posttoday
ทุนญี่ปุ่นจ่อซื้อวีนิไทย

ทุนญี่ปุ่นจ่อซื้อวีนิไทย

09 ธันวาคม 2559

ทุนญี่ปุ่นจ่อทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน ซื้อหุ้นวีนิไทย 58% จากโซลเวย์ฯ หลังเห็นไทยมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอาเซียน

ทุนญี่ปุ่นจ่อทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน ซื้อหุ้นวีนิไทย 58% จากโซลเวย์ฯ หลังเห็นไทยมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอาเซียน

นายบรูโน มารี โจเซฟ ฟาน เดอร์ วีเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีนิไทย(VNT) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า  บริษัท โซลเวย์ ไวนิล โฮลดิ้ง เอจี ของเบลเยียม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้น 58.77% หรือ 695 ล้านหุ้น อยู่ระหว่างการดำเนินการขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท  ซึ่งบริษัทได้รับทราบข่าวแล้วแต่ยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ดังนั้นจะติดต่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่หากมีความคืบหน้าใดจะแจ้งให้ทาง ตลท.ต่อไป

สำนักข่าวนิกเกอิ รายงานว่า อาซาฮีกลาสเตรียมซื้อหุ้น 58% ในวีนิไทย หรือ VNT ผู้ผลิตพีวีซีรายใหญ่ของไทยจากโซลเวย์ กรุ๊ป เพราะเล็งเห็นศักยภาพในการขยายตัวของความต้องการใช้พลาสติกจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยและอาเซียน

สำหรับมูลค่าการซื้อหุ้นจะอยู่ที่ระหว่าง 4-5 หมื่นล้านเยน (352-440 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของอาซาฮีกลาส การเจรจาได้มาถึงขั้นตอนสุดท้ายและคาดว่าจะทำข้อตกลงได้ภายในสิ้นเดือนนี้

ทั้งนี้ VNT เป็นผู้ผลิตพีวีซี หรือ โพลีไวนิลคลอไรด์ รายใหญ่อันดับ 2 ของไทยครองส่วนแบ่งตลาด 30% ด้วยยอดขาย 1.66 หมื่นล้านบาท ในปี 2558

บริษัท ปตท.โกลบอลเคมิคัล (PTTGC) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ในสัดส่วน 24.98% VNT ระบุว่า รอดูความชัดเจนการซื้อขายหุ้นก่อนจะตัดสินใจ

การเข้ามาซื้อหุ้นในสัดส่วน 58.77% ตามเกณฑ์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) จะต้องทำคำเสนอซื้อทั้งหมด หุ้น VNT พุ่งรับข่าวระหว่างวันขึ้นไปสูงสุดที่ 20.20 บาท และปิด 18.30 บาท เพิ่มขึ้น 1.70 บาท หรือ 10.24% มูลค่าซื้อขายสูงสุดอันดับ 9 ของวัน และราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดอันดับ 6

ด้าน ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 89 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 296 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิลดลง 6.2% เนื่องจากการลดลงของยอดขายอันเป็นผลจากการหยุดซ่อมบำรุงภายหลังเหตุการณ์การจ่ายกระแสไฟฟ้าขัดข้อง และการลดลงของราคาขายผลิตภัณฑ์อีพิคลอโรไฮดริน เมื่อเทียบกับปีก่อนส่งผลให้ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไร 324 ล้านบาท ลดลงจาก 529 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 3 บริษัทมีรายได้ 3,412 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขาย 3,387 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 21.5% จากยอดขายผลิตภัณฑ์พีวีซีโซดาไฟและวีซีเอ็มที่ลดลงอันเนื่องมาจากการจ่ายกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลเสียต่อเนื่องไปยังหน่วยการผลิตบางส่วนของบริษัททำให้ต้องหยุดกระบวนการผลิต เพื่อทำการซ่อมบำรุงและราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์อีพิคลอโรไฮดรินยังคงลดต่ำลงตามสภาวะการแข่งขันในตลาด

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้