posttoday
เหรียญด้านที่สาม

เหรียญด้านที่สาม

01 มกราคม 2560

ปี 2560 เป็นปีที่ประเทศไทยของเราจะพร้อมใจกันน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้

โดย...ดร.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ปี 2560 เป็นปีที่ประเทศไทยของเราจะพร้อมใจกันน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการฟื้นคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย

น่าแปลกใจที่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักประชาธิปไตยควบคู่กัน คล้ายกับเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง

แต่สำหรับนักเศรษฐศาสตร์อย่างผมแล้ว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับความเป็นประชาธิปไตยแทบจะเป็นด้านสองด้านของเหรียญอันเดียวกัน

ขอเริ่มจากความเป็นประชาธิปไตยก่อนก็แล้วกัน ประชาธิปไตยเป็นกระบวนการตัดสินใจร่วมกันของสาธารณะ ในการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นทรัพย์สินของส่วนรวมเพื่อประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก

แต่หลายครั้งประโยชน์ของสมาชิกตั้งอยู่บนฐานที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น สมาชิกบางกลุ่มบอกว่าตนเองต้องการได้ไฟฟ้าที่มีราคาถูก แต่อาจมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก

ในทางตรงกันข้าม อาจบอกว่าต้องการรักษาสภาพแวดล้อมเอาไว้และพร้อมที่จะจ่ายเพิ่มขึ้น ถ้าพลังงานไฟฟ้านั้นจะมาจากพลังงานหมุนเวียน แทนที่จะมาจากพลังงานซากดึกดำบรรพ์เช่นที่ผ่านมา

ยิ่งไปกว่านั้น ในหลายกรณีผู้ที่ได้รับประโยชน์ (เช่น ได้ไฟฟ้ามาใช้ หรือได้ที่ทิ้งขยะ) กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางลบจากการการตัดสินใจนั้น (เช่น ชุมชนที่อยู่รอบๆ โรงไฟฟ้าหรือรอบๆ บ่อขยะ) ก็ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกัน

ประชาธิปไตยจึงเป็นกลไกสำคัญของสังคมในการที่จะตอบคำถามในเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์และต้นทุนอย่างเป็นธรรมในสังคม

ประชาธิปไตยจึงไม่ใช่เพียงการยกมือโหวต เพื่อที่จะบอกว่าใครเป็นฝ่ายที่มีจำนวนมากกว่า โดยไม่สนใจว่า ประโยชน์ที่ฝ่ายที่มีจำนวนมากกว่าได้รับนั้น มันเป็นธรรมหรือไม่ เมื่อเทียบกับความสูญเสียและความเสี่ยงของฝ่ายที่มีจำนวนน้อยกว่าจะต้องแบกรับไว้

เมื่อวาน แดนไท ลูกชายของผม ก็ได้ย้ำกับผมว่า “ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เรื่องของคนส่วนใหญ่เท่านั้น”

ณ จุดนี้แหละครับที่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถเข้ามาเติมเต็มกระบวนการประชาธิปไตยได้ครับความมีเหตุผล ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว และคุณธรรม (โดยเฉพาะความเห็นอกเห็นใจกัน) คือ หลักการที่สำคัญในการตัดสินใจในระบอบประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน

ฝ่ายที่จำนวนมากกว่าจำเป็นจะต้องรับฟัง ใช้เหตุผล ใช้ความพอประมาณของตน และใช้ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพื่อมิให้ “เสียงที่มากกว่า” ของตนกลายเป็นเพียงเครื่องมือที่ตนจะหาประโยชน์ใส่ตน มากกว่าจะเป็นเครื่องมือของการอยู่ร่วมกันด้วยดีตามหลักการที่แท้จริงของประชาธิปไตย

ในขณะเดียวกันการผ่อนหนักผ่อนเบา การเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน และการชดเชยผู้ที่เสียประโยชน์อย่างเป็นธรรม ก็คือภูมิคุ้มกันที่ดีสำหรับการป้องกันความเปราะบางและความแตกแยกในสังคมประชาธิปไตย ที่สมาชิกอาจมีฐานทรัพยากรและฐานการได้รับประโยชน์ที่แตกต่างกัน

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย

ในทางกลับกัน การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยกลไกประชาธิปไตยเช่นกัน เพราะในสังคมที่ความหลากหลายและซับซ้อน การใช้ระบบอำนาจนิยมโดยกลุ่มคณะใดคณะหนึ่ง ย่อมมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ง่ายกว่ากระบวนการที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมคิด ร่วมคุย และร่วมตัดสินใจ

สังคมอำนาจนิยมที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของผู้คน จึงย่อมมีการใช้เหตุใช้ผลที่จำกัดกว่าสังคมประชาธิปไตย การตัดสินใจในระบอบอำนาจนิยม จึงมักเป็นตามความเชื่อของผู้มีอำนาจมากกว่าจะมาจากพลังทางปัญญาของผู้คนในสังคม

ยิ่งไปกว่านั้น หากขาดความเป็นประชาธิปไตย “ความพอประมาณ” ซึ่งเป็นกลไกการปรับสมดุลของผู้คนในสังคมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะเกิดขึ้นจากการคิดเอาเองฝ่ายเดียว (ของฝ่ายที่มีอำนาจ)

แทนที่จะเกิดจากการปรึกษาหารือ การใช้เหตุผลร่วมกันว่าความพอประมาณของแต่ละฝ่ายควรจะอยู่ในลักษณะใด? และแต่ละฝ่าย (โดยเฉพาะฝ่ายที่เสียประโยชน์) จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวได้อย่างไร?

การใช้อำนาจนิยมสุดท้ายจึงมักจะจบลงด้วยการไม่ยอมรับของผู้คนในสังคม แต่ปัญหาคือก่อนที่อำนาจนิยมนั้นจะจบลง มันมักจะสร้างบาดแผลให้กับผู้คนในสังคมนั้นๆ ด้วย

การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยขาดความเป็นประชาธิปไตย จึงเป็นการขับเคลื่อนภายใต้ความเสี่ยง แทนที่จะเป็นการสร้าง “ภูมิคุ้มกันที่ดี” ในสังคมตามหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ดังนั้นในความคิดของผมการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการสร้างประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องเดียวกัน

เราไม่สามารถจะบอกได้ว่าสังคมเราน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้อย่างแท้จริง ถ้าการใช้เหตุผล ความพอประมาณ การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว การใช้ความรู้ การใช้คุณธรรม ในสังคมนั้น ไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานของเสียงและสิทธิของผู้คนทุกคนที่เป็นสมาชิกของสังคม

ขณะเดียวกันเราจะทำให้ประชาธิปไตยเป็นคำตอบของสังคมไทยได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นมานั้นมาจากกระบวนการที่ทุกคน ไม่ว่าจะส่วนน้อยหรือส่วนใหญ่ มีสิทธิใช้เหตุผลของตน และมีผู้พร้อมที่จะรับฟังและเรียนรู้ร่วมกันในสังคมนั้น

เมื่อวานแดนไทลูกชายได้ย้ำกับผมอีกว่า “แดนไม่ต้องการสังคมที่คิดแทนกัน ไม่ว่าจะเป็นการคิดแทนโดยคนส่วนน้อยที่มีอำนาจ หรือการคิดแทนโดยคนส่วนใหญ่ ที่อ้างเสียงข้างมากก็ตาม”สำหรับผมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและประชาธิปไตยตั้งอยู่บนฐานของการคิดร่วมกัน ประสานประโยชน์กัน ไม่ใช่การคิดแทนกันและการเอาชนะกัน

คนมักกล่าวว่า “เหรียญมีสองด้าน” แท้จริงแล้วเหรียญมีสามด้านครับ เพราะเมื่อเราตั้งเหรียญขึ้น เราจะเห็นด้านเล็กๆ ที่บางมาก แต่เป็นด้านที่เชื่อมด้านทั้งสองที่เห็นได้ชัดกว่าเข้าด้วยกัน

บัดนี้สังคมไทยเราต้องการด้านที่สามที่จะเชื่อมเหรียญทั้งสองด้านของเศรษฐกิจพอเพียงและประชาธิปไตยเข้าด้วยกัน

เหรียญด้านที่สามจะเป็นอะไรนั้น? นั่นคือคำตอบของการเชื่อมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและประชาธิปไตยเข้าด้วยกัน

สำหรับผมแล้วเหรียญด้านที่สาม คือ “ประชาชน” ที่เปิดใจเรียนรู้และพร้อมจะอยู่ร่วมกับผู้คนที่แตกต่างกันสังคมนี้ อย่างเท่าเทียมและเคียงบ่าเคียงไหล่กัน และเหรียญด้านที่สามนี้จะเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดของปี 2560 ในทัศนะของผม

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน