
ตร.แจงฝรั่งในคลิปโวยถูกจับมีความผิดจริง ชี้ท่อรถดัดแปลงเสียงดัง
ตำรวจขอนแก่นคลิปฝรั่งถูกตำรวจจราจรจับมีความผิดจริง ชี้ท่อรถดัดแปลงมีเสียงดัง เจ้าตัวสารภาพจ่ายค่าปรับแล้ว เล็งเอาผิดตามกม.คอมพ์หากทำเสียหาย
ตำรวจขอนแก่นคลิปฝรั่งถูกตำรวจจราจรจับมีความผิดจริง ชี้ท่อรถดัดแปลงมีเสียงดัง เจ้าตัวสารภาพจ่ายค่าปรับแล้ว เล็งเอาผิดตามกม.คอมพ์หากทำเสียหาย
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Farang BaanNok (ฝรั่งบ้านนอก) ได้โพสต์คลิปวิดีโอและระบุข้อความว่า "อยู่ในเมืองวันแรก... ตำรวจหากินเงิน 1,000 บาทเฉยเพราะเห็นว่าเป็นฝรั่ง ใบขับขี่ก็มีอะไรก็มีหมดผมทำถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยแชร์กันไปครับผม" โดยในคลิปบอกว่าท่อไอเสียมาจากร้านไม่มีการดัดแปลง ทำให้ผู้คนต่างร่วมกันแชร์คลิปเป็นจำนวนมาก และวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ย. พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00น. วันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองขอนแก่นได้ทำการตั้งจุดตรวจความมั่นคงและกวดขันวินัยจราจร บริเวณตู้ยามมิตรภาพ ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และได้พบชายชาวต่างชาติขับขี่ รถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะท่อเสียงดังและไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานจึงเรียกตรวจและขอดูใบอนุญาตขับขี่ เจ้าของรถได้แสดงใบอนุญาตขับขี่ระบุชื่อคือ นายกิตติศักดิ์ พูลสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ใช้รถท่อไอเสียไม่มีเครื่องระงับเสียง และนำรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทาง
ต่อมาได้มีการเผยแพร่คลิปผ่านทางสังคมออนไลน์ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบไปยังร้านที่จำหน่ายรถจักรยานยนต์รุ่นนี้พบว่า ท่อไอเสียที่ติดอยู่กับรถที่ร้านจำหน่าย กับที่ติดอยู่กับรถของนายกิตติศักดิ์เป็นคนละแบบ โดยของนายกิตติศักดิ์ ได้นำท่ออื่นมาใส่ ซึ่งมีเสียงดังเกินที่ กฎหมายกำหนด คือต้องไม่เกิน 95 เดซิเบล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ นำเครื่องวัดมาวัดแต่นายกิตติศักดิ์ รับสารภาพว่าดังจริงและยอมเสียค่าปรับ ตามความผิด พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 5(2) และตาม พรบ.จราจร 2522 มาตรา 7 ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท โดยผู้ขับขี่ได้สารภาพและยิ นยอมชำระค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท"
พ.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กลุ่มงาน จราจร สภ.เมืองขอนแก่น เชิญผู้ที่โพสต์คลิปดังกล่าวมาพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อทำการแก้ไข และหากไม่ยินยอม และยังสร้างความเสียหายให้กับองค์กร ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งข้อหาตามความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงกฎหมาย และกฎระเบียบ ที่ต้องทำให้ถูกต้อง ในภาพรวมทั้งหมด







