอดในปีนี้ โดยเฉพาะในจีน ที่กำลังเพิ่มการควบคุมดูแลเงินทุนไหลออกอย่างเข้มงวด ซึ่งผลกระทบทางอ้อมนี้จะทำให้แต่ละประเทศต้องเข้าสู่จุดสิ้นสุดของยุคเงินถูกไม่ต่างกัน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน