
ข่าวดีค่าไฟลดรับปีใหม่
“เรกูเลเตอร์” มีมติลดค่าเอฟทีงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2560 ลง 4 สตางค์/หน่วย ดึงเงินสะสมมาบริหาร ต้นทุน 1.18 หมื่นล้าน
“เรกูเลเตอร์” มีมติลดค่าเอฟทีงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2560 ลง 4 สตางค์/หน่วย ดึงเงินสะสมมาบริหาร ต้นทุน 1.18 หมื่นล้าน
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ที่ประชุมเรกูเลเตอร์มีมติปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2560 ลดลง 4 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ติดลบ37.29 สตางค์/หน่วย เพื่อเป็นการลดภาระกับประชาชน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนในรอบบิลอยู่ที่ 3.3827 บาท/หน่วย
อย่างไรก็ตาม จากการคำนวณค่าเอฟทีสำหรับงวดใหม่ พบว่า เบื้องต้นสามารถลดได้ถึง 7.8 สตางค์/หน่วย โดยดึงเงินสะสมมาใช้ในการคำนวณคิดเป็นวงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท แต่เรกูเลเตอร์มีมติลดให้ 4 สตางค์/หน่วยเท่านั้น โดยดึงเงินสะสมมาใช้เป็นวงเงิน 1.18 หมื่นล้านบาท และในส่วนที่เหลืออีก 3.8 สตางค์/หน่วย จะนำไปใช้สำหรับงวดถัดไป คือ เดือน พ.ค.-ส.ค. 2560 ที่คาดว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน รวมทั้งน้ำมันเตาที่จะสำรองเพื่อใช้ช่วงที่แหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาในประเทศเมียนมาหยุด ซึ่งจะทำให้งวดหน้ามีแนวโน้มที่ค่าเอฟทีอาจจะเพิ่มเป็น 20.32 สตางค์/หน่วย
“ปัจจัยที่ทำให้สามารถลดเอฟทีงวดนี้ได้มาจากการที่โรงไฟฟ้าหลายแห่งจากทั้งเอกชนและต่างประเทศหยุดซ่อมบำรุงนอกแผน จึงได้รับค่าปรับจากค่าความพร้อมจ่ายจากโรงไฟฟ้ามาช่วยบริหารลดค่าเอฟทีลงได้ แม้แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าและราคาก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น รวมถึงมีปัจจัยจากการหยุดซ่อมแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาประเทศเมียนมาก็ตาม ในขณะที่ค่าเอฟทีงวดหน้า มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นแน่นอน” นายวีระพล กล่าว
สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่เดิม เรกูเลเตอร์เตรียมเปิดรับซื้อไฟฟ้าสิ้นปีนี้โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลและชีวภาพจะต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมออกระเบียบอัตรารับซื้อไฟฟ้าใหม่ที่เป็นแบบต่อเนื่อง (เฟิร์ม) เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนมีเสถียรภาพมากขึ้น จ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชม. โดยคาดว่าจะประกาศได้ในเดือน ม.ค. 2560
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าการหารือร่วมกับกรมการค้าภายในและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อหารือถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหากรณีที่ประชาชนผู้เช่าหอพักร้องเรียนจากการคิดอัตราค่าไฟสูงมาก ประมาณหน่วยละ 8-9 บาท แต่เรกูเลเตอร์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายดูแลที่อยู่อาศัยที่ไม่มีการขอเลขที่บ้าน ดังนั้นทางกรมการค้าภายในและ สคบ.จะใช้อำนาจที่มีดูแล
“กรมการค้าภายในจะมีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมราคาสินค้า สคบ.เองก็จะมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเร็วๆ นี้หน่วยงานดังกล่าวจะประกาศเกณฑ์ในการดูแลค่าไฟหอพัก ส่วน กกพ.เองก็พร้อมที่จะคำควณค่าไฟที่เหมาะสมต่อหอพักในแต่ละประเภทให้เป็นเกณฑ์ในการดูแล ทำให้ภาพรวมค่าไฟหอพักจะไม่สูงระดับ 9 บาท/หน่วย” นายวีระพล กล่าว







