posttoday
พรบ.คอมฯผ่านฉลุย เพิ่มสัดส่วนกก.ส่องข้อมูล

พรบ.คอมฯผ่านฉลุย เพิ่มสัดส่วนกก.ส่องข้อมูล

17 ธันวาคม 2559

“สนช.” ผ่านฉลุยพ.ร.บ.คอมฯ ย้ำม.14(1)ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท กมธ.ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเพิ่มเป็น 9 คน แต่ให้มาจากเอกชนแค่ 3 คน ด้าน “สฤณี” ย้ำเดินหน้าค้าน

“สนช.” ผ่านฉลุยพ.ร.บ.คอมฯ ย้ำม.14(1)ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท กมธ.ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเพิ่มเป็น 9 คน แต่ให้มาจากเอกชนแค่ 3 คน ด้าน “สฤณี” ย้ำเดินหน้าค้าน

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปราย โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายว่า ในมาตรา 11 วรรคสอง อยากขอความชัดเจนของคำว่า “ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ” ว่ามีความหมายว่าอะไร และอะไรที่ทำให้เกิดความรำคาญ เจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร ความจริงอีเมล์ขยะควรจะต้องขออนุญาตประชาชนก่อนส่งหรือไม่ ไม่ใช่ว่ากฎหมายนี้อนุญาตให้ส่งอีเมล์ขยะมาก่อน แล้วค่อยเปิดช่องให้ผู้รับสามารถยกเลิกได้โดยง่าย

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ในฐานะประธานวิสามัญฯ ชี้แจงว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้รับปฏิเสธอีเมล์ขยะตั้งแต่ต้น เพราะคิดว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอี-คอมเมิร์ส ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ส่งให้ผู้รับ ขณะที่นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ กล่าวว่า ในประกาศกระทรวงที่กำลังจะออกจะระบุว่าเรื่องใดที่ทำได้และไม่ก่อให้เกิดความรำคาญ

ขณะที่มาตรา 12 สมาชิกส่วนใหญ่ ขอความชัดเจนของคำว่า  การกระทำต่อข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ “การบริการสาธารณะ” ว่ามีความหมายอย่างไร รวมทั้งท้วงติงมาตรา 12 วรรคสี่ การทำให้ผู้อื่นตายแต่ไม่ได้เจตนา เป็นการบัญญัติซ้ำกับประมวลกฎหมายอาญาที่มีอยู่หรือไม่

ซึ่งพล.ต.อ.ชัชวาล ชี้แจงว่า การทำให้ผู้อื่นตายแต่ไม่ได้เจตนา ไม่มีการบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ขณะเดียวกันกฎหมายอาญาบัญญัติในเรื่อง การทำร้ายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำร้ายร่างกายโดยตรง แต่เป็นการทำร้ายต่อระบบจนทำให้คนอื่นตาย ดังนั้น การบัญญัติว่า ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแต่มิได้มีเจตนา จึงไม่ซ้ำซ้อนกับประมวลกฎหมายอาญา

ด้านนางสุรางคณา วายุภาพ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชี้แจงถึงการเพิ่มคำว่า “การบริการสาธารณะ” ว่า ที่เพิ่มคำนี้ เพราะคำว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะนั้นไม่ครอบคลุมทั้งหมด  ยกตัวอย่างเช่น สำนักทะเบียนของกรมการปกครอง บางคนมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐาน แต่บางคนบอกไม่เข้าข่าย ฉะนั้นเส้นแบ่งของ 2 คำนี้บางครั้งไม่ชัดเจน จึงทำให้กมธ.เติมคำว่าการบริการสาธารณะเข้าไป เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ ไม่กระทบกับเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลทั่วไป  
สำหรับมาตรา 14 (1) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงหรือทุจริต ปลอม บิดเบือนทั้งหมดหรือบางส่วนข้อมูลคอมพิวเตอร์  นางสุรางคณา กล่าวว่า เจตนารมณ์เดิมของมาตรานี้ตั้งใจเอาผิดกับเรื่องฉ้อโกง ปลอมแปลง แต่การบัญญัติตามพ.ร.บ.คอมพ์ฯ พ.ศ.2550 นั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปใช้กับความผิดฐานหมิ่นประมาท ครั้งนี้กมธ.จึงแก้ไขให้ตรงกับเจตนารมณ์ เช่นเดียวกับพล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า มาตราดังกล่าวถือว่ามีความชัดเจน ไม่เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท

สำหรับ มาตรา 20/1 ให้รัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ จำนวน 5 คน  โดยมาจากภาคเอกชน 2 คน และหากเห็นว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการแพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์นั้น

นายวัลลภ สอบถามถึงเรื่องที่มาและจำนวนของคณะกรรมการกลั่นกรอง ว่าการตั้งคณะกรรมการเพียง 5 คน หากมาประชุมเพียงแค่ 3 คนก็สามารถลงมติได้แล้ว ถามว่าจะให้ 3 คน ตัดสินชีวิตใครคนใดคนหนึ่งใช่หรือไม่ ดังนั้นขอความกรุณาคณะกมธ.ช่วยปรับจำนวนเป็น 7 หรือ 9 คน และเชื่อว่าหากมีที่มาชัดเจนจะช่วยลดแรงต้านของสังคมได้ นอกจากนี้สมาชิกยังสอบถามถึงคำจำกัดความ คำนิยมของคำว่า “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” หมายถึงอะไร
ด้านพล.ต.อ.ชัชวาลย์ ชี้แจงมาตรา 20/1 ว่า ข้อมูลอันขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจไปกระทบสิทธิส่วนบุคคล ส่วนความหมายของคำว่า “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยฯ” และอะไรที่ขัดต่อความสงบฯนั้น เรียนว่าไม่เคยมีการบัญญัติไว้ในกฎหมาย และที่ประชุมกมธ.ได้หารือกันแล้ว พบว่าศาลจะมีแนวทางพิจารณาอยู่ว่าเรื่องใดที่ขัดต่อความสงบบ้าง ทั้งนี้มาตราดังกล่าวศาลจะพิพากษาให้ระงับหรือลบเท่านั้น ไม่มีความผิดใดๆ แต่ถ้าไม่ทำตามที่ศาลสั่งตรงนั้นถึงจะมีความผิด สำหรับตัวอย่างความผิดตามมาตราดังกล่าว เช่น สอนวิธีการฆ่าตัวตาย วิธีการปล้น หรือทำอาวุธ ซึ่งไม่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อเผยแพร่แล้วถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี เป็นต้น

จากนั้น นายพรเพชร นายพรเพชร ประธานในที่ประชุม ได้สั่งพักการประชุม 10 นาที เพื่อขอให้กมธ.และผู้ที่ติดใจปรับปรุงเรื่องที่มาและจำนวนของคณะกรรมการกลั่นกรอง กระทั่งได้เปิดประชุมอีกครั้ง โดยพล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า หลังจากที่หารือแล้ว เห็นว่าการที่มีคณะกรรมการกลั่นกรอง จำนวน 5 คน แม้คำตัดสินจะไม่มีผลต่อการกระทำผิดหรือถูก แต่นำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลมีคำสั่งระงับหรือลบข้อมูลดังกล่าวออกไป ซึ่งกมธ.เห็นว่าควรปรับเปลี่ยนจำนวนคณะกรรมการกลั่นกรองจาก 5 เป็น 9 คน และคำตัดสินต้องมีคะแนนเกินครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการกลั่นกรอง หรือ 5 คน นอกจากนี้คุณสมบัติของคณะกรรมการฯ ที่มาจากภาคเอกชน จำนวน 3 คน ให้มาจากด้านสิทธิมนุษยชน ด้านสื่อสารมวลชน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

สุดท้ายที่ประชุมได้ลงมติเป็นรายมาตราในวาระ 2 และลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในวาระ 3 ด้วยคะแนน 168 ต่อ 0 งดออกเสียง 5 เสียง ให้รรตประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ด้านเครือข่ายพลเมืองเน็ตและองค์กรนิรโทษกรรมสากล ประเทศไทย(แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล) โดย น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล ผู้ก่อตั้งเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า ตนได้ติดตามการพิจารณาร่างพรบ.การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่สนช.ได้ลงมติผ่านวาระ 3 ไปแล้ว เห็นว่ามีการปรับแก้นิดหน่อย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ปรับแก้อะไรเลย หลังจากนี้เครือข่ายก็ต้องทำหน้าที่ต่อไปเริ่มจากการติดตามเนื้อหาของร่างพรบ.ฉบับสมบูรณ์ว่าเป็นอย่างไร  และต้องจับตาดูการบังคับใช้ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง แน่นอนว่าเราไม่เห็นด้วยกับร่างพรบ.ฉบับดังกล่าว จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษา และหาจังหวะและโอกาสในการแสดงจุดยืน ทั้งการเสนอให้มีการปรับแก้ไข หรือจะเสนอร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งจากร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้ 1 หมื่นรายชื่อ ซึ่งจะตัวเลขจำนวนสมาชิกที่ติดตามเครืข่ายกว่า 3 แสนคน ดังนั้นเรื่องล่ารายชื่อคงไม่ใช่ปัญหาในอนาคต เพียงแต่ต้องรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมในการผลักดัน

น.ส.สฤณี กล่าวว่า ตนคิดว่าทางเครือข่ายมีสิ่งที่ต้องจับตามดูอย่างใกล้ชิดอยู่ 4 เรื่องคือ  1.เรื่องคดีความตามพรบ.เดิมในมาตรา 14(1) แล้วเมื่อมีการปรับแก้แล้วทางตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 2.ตัวร่างประกาศต่างๆของกระทรวงที่จะออกมาที่จะเกี่ยวข้องกับการบล็อคเว็ป ฯลฯ จะเป็นอย่างไรต่อไป 3.ระบบเซ็นเซอร์ใหม่ ที่จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองฯขึ้นมาจะเป็นอย่างไร การทำหน้าที่ การได้มาซึ่งกรรมการฯ จะมีความโปร่งใส หรือมีการกำหนดแนวทางการทำงานอย่างไร 4.เรื่องมาตรา 16(2) ในเรื่องการสั่งทำลายข้อมูลคอมฯ ตรงนี้จะต้องมีการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ เพราะเขาเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจ เรื่องนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไร

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน