
สืบประมงไทยผิดกฎหมาย
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน รายงานอ้างกรีนพีซ องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลกว่า เรือประมงของไทยที่เข้าไปจับปลาอย่างผิดกฎหมายในน่านน้ำใกล้ชายฝั่งออสเตรเลีย มีแนวโน้มจัดส่งอาหารทะเลไปให้กับร้านซูชิอิซู รายใหญ่ที่เปิดกิจการในห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธกว่า 165 สาขาทั่วออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลให้ซัพพลายเชนของทางร้านอาจมาจากการทำประมงผิดกฎหมาย
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน รายงานอ้างกรีนพีซ องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลกว่า เรือประมงของไทยที่เข้าไปจับปลาอย่างผิดกฎหมายในน่านน้ำใกล้ชายฝั่งออสเตรเลีย มีแนวโน้มจัดส่งอาหารทะเลไปให้กับร้านซูชิอิซู รายใหญ่ที่เปิดกิจการในห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธกว่า 165 สาขาทั่วออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลให้ซัพพลายเชนของทางร้านอาจมาจากการทำประมงผิดกฎหมาย
รายงานระบุว่า ห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธ ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของออสเตรเลีย และบริษัทแอดวานซ์ เฟรช คอนเซป (เอเอฟซี) เจ้าของกิจการร้านอาหารซูชิอิซู กำลังร่วมกันสอบสวนเรื่องดังกล่าวที่อาจจะขัดต่อหลักการทางจริยธรรมที่บริษัทห้างสรรพสินค้ารายใหญ่กำหนดไว้กับผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบ
ก่อนหน้านี้ เดอะการ์เดียน ระบุว่า เรือประมงน้ำลึกของไทยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนลูกเรือที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์หรือมีหนี้สิน ทำให้ต้องยอมทำงานในเรือประมง รวมถึงถูกทำร้ายร่างกายและปล่อยให้เสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่ได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งการกระทำดังกล่าวเปรียบได้กับการถูกบีบบังคับให้เป็นทาสในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้ เรือประมงผิดกฎหมายของไทยมักเข้าไปจับปลาในน่านน้ำที่ไร้การควบคุม และไม่มีการดูแลตลอดบริเวณน่านน้ำของเอเชียและแปซิฟิก ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อระบบนิเวศวิทยาทางทะเล
ที่มีความเปราะบาง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรีนพีซได้เปิดเผยรายงานภายหลังมีการสืบสวนเรื่องดังกล่าวเป็นระยะเวลา 12 เดือน ว่า เรือประมงของไทยยังคงมีการทำประมงอย่างผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในปี 2015 แม้ว่าจะมีการปราบปรามอย่างหนักในอินโดนีเซีย ไทย รวมถึงปาปัวนิวกินี
รายงานระบุว่า เรือสำรวจของกลุ่มติดตามเรือประมงไทย นับตั้งแต่การจับปลาในมหาสมุทรอินเดียผ่านช่องทางต่างๆ จนถึงการส่งสินค้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารทั่วทุกมุมโลก
ห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ระบุว่า กำลังดำเนินการสืบสวนประเด็นดังกล่าว โดยเปิดเผยว่าผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบของบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายและต้องสอดคล้องกับหลักการทางจริยธรรม ซึ่งบริษัทจะร่วมมือกับบริษัท เอเอฟซี ในการสอบสวนข้อกล่าวหาที่ซัพพลายเชนของบริษัททำการประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ในตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สื่อหลายแห่งรายงานเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนบนเรือประมงของไทยออกมาอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้เรือประมงไทยหันไปจับปลาในน่านน้ำของปาปัวนิวกินี ที่ตั้งอยู่ทางเหนือของออสเตรเลียแทน นอกจากนี้ รัฐบาลปาปัวนิวกินีได้ปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมายเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้เรือประมงไทยที่ลักลอบจับปลาต้องเปลี่ยนเส้นทางไปจับปลาในมหาสมุทรอินเดียแทน







