posttoday
ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย และรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ (ต่อ)

ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย และรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณ (ต่อ)

23 พฤศจิกายน 2559

นอกจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยโครงการฝนหลวง เขื่อน ฝายเก็บน้ำ ฯลฯ แล้ว ยังทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูดินด้วย โดยทรงเห็นว่าดินเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้ ทรงเห็นว่าดินมีสภาพธรรมชาติและปัญหาที่แตกต่างกันออกไป และทรงพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาดินที่เน้นเฉพาะเรื่อง เช่น การศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินทราย ในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาดินพรุในภาคใต้ และที่ดินชายฝั่งทะเล รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรมพังทลายจากการที่หน้าดินถูกชะล้างไป พระองค์ทรงมีแนวพระราชดำริให้มีโครงการต่างๆ เพื่อรวบรวมความรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจากหลากหลายสาขามาใช้ร่วมกันในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งผู้เขียนจะขอยกมาหนึ่งถึงสองตัวอย่างที่ผู้อ่านหลายๆ ท่านเคยได้ยินแล้ว คือ “โครงการแกล้งดิน” หรือมีชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ว่า “กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก”

นอกจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยโครงการฝนหลวง เขื่อน ฝายเก็บน้ำ ฯลฯ แล้ว ยังทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูดินด้วย โดยทรงเห็นว่าดินเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้ ทรงเห็นว่าดินมีสภาพธรรมชาติและปัญหาที่แตกต่างกันออกไป และทรงพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาดินที่เน้นเฉพาะเรื่อง เช่น การศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินทราย ในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาดินพรุในภาคใต้ และที่ดินชายฝั่งทะเล รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรมพังทลายจากการที่หน้าดินถูกชะล้างไป พระองค์ทรงมีแนวพระราชดำริให้มีโครงการต่างๆ เพื่อรวบรวมความรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจากหลากหลายสาขามาใช้ร่วมกันในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งผู้เขียนจะขอยกมาหนึ่งถึงสองตัวอย่างที่ผู้อ่านหลายๆ ท่านเคยได้ยินแล้ว คือ “โครงการแกล้งดิน” หรือมีชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ว่า “กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก”

โครงการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในเขต จ.นราธิวาส เมื่อปี พ.ศ. 2524 และทรงพบว่าดินในเนื้อที่พรุ หรือที่เรียกว่าดินพรุ ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 8 ล้านไร่ เป็นดินเปรี้ยว ทำการเพาะปลูกไม่ได้ผล จึงพระราชทานดำริให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส ทำการวิจัยทดลองในพื้นที่พรุที่มีน้ำแช่ขัง โดยทดลองให้เกิดกรดจัดมากที่สุด ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป หรือที่พระองค์ทรงเรียกว่าเป็นการ “แกล้งดิน” แต่ที่จริงแล้ว พระองค์ทรงต้องการเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งจะไปกระตุ้นสารไพไรต์ให้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ซึ่งจะเกิดกรดกำมะถันจำนวนมาก นั่นคือดินเปรี้ยวสูงสุด พืชไม่สามารถขึ้นได้ หรือหากพืชขึ้นได้ก็ไม่สามารถเจริญเติบโตงอกงามได้ หลังจากนั้นจึงจะปรับปรุงดินใน 3 ขั้นตอน ได้แก่

ขั้นตอนที่ 1 การควบคุมระดับน้ำใต้ดิน เพื่อป้องกันการเกิดกรดกำมะถัน โดยให้น้ำใต้ดินอยู่เหนือชั้นดินที่มีสารประกอบไพไรต์ ซึ่งมักพบในระดับความลึกจากผิวดินประมาณ 100-150 เซนติเมตร

ขั้นตอนที่ 2 การแก้ไขความเป็นกรดสูง โดยใช้น้ำจากชลประทานชะล้าง ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี และต้องเป็นการดำเนินการชนิดต่อเนื่อง หรือการใช้ปูนขาวเพื่อลดความเป็นกรด โดยใช้อัตราส่วน 2-4 ตัน/ไร่ และใส่ทุก 2-4 ปี แต่ก็เป็นการลงทุนที่สูง ดังนั้นจึงใช้วิธีใส่วัสดุปูนควบคู่กับการใช้น้ำชะล้าง ทำให้ลดการใส่ปูนลงได้มาก ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาเร็วขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 การให้ธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในรูปของปุ๋ยค่อนข้างสูงในระยะแรกแล้วค่อยๆ ลดลง เนื่องจากดินเปรี้ยวมักจะขาดธาตุอาหารพืชที่สำคัญ คือ ขาดธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

การปลูกพืชในระยะแรกๆ ก็ต้องเลือกพืชที่จะปลูก โดยเลือกพืชที่ทนต่อความเปรี้ยวของดินได้ดี เช่น ข้าวพันธุ์ กข. 21, 23 ข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และเมื่อปรับปรุงดินดีแล้วก็สามารถปลูกพืชผักและผลไม้ได้

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและการคิดค้นวิจัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พื้นที่ดินเปรี้ยวที่ไร้ประโยชน์จึงกลายเป็นพื้นที่สามารถทำการเกษตรได้อีกครั้ง สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับพสกนิกรของพระองค์ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตร เลขที่ 22637 แด่พระองค์ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2550 ภายใต้ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ “กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะต่อการเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน)”

โครงการเกี่ยวกับดินที่น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีอีกโครงการหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้นำเรียกชื่อผิดเป็นหญ้าแพรก และเป็นโครงการที่ทรงได้รับการถวายสิทธิบัตรถึง 9 ฉบับ ก็คือโครงการที่ประชาชนเรียกรวมๆ ว่า หญ้าแฝก ได้แก่ การทำหญ้าแฝกแล้วนำมาปลูกเป็นแนวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำชะล้างดินทลายลงสิทธิบัตรที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวาย ได้แก่ :-

1.เส้นและวัสดุหญ้าแฝก

2.องค์ประกอบวัสดุอัดขึ้นรูปที่มีหญ้าแฝกเป็นส่วนผสม

3.กรรมวิธีการผลิตหญ้าแฝกเพื่อเป็นวัตถุในการอุตสาหกรรม

4.ภาชนะบรรจุทำจากหญ้าแฝก

5.เครื่องผลิตเส้นวัสดุหญ้าแฝก

6.ยุ้งฉางทำจากหญ้าแฝกและดินเหนียว

7.กรรมวิธีการผลิตเถ้าหญ้าแฝก

8.แผ่นวัสดุหญ้าแฝกซีเมนต์และองค์ประกอบ

9.การใช้เถ้าหญ้าแฝกทดแทนซีเมนต์

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน