posttoday
ของฝากจากมองโกเลีย (จบ)

ของฝากจากมองโกเลีย (จบ)

22 พฤศจิกายน 2559

หลังปฏิวัติวัฒนธรรมซึ่งกินเวลายาวนานถึง 11 ปี ระหว่างปี 2509-2519 และหลังอสัญกรรมของเหมาเจ๋อตงในปี 2519 ทำให้เติ้งเสี่ยวผิงขึ้นมามีบทบาทเป็นผู้นำประเทศอย่างแท้จริง หลังจากนั้นก็ได้เริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งมองโกเลียในได้รับอานิสงส์อย่างสูงจากการปฏิรูปเศรษฐกิจนั้น

หลังปฏิวัติวัฒนธรรมซึ่งกินเวลายาวนานถึง 11 ปี ระหว่างปี 2509-2519 และหลังอสัญกรรมของเหมาเจ๋อตงในปี 2519 ทำให้เติ้งเสี่ยวผิงขึ้นมามีบทบาทเป็นผู้นำประเทศอย่างแท้จริง หลังจากนั้นก็ได้เริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งมองโกเลียในได้รับอานิสงส์อย่างสูงจากการปฏิรูปเศรษฐกิจนั้น

ผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือจีดีพีของมองโกเลียใน เติบโตอย่างน่าพอใจยิ่ง ช่วงสิบปีหลัง ปี 2543 อัตราการขยายตัวของจีดีพีของมองโกเลียในอยู่ในระดับสูงสุดของประเทศคู่มากับเขตเศรษฐกิจใหม่ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นบริเวณชายฝั่งทะเลตอนใต้ของประเทศโดยเติบโตกว่าร้อยละ 10 อย่างต่อเนื่อง บางปีสูงถึงร้อยละ 15 จีดีพีของมองโกเลียในปี 2553 สูงถึง 1.16 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16.9 เมื่อเทียบกับปี 2551 จีดีพีต่อหัวประชากรสูงถึง 37,287 หยวน หรือราว 197,621 บาท ในปี 2552

แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน ความสำเร็จอย่างสูงทางเศรษฐกิจก่อให้เกิดปัญหามลภาวะมากมาย รวมทั้งความเสื่อมโทรมของทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล

ความพยายามที่จะดึงดูดชนชาติส่วนน้อยจากท้องถิ่นอื่นๆ รวมทั้งโครงการที่ดึงดูดชนเผ่าเร่ร่อน และชาวนาให้เข้าไปตั้งถิ่นฐานในเมือง ประกอบกับระบบการปกครองรวมศูนย์ที่เปิดโอกาสให้มีการคอร์รัปชั่นได้สูง ทำให้บางโครงการประสบความล้มเหลว กลายเป็น “อนุสาวรีย์ขายความอาย” โดยเฉพาะคือโครงการสร้างเมืองใหม่ที่จังหวัดโอร์ดอส

มองโกเลียใน มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 1,183,000 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าประเทศไทยราว 2 เท่า แต่มีประชากรราว 24.7 ล้าน แบ่งการปกครองเป็น 12 จังหวัด มีเมืองหลวงคือเฮอโหว ซึ่งมีประชากรราว 2.9 ล้าน จังหวัดโอร์ดอส อยู่ตอนกลางส่วนล่างบริเวณส่วนโค้งของแม่น้ำเหลือง เขตอำเภอเมืองคือต่งเซิง มีประชากรราว 1.9 ล้าน ส่วนใหญ่เป็นชนชาติฮั่นราว 88.2% ชนชาติกลุ่มน้อยส่วนใหญ่เป็นชาวมองโกลราว 11.4% ที่เหลือเป็นชนชาติแมนจู 0.21% หุย 0.14% และทิเบต 0.07%

โครงการเมืองใหม่ “คังบาชิ” ในจังหวัดโอร์ดอส สร้างห่างจากต่งเซิงไปราว 25 กม. เป็นโครงการใหญ่ใช้เงินลงทุนภาครัฐไปกว่า 6,000 ล้านหยวน มีการวางผังเมืองอย่างดี สร้างถนนหนทางขนาดใหญ่ มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่แล่นกลางเมือง มีอาคาร สถานที่ราชการ ศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ โรงมหรสพ อนุสรณ์สถาน อนุสาวรีย์ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ และคอนโดมิเนียมจำนวนมาก เมื่อปี 2554 ได้เปิดพิพิธภัณฑ์โอร์ดอส ซึ่งออกแบบอย่างงดงาม มีพื้นที่ถึง 4.1 หมื่นตารางฟุต แสดงประวัติศาสตร์ของโอร์ดอส วัฒนธรรมและประเพณีของมองโกเลียในอย่างยิ่งใหญ่อลังการ

ทางการพยายามโปรโมทเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนและประชาชนเข้าไปอยู่ในเมืองใหม่ด้วยกิจกรรมหวือหวาต่างๆ เมื่อปี 2555 ได้เป็นเจ้าภาพจัดประกวดนางงามโลก โดยเตรียมขยายเมืองไปทางอีกฝั่งของแม่น้ำด้วย แต่เมืองใหม่ที่ตั้งเป้าหมายจะให้มีประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย 3 แสนคน ในปี 2553 ตัวเลขของทางการมีประชากรเข้าไปอยู่เพียง 2.8 หมื่นคน เมืองนี้จึงได้รับฉายาอย่างกว้างขวางว่า “เมืองผี”

นอกจากปัญหานโยบายที่ผิดพลาดและการทุจริตคอร์รัปชั่นแล้ว ปัญหาจากการพัฒนาที่เน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความตึงเครียดจากปัญหาการกระจายความมั่งคั่ง ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำมากยิ่งขึ้น แม้รัฐบาลจะมีนโยบายชัดเจนและเขียนไว้อย่างงดงามทั้งในรัฐธรรมนูญและกฎหมายเฉพาะในการสร้างความเท่าเทียมแก่ประชากรทุกชนชาติ แต่ปัญหาชนชาติกลุ่มน้อยที่เสียเปรียบ และถูกเบียดให้ออกไปอยู่ชายขอบของสังคม จนเกิดความรู้สึกในหมู่ชนชาติกลุ่มน้อยว่ากลายเป็นคนชายขอบหรือนอกขอบในบ้านหรือถิ่นฐานของตนเอง จน “ปะทุ” ขึ้นเป็นการจลาจลบ่อยๆ ดังกรณีที่เกิดขึ้นในอำเภอซิลินโหว ของจังหวัดซิลินโกลทางตอนเหนือของมองโกเลียใน เมื่อปี 2554

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. เมื่อคนเลี้ยงสัตว์ชาวมองโกลถูกรถบรรทุกของเหมืองถ่านหินชนที่ชานเมืองซิลินโหว เหมืองแห่งนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่คนในท้องถิ่นมาแต่แรก เพราะไม่ต้องการให้เข้าไปทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนที่นั่น จึงทำให้เกิดการประท้วงมาอย่างต่อเนื่อง

วันเกิดเหตุ คนเลี้ยงสัตว์ชื่อเมอริเกน เข้าไปยืนขวางรถยนต์ของบริษัททำเหมือง มิให้เข้าไปในทุ่งหญ้าของตน หลี่หลินหยาง คนขับรถบรรทุกซึ่งเป็นชาวฮั่นจึงขับรถชนและลากร่างของเมอริเกนไปไกลถึง 30 เมตร สร้างความโกรธแค้นให้แก่ชาวทุ่งเลี้ยงสัตว์ชาวมองโกลอย่างมาก จึงรวมตัวกันไปประท้วงที่ที่ว่าการอำเภอเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ก่อนหน้านั้นหนึ่งวันทางการทราบข่าวจึงพยายามระงับยับยั้งการประท้วงด้วยการเปิดแถลงข่าว ประกาศว่าได้จับกุมคนขับรถแล้ว และจะพิจารณาคดีโดยเร็ว แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการชุมนุมประท้วงได้

วันที่ 25 พ.ค. นักเรียนมัธยมราว 2,000 คน จากหลายโรงเรียนในหลายอำเภอพร้อมชาวทุ่งเลี้ยงสัตว์ได้ไปชุมนุมประท้วงที่หน้าอำเภอซิลินโหว และที่อำเภออูจิมฉินตะวันออกด้วย วันรุ่งขึ้นการประท้วงขยายตัวไปที่บริเวณอำเภอริมแม่น้ำเหลือง วันต่อมาทางการตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก ส่งตำรวจปราบจลาจล 300 นายเข้าไปในที่ชุมนุม จับผู้ชุมนุมไป 40 คน การชุมนุมเริ่มก่อหวอดขึ้นในเฮอโหวเมืองหลวง มีผู้ชุมนุมที่นั่นราว 150 คน เริ่มมีข่าวออกไปนอกประเทศ เชื่อมโยงเหตุจลาจลที่เคยเกิดในทิเบตและซินเจียง รวมทั้งกรณีเทียนอันเหมินซึ่งเกิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกันคือวันที่ 4 มิ.ย.

การจลาจลค่อยๆ คลี่คลาย หลังจากทางการจับกุมคนขับรถ และประธานบริษัทเหมืองได้ไปเยี่ยมครอบครัวผู้ตาย คารวะศพ กล่าวขอโทษ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะเคารพในสิทธิของคนท้องถิ่น และปกป้องสภาพแวดล้อม รองประธานพรรคประจำมองโกเลียในก็เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวผู้ตาย ประกาศว่าผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรงตามกฎหมาย ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ประจำจังหวัดซิลินโกลถูกปลดออก ครอบครัวผู้ตายได้รับเงินชดเชย 1 หมื่นหยวน รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ทำเหมืองเพื่อลดผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนในท้องถิ่นและสภาพแวดล้อม

คนขับรถบรรทุกถูกดำเนินคดีอย่างรวดเร็วในศาลจังหวัดซิลินโกล และถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. คนงานที่นั่งไปในรถบรรทุกข้างคนขับถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต อีกสองคนที่ช่วยคนขับรถหลบหนีตำรวจ ถูกจำคุก 3 ปี

กรณีของเมอริเกน มิใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นหลายกรณี รัฐบาลไม่สามารถเมินเฉยต่อเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะความรุนแรงจากนโยบายและวิธีปฏิบัติที่ผิดพลาดต่อชนกลุ่มน้อยย่อมกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ได้เสมอ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้