
กระตุ้นให้ถูกที่
เกือบ 3 ปี ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ นอกจากรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคง การจัดการตามโรดแมปแล้ว รัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมากพอกัน
เกือบ 3 ปี ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ นอกจากรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคง การจัดการตามโรดแมปแล้ว รัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมากพอกัน
รัฐบาลนี้ประกาศชัดเจนว่ามุ่งที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เน้นการวางพื้นฐานเศรษฐกิจระยะยาวมากกว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่รัฐบาลก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นระยะ โดยเน้นเพิ่มการบริโภคในประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ก็ไม่ได้ออกมาตรการกระตุ้นอย่างหนักหน่วงเหมือนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากไม่ต้องรักษาฐานเสียง แต่รัฐบาลก็เน้นสร้างคะแนนนิยมจากคนกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะคนชั้นกลาง
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลใช้บ่อยและใช้มากที่สุดคือการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพราะเห็นว่าการท่องเที่ยวจะทำให้คนใช้จ่ายเงินเยอะและไปสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ทำให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากท่องเที่ยวอีกมากมายได้ประโยชน์ไปด้วยหลังจากที่ซบเซามานาน
มาตรการที่กระทรวงการคลังใช้มา 2 ปีแล้ว คือ มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/ปี ซึ่งมาตรการนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2558 แต่ต่ออายุมาตรการออกไปอีก 1 ปี จะหมดในปี 2559 และอาจจะต่อยาวไปอีกก็ได้ หากเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดีจริง นอกจากนี้ ยังให้นิติบุคคลนำเอาค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนาและอบรมในต่างจังหวัดนำมาหักภาษีได้ 2 เท่า
ที่ผ่านมา มาตรการภาษีของรัฐบาลที่ออกมาก็ได้มีการประเมินว่าภาษีที่เสียไปได้คืนในรูปของภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีเงินได้นิติบุคคลยังคุ้มค่าอยู่ ทำให้รัฐบาลคิดที่จะใช้มุขนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอีกในปลายปีนี้
สิ่งที่กระทรวงการคลังจะเสนอให้รัฐบาลดำเนินการคือ มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/ปี มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะดีไปทุกอย่าง หากกระทรวงการคลังจะมีมาตรการใหม่เอี่ยม เช่น จะยกเว้นภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้าประเภทเครื่องสำอางและน้ำหอม เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอและกำลังซื้อที่ลดลง และเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว กระทรวงการคลังควรจะประเมินภาพใหม่หรือไม่ว่าทำไมจึงต้องกระตุ้นสินค้ากลุ่มนี้ เป็นมาตรการเพื่อคนรวยหรือมาตรการเพื่อประชาชนทั่วไป
นอกจากนี้ จะมีคำถามจากกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามมาอีกว่าทำไมต้องเป็นสินค้ากลุ่มนี้ ทำไมรัฐบาลไม่ช่วยอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ ฯลฯ การดำเนินนโยบายใดก็ตามจะมีทั้งคนได้และคนเสีย ต้องให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์มากกว่าภาคธุรกิจ







