posttoday
เหตุเกิดที่เกาหลี (ย้อนรอย 488-2017)

เหตุเกิดที่เกาหลี (ย้อนรอย 488-2017)

01 มกราคม 2560

“새해 복 많이 받으 세요 - แซแฮ ผ๊ก มานี พาดือเซโย-สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ”

โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

“&*9352;&o4644; &*8373; &*7566;&o1060; &*8155;&o1004; &*9464;&o0836; - แซแฮ ผ๊ก มานี พาดือเซโย-สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ”

เป็นคำอวยพรในวันขึ้นปีใหม่แบบเกาหลีค่ะ ทว่าตามประเพณีเกาหลีโบราณวันขึ้นปีใหม่ของเกาหลีที่เรียกว่า “ซอลลาน- &*9444;&*5216; หรือกูจอง &*4396;&o1221;”  นั้น นับตามปฏิทิน “จันทรคติ” ตามอารยธรรมเอเชียตะวันออกซึ่งได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่จากจีนโบราณ  วันขึ้นปีใหม่จึงเป็นวันที่ 1 ของปีนักษัตรใหม่แบบจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับปีไก่ เริ่มวันที่ 28 ม.ค. คนเกาหลีเขาบอกว่าพวกเขาน่ะเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีมา 2,000-3,000 ปีแล้ว!!

ตอนที่ไปเรียนที่เกาหลีใหม่ๆ พบเพื่อนๆ ชาวเกาหลีเขาชอบมาคุยให้ฟังด้วยความภูมิใจว่าประเทศเขาเก่าแก่มานาน 4,000-5,000 ปี สมัยโบราณเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เราเองยังเคยเถียงว่าจริงอ่ะรู้ได้ยังไง โม้รึเปล่า ฯลฯ จนกระทั่งเริ่มศึกษาเรื่องราวเกาหลีอย่างจริงจังจึงรู้ว่าในทางประวัติศาสตร์เกาหลีโชคดีที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับจีนมาหลายพันปี (ส่วนใหญ่ตกเป็นประเทศราช) ได้มีการส่งนักปราชญ์บัณฑิตไปศึกษาหาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเมือง จึงสามารถบันทึกเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวอักษรจีนบนแผ่นโลหะ หรือบนหินสลัก มีการทำกระดาษฮันจิ (กระดาษปั่นจากเส้นใยไฟเบอร์ของพืช) และใช้น้ำหมึกเขียนบันทึกประวัติศาสตร์ลงในกระดาษเก็บไว้ เมื่อกระดาษกรอบหรือเสียหาย ก็มีการคัดลอกกันใหม่ต่อมาเรื่อยๆ เหมือนอักษรธรรมล้านนาจารบนใบลานของเราที่ต้องคัดลอกกันต่อๆ มา เมื่อใบลานกรอบ

เหตุเกิดที่เกาหลี (ย้อนรอย 488-2017) นายบันคีมุน

 

พูดถึงอักษรธรรมล้านนา คาดว่าอาณาจักรล้านนาในอดีตได้พัฒนาขึ้นมาจากอักษรฝักขามซึ่งพัฒนามาจากลายสือไทย (ที่พ่อขุนรามคำแหงทรงประดิษฐ์ในปี 1826) อีกต่อหนึ่งเสียดายที่ทุกวันนี้มีกลุ่มอนุรักษ์เหลืออยู่ไม่กี่กลุ่มขาดแคลนคนสืบทอดอักษรธรรมล้านนา แม้คุณตาของ “เชกา” ซึ่งเป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ชาวเหนือบวชเรียนเขียนอ่านศึกษาอักษรธรรมล้านนาจนแตกฉานตั้งแต่เล็ก เมื่อลาสิกขามาแต่งงานกับคุณยายก็ไม่มีลูกหลานคนใดได้สืบทอดความรู้ของท่านเลย แหล่งคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมล้านนาที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศไทย อยู่ที่ วัดสูงเม่น อ. สูงเม่น จ.​แพร่ มีอักษรธรรมใบลานที่จารคัดลอกครั้งสุดท้ายเกือบ 200 ปีเก็บรักษาไว้ ใครผ่านไปทางนั้นไปเยี่ยมชมได้ค่ะ

กลับมาที่เกาหลีหลักฐานโบราณบนกระดาษที่เป็นสมบัติล้ำค่าของชาติชิ้นหนึ่ง ลิขิตด้วยตัวอักษรจีนโบราณบนกระดาษ ชื่อว่า “ซัมกุกยูซา – &*9340;&*4397;&o0976;&*9324;” (สามก๊ก บันทึกสามแผ่นดินของเกาหลี) คาดว่าเขียนขึ้นราวปี 1281 ในสมัยอาณาจักรโคเรียวได้กล่าวถึงงานเฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ ในรัชสมัยของกษัตริย์ “บิชอ” แห่งอาณาจักรชิลลา ที่ทรงพระชนม์อยู่ในราวปี 488 ไว้ด้วย (จริงแฮะเพื่อนไม่ได้โม้)

“หากไร้ซึ่งความเป็นเอกราช ความเป็นชาติก็ไม่มี” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเกาหลีเมื่อสูญเสียเอกราชให้แก่ญี่ปุ่นไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในปี 1896 อำนาจรัฐภายใต้การควบคุมโดยจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ประกาศให้อาณาจักรโชซอน (เกาหลี) ใช้วันขึ้นปีใหม่ตามสากล (ที่ญี่ปุ่นใช้อยู่แล้ว) และเมื่อหมดสิ้นราชวงศ์โชซอน เกาหลีตกเป็นดินแดนในอาณาเขตของญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง วันปีใหม่ตามจันทรคติแบบโบราณและวันอื่นๆ ตามประเพณีโชซอนได้ถูกยกเลิกไปหมด ช่วงกว่า 40 ปี วัฒนธรรม ภาษา ประเพณี ชื่อ นามสกุล ของเกาหลีแต่เดิมที่มีมาเป็นพันๆ ปี ถูกลบหายไป ทุกคนต้องมีชื่อนามสกุลญี่ปุ่น โรงเรียนสอนแต่ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลีต้องแอบซ่อนสอนกันในบ้านค่ะ

เหตุเกิดที่เกาหลี (ย้อนรอย 488-2017) นายมุนแจอิน

 

จนกระทั่งหลังสงครามโลกและหลังสงครามเกาหลีเหนือ-ใต้เกาหลีได้อธิปไตยกลับคืนมา ประเพณี ภาษา วัฒนธรรมจึงได้ค่อยๆ ถูกฟื้นฟูขึ้นจนเจริญงอกงามในปัจจุบัน วันที่ 1 เดือน 1 ตามจันทรคติ ได้ถูกยกขึ้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีและให้เป็นวันหยุดราชการเนื่องในวันปีใหม่จริงๆ เมื่อปี  1898 เองค่ะ ก็เหมือนเราที่มีสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีนะคะ แต่กว่าเกาหลีจะได้ประเพณีดั้งเดิมของเขากลับคืนมา ยากแค้นลำเค็ญกว่าเราเยอะ เราโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีคอยปกป้องดูแลมิให้ตกเป็นเมืองขึ้นใคร ดูบทเรียนจากเกาหลีไว้ อย่ายอมให้ใครมาทำลายแบ่งแยกชาติได้ค่ะ

เกาหลีในปีใหม่ 2017 นี้ จะเป็นอย่างไรก็คงจะต้องเผชิญกับความยากลำบากทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจต่อไป  ขนาดที่สามีของรุ่นน้องที่เป็นคนเกาหลีมาอยู่ในเมืองไทย แอบบ่นมาหลายครั้งแล้วว่า อยากจะกลับไปช่วยชาติ (แต่ภรรยาเหยียบเบรกไว้ทุกครั้ง ว่าช่วยส่งกำลังใจไปให้จากเมืองไทยก็ได้ ฮา) ปัญหาแรกระยะนี้ การเมืองยังไม่นิ่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ตัดสินว่าจะรับการถอดถอนประธานาธิบดีหรือไม่ แต่จากการประเมินสถานการณ์แล้ว ดูว่าน่าจะรอดยากค่ะ มีแนวโน้มว่าคงต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ เกินกว่า 90 %

ทั้งนี้ สื่อต่างๆ ได้เก็งตัวว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ เช่น นายกรัฐมนตรี “ฮวาง” ซึ่งรักษาการแทนประธานาธิบดีคนปัจจุบัน เมื่อถูกถามท่านไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ขอแค่ทำงานปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อน อนาคตค่อยว่ากันอีกคนคือ มุนแจอิน ตัวแทนพรรคเดโมแครต แต่ที่น่าตกใจรับปีใหม่เลย คือ เริ่มมีการทำสงครามสาดโคลนใส่กันแล้ว เมื่อ บันคีมุน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติที่ใครๆ คาดว่าจะเป็นตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วย กลับถูกนิตยสารฉบับหนึ่งลงข่าวในลักษณะที่ว่าท่านเคยรับเงินสินบนจากนักธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกในธุรกิจ (มีรายละเอียด แต่ไม่ขอกล่าว) ท่านได้ออกมาปฏิเสธแล้วและคงจะได้กลับมาสะสางเรื่องราวกลางเดือน ม.ค.นี้

ขอเป็นกำลังใจให้เกาหลีได้คนดีมาปกครองบ้านเมืองค่ะ เพราะปีนี้บรรยากาศทางธุรกิจยังคงอึมครึมซึ่งมีผลมาจากการขุดลึกลงไปถึงกระบวนการโยงใยระหว่าง “นางชเว” ซื่งกลายเป็นตำนานเพื่อนสนิทคิดล้างเพื่อนของประธานาธิบดีหญิงที่สร้างความสั่นสะเทือนทั่วประเทศ กับกลุ่มธุรกิจยักษ์ที่ทรงอำนาจทางเศรษฐกิจของเกาหลีที่เข้ามาพัวพันหลายราย ทั้งนี้ผู้นำองค์กรที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจเกาหลี (มากกว่าบทบาทขององค์กรเดียวกันของไทย) เช่น สภาหอการค้าและอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งเกาหลี และสภาการค้าระหว่างประเทศ ได้ออกโรงมาขอร้องให้องค์กรธุรกิจทุกแห่งของเกาหลี ด้วยคำพูดที่กินใจมากค่ะ ว่า “ขอให้ปี 2017 เป็นปีที่เริ่มต้นกันใหม่ด้วยการดำรงไว้ซึ่งพื้นฐานแห่งความถูกต้องและคุณธรรม”

เหตุเกิดที่เกาหลี (ย้อนรอย 488-2017)

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้