
ยกฟ้อง"ผู้การแต้ม-ลูกน้อง"อุ้มรีดเงินผู้ต้องหา 10 ล้าน
ศาลยกฟ้อง คดี 'ผู้การแต้ม-ลูกน้อง' อุ้มผู้ต้องหาที่ลักลอบเล่นการพนันรีดทรัพย์ 10 ล้านแลกกับการไม่ดำเนินคดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 52 ชี้ พิสูจน์ไม่ได้มีการรับเงินจริง
ศาลยกฟ้อง คดี 'ผู้การแต้ม-ลูกน้อง' อุ้มผู้ต้องหาที่ลักลอบเล่นการพนันรีดทรัพย์ 10 ล้านแลกกับการไม่ดำเนินคดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 52 ชี้ พิสูจน์ไม่ได้มีการรับเงินจริง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 พ.ย. ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอ่านคำพิพากษาใน คดีหมายเลขดำ อ.496/2558 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.ท.ศุภกฤช เดือนแจ้งรัมย์และ ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ โกษยานันท์ ในกรณีเมื่อวันที่ 28 ตค. 2552 จำเลยร่วมกันนำผู้เสียหาย 3 คน ที่ลักลอบเล่นการพนัน เจรจาจ่ายเงิน 10 ล้านบาท ให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีฆ่าผู้อื่น โดยวันนี้จำเลยทั้ง 3 คน ได้เดินทางมาที่ศาลด้วยตนเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้จำเลยต่างได้รับการประกันตัว
ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 3 คน ถูกฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียกรับ หรือ ยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะเป็นการกระทำที่ชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 และมาตรา 157
ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้ง 3 คน ไม่มีความผิดตามพยานและหลักฐานที่โจทก์กล่าวอ้าง ทั้งเอกสารที่เป็นหลักฐานก็ไม่ได้มีข้อความที่แสดงว่าจำเลยทั้ง 3ได้รับเช็คจากโจทก์ รวมถึงพยานบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ทำให้พยานหลักฐานของทางฝั่งโจทก์ฟังไม่ได้ ฉะนั้นแล้วศาลจึงได้พิจารณายกฟ้องจำเลย ทั้ง 3 คน
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวภายหลังทราบผลการตัดสิน ว่า เมื่อผลออกมาทุกคนก็ต้องน้อมรับและปฏิบัติตามคำพิพากษา เรื่องนี้ตนมีความทุกข์ทรมานในคดีมากว่า7ปีเสียหายทั้งหน้าที่การงานและชื่อเสียง ซึ่งภายหลังศาลยกฟ้องแล้วก็ยังไม่คิดว่าจะฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่อย่างใด แต่สำหรับคนที่เอาข้อมูลไปร้องป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้ง ส่วนคดีหากพนักงานอัยการจะยื่นอุทธรณ์ต่อก็ว่ากันไป







