posttoday
ต้องเปิดเผย

ต้องเปิดเผย

26 พฤศจิกายน 2559

การปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลข้าราชการของกระทรวงการคลังกำลังจะเป็นจริงแล้ว

การปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลข้าราชการของกระทรวงการคลังกำลังจะเป็นจริงแล้ว ภายหลังจากที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้หารือกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยและสมาคมประกันชีวิตไทยถึงหลักการว่าจะให้บริษัทประกันมาดำเนินการแทนกรมบัญชีกลาง เพื่อให้การเบิกจ่ายมีประสิทธิภาพมากกว่า

การปรับเปลี่ยนนโยบายนี้ไม่ถูกคัดค้านจากข้าราชการแต่อย่างใด เนื่องจากกรมบัญชีกลางยืนยันว่าข้าราชการและครอบครัวที่ได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลที่มีอยู่ในขณะนี้ประมาณ 4 ล้านคน จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการเปลี่ยนแปลงนี้

โดยหลักการของการปรับเปลี่ยนระบบรักษาพยาบาลนี้ ทางกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่ามีอยู่เพียง 2 ประเด็น คือ ต้องการลดการรั่วไหลของเงินงบประมาณ และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาล เนื่องจากผู้มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลตรงกับกรมบัญชีกลางมีอยู่ 4 ล้านคน เบิกค่ารักษาเฉลี่ยปีละ 6-7 หมื่นล้านบาท เท่ากับข้าราชการ 1 คน มีค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลเฉลี่ยคนละ 1.5 หมื่นบาท/ปี

จำนวนเงินเฉลี่ยต่อคนนี้นับว่าสูงมากและมีแนวโน้มที่จะสูงมากยิ่งขึ้นอีก เมื่อข้าราชการมีอายุมากขึ้นและเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุ ดังนั้นหากไม่มีการจัดการที่ดีจะเป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ มีข้าราชการส่วนน้อยที่มีการทุจริต โดยกรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบพบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีข้าราชการ 11 ราย เบิกจ่ายยาผิดปกติ พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ สมัครขอใช้สิทธิ เบิกจ่ายตรงไว้หลายโรงพยาบาลและตระเวนไปใช้บริการเพื่อขอรับยาด้วยโรคเดียวกัน ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน เช่น นาง ก.มารดาของข้าราชการ ได้สมัครจ่ายตรงไว้ 5 โรงพยาบาล เมื่อไปโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะขอรับยากลุ่มความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง โดยแจ้งต่อแพทย์ผู้รักษาว่าขาดยาบ้าง ต้องไปต่างจังหวัดบ้าง เป็นต้น ซึ่งจะพบข้อมูลการเบิกจ่ายผิดปกติไปจากเดิม เช่น เบิกค่ายาสูงกว่าในปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัดจากเดิมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 เบิกจ่ายค่ายา 58,981 บาท แต่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เบิกจ่ายค่ายา 527,893 บาท

นี่เป็นการรั่วไหลที่ตรวจพบ แต่การรั่วไหลที่ยังตรวจไม่พบก็อาจจะยังมีเกิดขึ้นอีกก็ได้ แต่หากเปลี่ยนผู้บริหารค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสรั่วไหล แต่อาจจะตรวจพบเร็วและระงับความเสียหายได้รวดเร็วกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี การที่ข้าราชการยังไม่ออกมาคัดค้านเพราะอาจจะยังไม่เห็นรายละเอียดของโครงการนี้ เนื่องจากยังมีรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาอีกเยอะ เช่น ข้าราชการอายุมากและข้าราชการที่มีอายุน้อยก็จะมีอัตราการเคลมไม่เท่ากัน รายการรักษาพยาบาลใดที่เบิกได้ รายการยาใดที่เบิกไม่ได้ เป็นต้น

เรื่องนี้ความสำคัญอยู่ที่รายละเอียดของเบี้ยประกัน การคำนวณเบี้ยประกันเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาให้ดี ซึ่งกระทรวงการคลังก็จะต้องพิจารณาให้ดีไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ และก็ไม่ทำให้ประกันขาดทุนจนอยู่ไม่ได้ข้อยกเว้นตามกรมธรรม์หมู่ที่จะทำออกมาว่าเป็นอย่างไร

รายละเอียดเหล่านี้ กรมบัญชีกลางควรจะต้องเปิดเผยออกมาให้ข้าราชการและสาธารณชนรับทราบทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ควรจะต้องดำเนินการเปิดเผยรายละเอียดก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพราะหากมีประเด็นที่จะต้องแก้ไขก็ควรแก้ให้เสร็จเสียก่อน ไม่ให้ถูกตีกลับหรือต่อต้านจากข้าราชการที่ไม่เห็นด้วย

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นหลักประกันสุขภาพให้กับข้าราชการทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา