posttoday
เชื่อมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย

เชื่อมธุรกิจญี่ปุ่น-ไทย

04 ธันวาคม 2559

ฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธาน เจโทร กรุงเทพฯ ได้เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก มาซายะสุ โฮซูมิ ประธานเจโทรคนก่อนหน้านี้

ฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธาน เจโทร กรุงเทพฯ ได้เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก มาซายะสุ โฮซูมิ ประธานเจโทรคนก่อนหน้านี้ ซึ่งเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น โดยประวัติการทำงานของ มิทสึมะตะ นั้นเริ่มในกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (มิติ) ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2530 ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี ที่มิติ มิทสึมะตะได้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางด้านนโยบายเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ไอที พลังงานและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมเอสเอ็มอี และทรัพย์สินทางปัญญา

ทั้งนี้ ก่อนมารับตำแหน่งประธานเจโทร สำนักงานกรุงเทพฯ ในช่วงเดือน ก.ค. 2557 มิทสึมะตะดำรงตำแหน่งรองอธิบดีด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม สำนักวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมนโยบายเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมิติ นอกจากการทำงานที่มิติยังได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ซึ่งรับผิดชอบงานวิจัยนโยบายการค้าและพลังงานที่เจโทร สำนักงานนิวยอร์ก ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2549-มิ.ย. 2552

“มิทสึมะตะ” บอกเล่าการทำงานในประเทศไทยพบปัญหาบางด้าน คือ รถติด ทำให้บางครั้งการนัดหมายบางงานเกิดการคลาดเคลื่อนเวลานัด เพราะบางครั้งเตรียมเวลาไปล่วงหน้า แต่เกิดปัญหารถติดไปถึงนัดช้ากว่าที่กำหนด ทำให้ตารางนัดหมายตลอดวันล่าช้าไปหมด จึงอยากให้ประเทศไทยมีการแก้ไขปัญหาเรื่องรถติด เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างมาก และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน รวมถึงคนที่ทำงานด้วย

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ไปท่องเที่ยวน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ทำงานตลอด แต่ได้ไป จ.พระนครศรีอยุธยา ในช่วงวันหยุด ได้ไปวัดในจังหวัดหลายวัด หลังจากนี้ไปหากมีเวลามากขึ้นจะใช้เวลาท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ของประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับอาหารไทยที่ชื่นชอบ มีทั้งอาหารแกงมัสมั่น ข้าวซอย และลาบหมู เป็นเมนูที่ชื่นชอบมาก รวมถึงชื่นชอบเครื่องดื่มไทยด้วย

พร้อมกล่าวอีกว่า คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก ในปีนี้คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 9 แสนคน และมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายแห่ง แต่สถานที่ที่ต้องการแนะนำให้คนไทยไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่น อยากให้ไปท่องเที่ยวในหมู่เกาะทางใต้ คือ “เกาะคิวชู” ด้วยตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ในโตเกียว แต่จังหวัดฟุกุโอกะเป็นเมืองที่พ่อแม่เคยอาศัยอยู่ อยากแนะนำให้นั่งรถไฟไปท่องเที่ยว เพื่อสัมผัสถึงความงดงามของธรรมชาติ วิถีชีวิตและความเป็นเมืองที่มีชนบทแฝงอยู่ รวมถึงไปท่องเที่ยวใน ภูเขาไฟอาโซะ จังหวัดคุมาโมะโตะ ที่งดงามเช่นกัน

อีกทั้งยังมีจังหวัดคาโกชิมา ที่อยากให้คนไทยไปสัมผัส เพราะเป็นเมืองที่ได้รับอารยธรรมจากตะวันตก เข้ามาผสมกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น รวมถึงมีอนุสาวรีย์ “ไซโกะ ทาคาโมริ” ซามูไรผู้เป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปเมจิ และจังหวัดนางาซากิ ที่เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่ได้ถูกปิดประเทศในช่วงประเทศญี่ปุ่นปิดประเทศเป็นเวลา 250 ปี ซึ่งเมืองนี้ได้เปิดประเทศพร้อมรับวัฒนธรรมของฮอลแลนด์เข้ามา และมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นเมืองที่มีความหลากหลายและสวยงาม

“การเข้ามาทำงานที่ประเทศไทยและได้ทำงานกับคนไทย ซึ่งคนไทยใจดี มีความร่าเริง และยิ้มง่าย ทำให้ชาวญี่ปุ่นที่ได้เข้ามาทำงานในไทยมีความสบายใจ ความสะดวกในการทำงานอย่างมาก” มิทสึมะตะ กล่าว

ขณะที่ สำนักงานเจโทร กรุงเทพฯ มีพนักงานรวม 50 คน ทั้งเจ้าหน้าที่คนไทยและเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น ทำงานร่วมกัน โดยตนเองจะมุ่งทำให้ทุกคนแสดงศักยภาพการทำงานออกมาได้ดีที่สุด พร้อมสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน ทั้งการทำให้สถานที่ทำงานมีความสะดวกและเอื้ออำนวยต่อการทำงาน ขณะเดียวกันจะทำให้การทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐบาลไทยสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการบริหารจัดการให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นผลดีต่อการทำงานของสองประเทศ

มิทสึมะตะ กล่าวถึงมุมมองการทำงานของชาวญี่ปุ่นว่า เมื่อเกิดปัญหาหรือความเครียด ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนัดทานข้าวหรือไปสังสรรค์กับเพื่อนหรือเพื่อนที่ทำงาน ทำให้ทุกคนได้มีความผ่อนคลายความเครียด ความอึดอัดต่างๆ และทำให้ปัญหาต่างๆ สามารถระบายออกมาได้ทั้งหมด รวมถึงตนเองก็ชอบเล่นกอล์ฟในช่วงวันหยุด เพื่อผ่อนคลายและสร้างความสนุกสนานได้เช่นกัน

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ในปี 2560 และปีต่อไป เชื่อมั่นว่าเอกชนญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในไทยมากกว่าปี 2559 จากก่อนหน้านี้หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (เจซีซี) ทำการสำรวจบริษัทญี่ปุ่นในไทย พบว่าเอกชนต่างมองแนวโน้มในอนาคตภาพรวมจะดีมากขึ้น ทั้งเศรษฐกิจและการส่งออก รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์

อีกทั้งข้อมูลของหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในหอการค้าญี่ปุ่นในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกจำนวนประมาณ 1,715 บริษัท

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้