
วัตถุใกล้โลก
ดาวเคราะห์น้อยและดาวหางเป็นวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เราพบดาวเคราะห์น้อยมากที่สุดตรงบริเวณ
โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด
ดาวเคราะห์น้อยและดาวหางเป็นวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เราพบดาวเคราะห์น้อยมากที่สุดตรงบริเวณระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี ปัจจุบันมีดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบแล้วมากกว่า 7 แสนดวง ในบรรดาดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมีเส้นทางโคจรผ่านใกล้วงโคจรของโลก บางดวงใกล้มากจนมีโอกาสชนโลกได้ เราเรียกดาวเคราะห์น้อยกลุ่มนี้ว่าดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก (Near-Earth Asteroid หรือ NEA) และหากรวมถึงดาวหางด้วย ก็เรียกโดยรวมว่า วัตถุใกล้โลก (Near-Earth object หรือ NEO)
นักดาราศาสตร์เชื่อว่าการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เมื่อราว 65 ล้านปีก่อน เกิดจากการชนของดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางขนาดใหญ่กว่า 10 กิโลเมตร โดยมีหลักฐานทางธรณีวิทยาว่าโลกถูกชนตรงบริเวณชายฝั่งเม็กซิโก ก่อให้เกิดหลุมอุกกาบาตขนาดราว 180 กิโลเมตร วัตถุใกล้โลกจึงเป็นเป้าหมายในการค้นหาและศึกษาอย่างละเอียด เพื่อที่เราจะได้ทราบล่วงหน้าและหาวิธีหลีกเลี่ยงได้หากพบว่ามีดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางจะชนโลก ยิ่งทราบล่วงหน้าได้นานเท่าใด ก็ยิ่งมีเวลาเตรียมตัวมากเท่านั้น
วัตถุใกล้โลกเกือบทั้งหมดมีขนาดเล็ก สว่างน้อย ค้นพบและสังเกตได้ก็ต่อเมื่อเข้ามาใกล้โลกแล้ว วงโคจรของวัตถุต่างๆ ในระบบสุริยะไม่เสถียร เนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อกัน การทำนายการเคลื่อนที่ของวัตถุใกล้โลกแต่ละดวงจึงต้องอาศัยข้อมูลจากการสังเกตหลายๆ ครั้ง การสังเกตอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่วัตถุเหล่านี้ยังอยู่ใกล้โลก ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถคำนวณวงโคจรที่มีความแม่นยำมากพอจะทำนายว่าวัตถุดังกล่าวจะเข้ามาใกล้อีกครั้งเมื่อใด จากนั้นการสังเกตในครั้งถัดไปจะช่วยให้วงโคจรมีความแน่นอนมากขึ้น และเพิ่มความแม่นยำในการทำนายโอกาสชนโลกในอนาคต
ปัจจุบันโครงการค้นหาวัตถุใกล้โลกอย่างแคทาลีนาสกายเซอร์เวย์ (Catalina Sky Survey) ในแอริโซนา และโครงการแพน-สตารรส์ (Pan-STARRS) ในฮาวาย มีส่วนอย่างมากในการค้นพบวัตถุใกล้โลก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จำนวนวัตถุใกล้โลกที่ยืนยันการค้นพบแล้วแตะระดับ 1 หมื่นดวง จากนั้นการค้นพบวัตถุใกล้โลกดวงใหม่ๆ ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปลายเดือน ต.ค. 2559 จำนวนวัตถุใกล้โลกแตะระดับ 1.5 หมื่นดวง ปัจจุบันการค้นพบวัตถุใกล้โลกมีอัตราสูงถึงราว 30 ดวง/สัปดาห์ เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนๆ ที่กว่าจะพบได้ 30 ดวง ก็ใช้เวลานานถึงหนึ่งปี
ขนาดของวัตถุใกล้โลกมีตั้งแต่ไม่กี่เมตรไปจนถึงหลายสิบกิโลเมตร นักดาราศาสตร์เชื่อว่าราวร้อยละ 90 ของวัตถุใกล้โลกที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างมากหากพุ่งชนโลก น่าจะถูกค้นพบแล้ว แต่คาดว่ายังมีวัตถุใกล้โลกที่มีขนาดเล็กกว่านั้นอีกจำนวนมากที่ยังไม่พบถึงขณะนี้ยังไม่มีวัตถุใกล้โลกดวงใดที่พบว่าจะชนโลกอย่างแน่นอนในอนาคต อย่างน้อยก็ภายในระยะ 100 ปี นับจากปัจจุบัน
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (27 พ.ย.-4 ธ.ค)
ท้องฟ้าเวลาหัวค่ำหลังดวงอาทิตย์ตกมีดาวศุกร์เป็นดาวสว่างโดดเด่นอยู่บนท้องฟ้า ดาวศุกร์อยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู เริ่มเห็นตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่มืดดีนัก และสังเกตได้ต่อเนื่องไปจนกระทั่งตกลับขอบฟ้าในเวลาเกือบ 3 ทุ่ม ดาวอังคารอยู่สูงกว่าดาวศุกร์ เยื้องไปทางซ้ายมือด้านบน ดาวอังคารยังคงอยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล สว่างน้อยกว่าดาวศุกร์หลายเท่า ตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง
นอกจากดาวศุกร์กับดาวอังคาร สัปดาห์นี้ดาวพุธจะเคลื่อนห่างดวงอาทิตย์มากขึ้นจนเริ่มปรากฏบนท้องฟ้าในช่วงพลบค่ำ ต้นสัปดาห์ดาวพุธยังคงอยู่ห่างดวงอาทิตย์ไม่มากนัก จึงอาจสังเกตได้ยากและตกลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ปลายสัปดาห์ดาวพุธจะเคลื่อนสูงขึ้น พอจะเห็นได้แต่ยังอยู่ใกล้ขอบฟ้าและมีเวลาให้สังเกตได้ไม่นาน อาจใช้ดาวศุกร์ช่วยหาดาวพุธได้ โดยลากเส้นในแนวดิ่งจากดาวศุกร์ไปที่ขอบฟ้า ดาวพุธจะอยู่ใกล้ขอบฟ้าใกล้ตำแหน่งดังกล่าว เยื้องไปทางขวามือเล็กน้อย
ท้องฟ้าเวลาเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นจะเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาวทางทิศตะวันออก ดาวพฤหัสบดีขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าที่มุมเงย 10 องศา ตั้งแต่เวลาประมาณตี 3 ครึ่ง จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นจนมีมุมเงยเหนือขอบฟ้าราว 45 องศา ก่อนที่ท้องฟ้าจะสว่างขึ้นจนกลบแสงของดาวพฤหัสบดี
ต้นสัปดาห์เป็นปลายข้างแรม จันทร์เสี้ยวบางๆ อยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ในแนวระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ที่ตำแหน่งจันทร์ดับในวันที่ 29 พ.ย. 2559 จากนั้นเข้าสู่ข้างขึ้น ดวงจันทร์ย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ มองเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าหลังดวงอาทิตย์ตก วันที่ 1 ธ.ค. จันทร์เสี้ยวบางๆ อยู่ห่างไปทางขวามือด้านบนของดาวพุธที่ระยะ 7 องศา จากนั้นดวงจันทร์เคลื่อนไปอยู่ทางขวาของดาวศุกร์ในค่ำวันที่ 3 ธ.ค. ห่างกันที่ระยะ 5 องศา ช่วงที่ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ในด้านมืดของดวงจันทร์หันเข้าหาโลก แต่ก็ไม่มืดสนิท เนื่องจากแสงอาทิตย์สะท้อนผิวโลกไปตกที่ดวงจันทร์ ส่วนสว่างของดวงจันทร์เพิ่มขึ้นทุกวัน สว่างครึ่งดวงในกลางสัปดาห์หน้า







