
8 เทคโนโลยี ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องจับตา
โดย...น.ส.วิไลพร ทวีลาภพันทอง
โดย...น.ส.วิไลพร ทวีลาภพันทอง
ผลสำรวจ Tech Breakthroughs Megatrend ที่ทำการศึกษารูปแบบของเทคโนโลยีมากกว่า 150 ประเภททั่วโลก เพื่อค้นหาว่าเทคโนโลยีใดจะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการและกลุ่มอุตสาหกรรมมากที่สุด โดยประเมินจากผลกระทบต่อธุรกิจและศักยภาพในเชิงพาณิชย์ในอีก 5-7 ปีข้างหน้า สำหรับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และ 3-5 ปี สำหรับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยผลสำรวจพบว่ามีเทคโนโลยีสำคัญ 8 ประเภท ได้แก่
1.ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ซอฟต์แวร์ที่มีความฉลาด หรือศักยภาพในการทำงานเทียบเท่ากับมนุษย์ เช่น การรับรู้ภาพ-เสียง โดยAI ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดในการรวบรวมฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายเข้าด้วย เช่น การเรียนรู้ของเครื่องจักรซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของ AI ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง มีความเข้าใจ สามารถวางแผน และปรับเปลี่ยนตัวเองให้สอดคล้องกับข้อมูลใหม่ๆ ได้ อีกทั้งมีความสามารถในการเรียนรู้ถึงเหตุและผล มีความสามารถในการใช้ภาษา และมีความสามารถในการมีความคิดสร้างสรรค์
2.ความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality : AR) เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างความเป็นจริง (Real World) เข้ากับโลกเสมือนที่สร้างขึ้น (Virtual World) โดยใช้วิธีซ้อนภาพ เสียง วิดีโอ ในโลกเสมือนบนภาพที่เห็นในโลกความเป็นจริงผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น แว่นตา AR ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ทำงานคลังสินค้าสามารถจัดระเบียบสินค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หรือช่วยผู้ผลิตในการประกอบเครื่องบิน และช่วยในงานซ่อมแซมไฟฟ้า ปัจจุบันยังมีการนำ AR มาใช้พัฒนาเกมในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น
3.บล็อกเชน (Blockchain) เทคโนโลยีที่ใช้บันทึกข้อมูลและบัญชีธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบบ Distributed Ledger (รายการเดินบัญชี) ที่ใช้ซอฟต์แวร์ในการบันทึกและยืนยันการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และไม่ต้องอาศัยคนกลาง โดยระบบจะบันทึกธุรกรรมทุกรายการตั้งแต่เริ่มเปิดบัญชี และข้อมูลสามารถแชร์ไปยังทุกๆ คนได้ อย่างไรก็ดีเมื่อข้อมูลถูกบันทึกในบล็อกเชนจะไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงได้
4.โดรน พาหนะหรืออุปกรณ์ที่ใช้ทางอากาศหรือในน้ำ เช่น อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles : UAVs) โดยใช้เทคโนโลยีบังคับเครื่องบินแทนมนุษย์ ซึ่งบริษัทสามารถใช้โดรนเข้ามาช่วยในการทำงานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การถ่ายภาพเคลื่อนไหว การสำรวจ การเฝ้าระวังและการจัดส่งสินค้า เป็นต้น
5.เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่ออุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ (The Internet of Things : IoT) อุปกรณ์หรือยานพาหนะที่สามารถเชื่อมต่อหรือสื่อสารระหว่างกันผ่านเซ็นเซอร์ ซอฟต์แวร์ หรือระบบเชื่อมต่อเครือข่าย เพื่อให้สามารถจัดเก็บ รวบรวม แม้กระทั่งแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยไม่ต้องผ่านมนุษย์ ทั้งนี้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้ากับอุปกรณ์และเครื่องมือ ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต (The Industrial Internet of Things : IIoT) ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของ IoT ที่ถูกนำมาใช้งานกับหน่วยการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ประหยัดต้นทุน และควบคุมความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ประกอบการบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6.หุ่นยนต์ (Robots) เครื่องจักรกลที่มีระบบเซ็นเซอร์ควบคุมผ่านระบบอัจฉริยะเพื่อเข้ามาช่วยการทำงานของมนุษย์ ปัจจุบันหุ่นยนต์มีโปรแกรมการทำงานที่หลากหลาย โดยถูกนำมาใช้ทั้งในและนอกอุตสาหกรรมการผลิต ส่งผลให้การจ้างงานมนุษย์ในอนาคตอาจลดลง หุ่นยนต์สมัยใหม่ยังมีความสามารถในเรียนรู้ มีความจำและทำตามระบบหรือคำสั่งที่วางเอาไว้ รวมไปถึงการทำงานที่ซ้ำๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเคลื่อนไหวได้คล้ายกับมนุษย์
7.ความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality : VR) เทคโนโลยีการจำลองภาพ 3 มิติ หรือสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยต้องใช้งานผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น หูฟัง เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบทิศทางภายในพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งต่างจาก AR ที่เป็นเทคโนโลยีซ้อนภาพเห็นในจอให้กลายเป็นวัตถุ 3 มิติ อยู่บนพื้นผิวจริง
8.เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ (3D Printing) เป็นเทคนิคการสร้างชิ้นงานด้วยการเติมวัสดุเพื่อสร้างภาพดิจิทัล 3 มิติ โดยการพิมพ์วัสดุทีละชั้นอย่างต่อเนื่อง โดยการพิมพ์แบบ 3 มิติ สามารถทำได้กับหลากหลายวัสดุไม่ว่าจะเป็นพลาสติก โลหะ ไม้ หรือแก้ว
เทคโนโลยีทั้ง 8 ประเภทนี้ จะสร้างทั้งคุณประโยชน์พร้อมกับเป็นเหมือนความท้าทายให้กับวงการธุรกิจทั่วโลก ผู้บริหารจะต้องประเมินว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปต่อยอด และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคอย่างไร โดยเทคโนโลยีแต่ละประเภทมีจุดด้อย จุดแข็ง ที่แตกต่างกันออกไป และระยะเวลาของการนำมาประยุกต์ก็แตกต่างกันด้วย ทิศทางของนวัตกรรมกับโลกธุรกิจจากนี้ไปจะยิ่งเข้ามามีอิทธิพลต่อการกำหนดกลยุทธ์ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า รวมถึงการจ้างงาน และการกำหนดกฎเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในอุตสาหกรรม
ความท้าทายของผู้บริหาร
ความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่ผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกต้องทำความเข้าใจ และตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบกับตัวธุรกิจ รวมทั้งต้องทำหน้าที่เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะผลักให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ หรือผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี
ผู้บริหารต้องทำ คือ สำรวจความพร้อมของบริษัทตัวเองว่ามีการกำหนดกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมที่ยั่งยืนหรือไม่ ตามด้วยการวัดผลกระทบจากการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ หากองค์กรของตัวเองยังไม่มี ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด สุดท้ายผู้บริหารต้องมีการวางแผนเพื่ออัพเดทเทคโนโลยี รู้เท่าทันตลาด และไม่พลาดโอกาสในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการแข่งขัน สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมาเห็นสัญญาณที่ดี โดยหลายบริษัทศึกษา ค้นคว้า และวิจัยนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน







