
'ชูวิทย์'พ้นคุกอภัยโทษ3หมื่นคน
อธิบดีกรมคุกคาดนักโทษเข้าเกณฑ์อภัยโทษ 3 หมื่นคน ส่วนใหญ่ต้องโทษน้อยไม่เกิน 2 ปี
อธิบดีกรมคุกคาดนักโทษเข้าเกณฑ์อภัยโทษ 3 หมื่นคน ส่วนใหญ่ต้องโทษน้อยไม่เกิน 2 ปี
นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า คาดว่าจะมีผู้ต้องโทษที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสแรกนับแต่ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2559 ประมาณ 3 หมื่นคน ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวทันที โดยแต่ละเรือนจำจะมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อให้ได้ผู้ต้องโทษที่ได้รับการปล่อยตัว
นายกอบเกียรติ กล่าวว่า ผู้มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ ต้องเป็นผู้ต้องโทษชั้นดีขึ้นไปจึงได้รับสิทธิ และไม่เป็นผู้ที่กระทำผิดซ้ำ ไม่ใช่ผู้ต้องโทษคดีฆ่าข่มขืน ฉ้อโกงประชาชน หรือค้ายาเสพติด ในส่วนของเรือนจำต่างจังหวัดจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด และอัยการ ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย โดยหลังตรวจสอบคุณสมบัติแล้วจะส่งรายชื่อผู้ต้องโทษให้ศาลจังหวัดทำหมายปล่อย และจะปล่อยตัวล็อตแรกได้ภายใน 3 วัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องโทษน้อยไม่เกิน 2 ปี
“กลุ่มที่เข้าข่ายได้รับสิทธิอภัยโทษปล่อยตัวรอบนี้ เช่น นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้ต้องขังคดีรื้อบาร์เบียร์ ที่ต้องโทษจำคุกคนละ 2 ปี ส่วนผู้กระทำผิดคดี 112 ก็เข้าข่ายได้รับประโยชน์โดยจัดเป็นผู้ต้องขังคดีทั่วไปที่มีสิทธิได้รับการลดโทษ” นายกอบเกียรติ กล่าว
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า หากเรือนจำแห่งไหนมีความพร้อมก็สามารถปล่อยตัวผู้ต้องขังได้ทันที
ด้าน นายปิยรัฐ จงเทพ นายกสมาคมเพื่อเพื่อน กล่าวว่า คาดว่าจะมีนักโทษการเมืองและนักโทษทางความคิดไม่น่าเกิน 10 คน ได้รับการอภัยโทษครั้งนี้ เนื่องจากตั้งแต่ปี 2558 มีการอภัยโทษมาแล้ว 3 ครั้ง ในรอบ 1 ปี
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องขังคดีทำเอกสารรายงานการประชุมเท็จ ค้ำประกันกู้เงินธนาคารกรุงไทย ศาลฎีกาได้ตัดสินจำคุก 20 ปี ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษเนื่องจากเป็นนักโทษชั้นกลาง รวมถึง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.ไอซีที ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 1 ปี เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2559 เพราะเป็นผู้ต้องขังชั้นกลาง







