
กฎหมายธรรมกาย
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
หมายค้นจากศาลที่ให้อำนาจ DSI และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุมธัมมชโย ผู้ต้องหาคนสำคัญของ DSI ในข้อหาฟอกเงิน รับของโจร เป็นการออกหมายค้นครั้งที่สอง
หมายค้นในครั้งนี้ไม่ได้ใช้งานเลย คำคุยโม้ของทั้ง DSI และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บอกว่า มีแผนเข้าจับกุมไว้แล้วนั้น จนหมายหมดอายุแล้วก็ยังไม่มีใครทราบว่า แผนที่ว่าเป็นอย่างไร เห็นตามข่าวมีเพียงส่งโดรนขึ้นไปถ่ายภาพแป๊บเดียวก็เผ่นกลับ
กฎหมายของรัฐไทยยังคงไม่สามารถใช้ได้กับรัฐธรรมกาย ณ คลองหลวง อาณาจักรจานบินที่ยิ่งใหญ่ ประกาศศักดาความเป็นอิสระ ไม่ยอมรับหมายจับของศาลไทย
อาณาจักรธรรมกายมีทรัพย์สินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประมาณกันว่ามากกว่า 4.4 ล้านล้านบาท มากกว่างบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยในแต่ละปี อาณาจักรแห่งนี้มีพื้นที่เฉพาะที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มากกว่า 4,000 ไร่ ยังไม่รวมสาขาต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก ประมาณว่าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นไร่
ภายในอาณาจักรสำนักงานใหญ่ มีอาคารใหญ่กว่า 20 อาคาร หนึ่งในนั้นเป็นโรงภาพยนตร์ มูลค่าการก่อสร้างเฉียดๆ 3 แสนล้านบาท เฉพาะอาคารวิมานของธัมมชโย ตั้งชื่ออย่างหรูว่า อาคารปรนิมมิตวสวัตตี ซึ่งเป็นชื่อสวรรค์ชั้นที่ 6 ภายในตกแต่งหรูหรายิ่งกว่าโรงแรม 6 ดาว หน้าต่างมีระบบป้องกัน 2 ชั้น สร้างด้วยเหล็กกล้าและกระจกนิรภัยกันกระสุน ประตูชั้นในเป็นไทเทเนียม มูลค่าการก่อสร้างประมาณว่าไม่ต่ำกว่า 450 ล้านบาท
เป็นพระในพุทธศาสนาหรือเป็นมาเฟียระดับโลก
กฎหมายไทยไม่ได้มีความหมายกับธรรมกายมานานแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายของไทยต่างหลับใหลมานานจนไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นว่าธรรมกายทำอะไรที่ผิดกฎหมายไทยบ้าง
เมื่อธรรมกายสิ้นมนตร์ขลัง อำนาจรัฐไม่ได้อยู่ในมือของนักโทษชายหนีคดี แต่อยู่ในมือทหาร โดยเฉพาะต้องขอชื่นชมท่าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีต รมว.ยุติธรรม ที่เอาจริงเอาจังจน DSI ดำเนินคดีเอาผิดธัมมชโย เจ้าลัทธิธรรมกาย จนศาลออกหมายจับได้
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กรม ชลประทานจึงได้ตื่นจากภวังค์ ตรวจสอบการสร้างสะพานข้ามคลองของวัดพระธรรมกาย จึงพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ได้แจ้งความดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกาย 6 เรื่อง คือ ก่อสร้างสะพานโดยไม่ได้รับอนุญาต 3 สะพาน และก่อสร้างสะพานข้ามคลองเข้าวัดตามที่ขออนุญาตไว้ แต่ทำผิดเงื่อนไขด้วยการปิดกั้นสะพานเอาไว้ใช้เฉพาะวัด ไม่ให้เป็นทางสาธารณะตามที่ขออนุญาตไว้อีก 3 สะพาน จึงได้นำประกาศไปปิดไว้ใต้สะพาน
ดูเหมือนเจ้าหน้าที่กรมชลประทานจะภาคภูมิใจที่ทำหน้าที่ แต่ผมกลับเห็นว่าเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งของกรมชลประทาน ท่านอธิบดีน่าจะเอาปี๊บมาแจกให้เจ้าหน้าที่คลุมหัวทั้งกรม
สะพานที่ก่อสร้างมีขนาดใหญ่ สร้างมานานหลายปีแล้ว การก่อสร้างแต่ละสะพานใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเสร็จในระหว่างการก่อสร้าง เจ้าหน้าที่กรมชลประทานไม่รู้ไม่เห็นการก่อสร้างเลยหรืออย่างไร หรือแกล้งมองไม่เห็นเพราะมีม่านสีเทามาบังตา ถ้าเปรียบเทียบกับชาวบ้านอย่าว่าแต่สร้างสะพานเลย แค่แอบสร้างท่าน้ำยื่นเข้าไปในคลองหน่อยเดียว เจ้าหน้าที่ยังทราบได้
แต่ธรรมกายสร้างสะพานจนเสร็จเรียบร้อย ปิดกั้นไม่ให้เป็นทางสาธารณะ แต่เจ้าหน้าที่กรมชลประทานมองไม่เห็น งานนี้ถ้าไม่ซื้อปี๊บแจก ท่านอธิบดีน่าจะซื้อแว่นสายตายาวแจกลูกน้อง จะได้มองเห็นอะไรได้ชัดเจน
นอกจากการสร้างสะพานแล้ว ยังมีสิ่งปลูกสร้างและการดำเนินการหลายอย่างภายในวัดผิดกฎหมาย โดยพบว่า มีการปลูกสร้างอาคาร 61 หลัง ไม่ได้ขออนุญาต มีการบุกรุกที่ดินสาธารณะ 7 แห่ง และยังมีการขุดบ่อบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง อีกกว่า 100 คดี
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกว่าคดีนี้ก็เช่นเดียวกัน คงหลับใหลไปนาน หรือไม่ก็หลงเพลิดเพลินกับเรื่องเล่าทัวร์นรกทัวร์สวรรค์ของธัมมชโย จนลืมตัวบทกฎหมาย
รัฐไทยเรามีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย บ้านเมืองเรามีกฎหมายมากมาย แต่ขาดการบังคับใช้ แม้ล่าสุดศาลออกหมายจับก็แล้ว ออกหมายค้นให้ก็แล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังคงวางแผนกันอยู่ ไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อจับกุมผู้ต้องหา เพราะเกรงว่าจะเกิดความรุนแรง
ถ้าเหตุผลที่ไม่กล้าเข้าตรวจค้นเพราะเกรงจะเกิดความรุนแรง เหตุผลอย่างนี้เข้าทางธรรมกายซึ่งเป็นสายแดงอยู่แล้ว ธรรมกายมีเงินที่สามารถจ้างพระรับจ้างและสาวกจำนวนมากมาปกป้องเจ้าลัทธิจานบินเมื่อใดก็ได้ ฉะนั้น ถ้า DSI และตำรวจยังกลัวจะเกิดความรุนแรงจากพระรับจ้างและสาวกอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่มีวันจะจับกุมธัมมชโยได้อย่างแน่นอน
และจะไม่มีวันที่จะจับแม้ลูกศิษย์หรือสาวกที่ถูกออกหมายจับได้ ไม่ว่าความผิดใดก็ตาม ต่อให้แจ้งความเอาผิดอีกเป็นร้อยเป็นพันคดี มีหมายจับอีกกี่ฉบับ ก็มีค่าเพียงเศษกระดาษเท่านั้น
การตัดน้ำตัดไฟ ไม่สามารถกดดันให้ธัมมชโยออกมามอบตัวได้ เพราะในวัดมีเครื่องปั่นไฟ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน
สภาพการณ์ในปัจจุบันนี้ ธัมมชโยแม้ไม่ติดคุกก็เหมือนติดคุก แต่เป็นคุกวีไอพีที่สุขสบาย ธัมมชโยเพียงติดคดีในทางนิตินัยที่ไม่สามารถใช้สถานะความเป็นพระไปดำเนินการใดๆ ได้
สภาพการณ์คงไม่แตกต่างจากสมเด็จช่วง ที่ไม่มีวันได้ขึ้นตำแหน่งพระสังฆราช จากคดีรถเบนซ์โบราณจดประกอบหนีภาษี ในระยะนี้คดีของสมเด็จช่วงดูจะเงียบๆ ไป ซึ่งเป็นไปได้ว่า คงจะรอให้สมเด็จช่วงมรณภาพไปเอง เพราะอายุก็มากแล้ว
สำหรับธัมมชโย ที่อ้างว่าป่วยขาเน่านั้น ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ และความจริงอีกอย่างที่ทุกคนอยากรู้คือ ธัมมชโยยังอยู่ในอาณาจักรธรรมกาย หรือหนีหายไปแล้ว
ความเป็นไปได้ในตอนนี้ที่ธัมมชโยจะหลบหนีไปแล้ว มีความเป็นไปได้มาก ธัมมชโยน่าจะประเมินได้ว่า คดีครั้งนี้ยากจะเอาตัวรอด หากยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โอกาสที่จะถูกถอดจีวรมีความเป็นไปได้สูง และคงไม่เพียงแค่ถอดจีวร แต่น่าจะต้องถึงติดคุกด้วย ธัมมชโยรับไม่ได้
ด้วยอำนาจเงินมหาศาลอย่างนี้ ธัมมชโยจะหลบหนีไปต่างประเทศย่อมไม่ใช่เรื่องยาก อาณาจักรธรรมกายที่ต่างประเทศที่สร้างไว้อย่างหรูหราก็ยังรออยู่ หลบหนีไปใช้ชีวิตต่างประเทศ เอาบุญไปขายได้อีก จะไม่สบายกว่าหรือ
หมายจับของศาลคงใช้ไม่ได้กับคนอย่างธัมมชโย







