posttoday
ทีพีพียังไม่หมดหวัง สหรัฐเดิมพันสูงเกินปล่อยให้ล้ม

ทีพีพียังไม่หมดหวัง สหรัฐเดิมพันสูงเกินปล่อยให้ล้ม

22 พฤศจิกายน 2559

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

การประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่ประเทศเปรู ซึ่งเพิ่งจะจบลงไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นการส่งสัญญาณกดดันไปยังรัฐบาลใหม่ของว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจนที่สุดแล้วว่า บทบาทมหาอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐจะสั่นสะเทือนอย่างแน่นอน หากล้มเลิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ตามที่หาเสียงเอาไว้จริงๆ

ในเชิงของปัจจัยกดดันภายนอกนั้น “จีน” ประกาศตัวชัดเจนว่าพร้อมเติมเต็มช่องว่างแทนที่สหรัฐ หากสหรัฐเลือกที่จะปิดประตู จีนก็จะเป็นผู้เปิดประตูของตัวเองให้กว้างขึ้นแทน พร้อมส่งสัญญาณว่าทุกฝ่ายจะได้รับผลลัพธ์ของการพัฒนาอย่างทั่วถึง โดยมีข้อตกลงการค้าเสรีตัวชูโรงที่เป็นรูปธรรมอย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) และมีการขายฝันถึงเอฟทีเอ-เอเปก โดยอ้างว่าจะจับมือกับประเทศใหญ่อย่างรัสเซียเพื่อร่วมกันผลักดันด้วย

มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย พูดไว้นอกรอบระหว่างการประชุมที่เอเปกว่า ถึงแม้ทีพีพีจะเหนือกว่าอาร์เซ็ปหลายขุม ในแง่ของการเป็นมากกว่าแค่เอฟทีเอทั่วไปที่เน้นแค่การลดกำแพงภาษีสินค้าและบริการ แต่ที่สุดแล้วมีเอฟทีเอใหม่ก็ย่อมดีกว่าไม่มีเลย เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ช่วยขยายตลาดส่งออกเพิ่มได้

แนวความคิดเช่นนี้ก็น่าจะตรงกับผู้นำหลายประเทศเช่นกัน และน่าจะทำให้บทบาทของจีนได้รับการยอมรับในเวทีเศรษฐกิจโลกมากขึ้นอย่างไม่ยากเย็นนัก หลายประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกของทีพีพีต่างออกโรงกดดันสหรัฐด้วยการชูจีนขึ้นมาเป็นที่พึ่งทางใจแห่งใหม่ นิวซีแลนด์มองว่าจีนจะช่วยเติมเต็มช่องว่างของสหรัฐได้ ขณะที่ชิลี และเปรู แสดงความสนใจในข้อตกลงอาร์เซ็ปของจีน

หากสหรัฐเลือกที่จะปิดประเทศตามแนวทางปกป้องการค้าสุดโต่งตามที่หาเสียงไว้จริง ก็จะเท่ากับเป็นการผลักมิตรไปหาศัตรูอย่างชัดเจน ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเชื่อว่า ทรัมป์ซึ่งไม่ใช่แค่พวกม้ามืดบ้าดีเดือด แต่เป็นนักธุรกิจตัวฉกาจที่ผ่านทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวมาแล้วจริงๆ จะต้องคิดให้หนักขึ้นกว่าเดิมจากที่หาเสียงมา

ที่สำคัญกว่าก็คือ ทีพีพียังถือเป็นเดิมพันผลประโยชน์มหาศาลของสหรัฐในอนาคต ที่แม้แต่ทรัมป์ก็ยากจะปล่อยให้ล้มได้ง่ายๆ

ในเชิงกรอบเศรษฐกิจภาพกว้างๆ นั้น ทีพีพีไม่ได้เป็นเพียงแค่เอฟทีเอที่ลดกำแพงภาษีสินค้าและบริการ แต่เป็นการเข้าไปจัดระเบียบข้อตกลงการค้าในโลกยุคใหม่ เพราะไม่ได้ลดแค่กำแพงภาษี แต่ยังรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่ถือเป็นอุปสรรคทางการค้า เช่น การที่เวียดนามจำเป็นต้องปฏิรูประบบแรงงานให้มีมาตรฐานสากลมากขึ้น ที่เห็นได้ง่ายๆ ก็คือ การต้องแก้ไขกฎหมายเปิดทางให้มีการตั้งสหภาพแรงงานขึ้นได้

ในแง่หนึ่งยังหมายความว่า การยกมาตรฐานแรงงานในประเทศกำลังพัฒนา ยังหมายถึงการบีบให้ประเทศต้นทุนต่ำที่ใช้แรงงานเข้มข้นเหล่านี้ ต้องมีต้นทุนแพงขึ้นตามไปด้วย และจะเป็นบรรทัดฐานของข้อตกลงการค้าเสรีหลังจากนี้ที่จะช่วยลดความได้เปรียบด้านราคาในต่างประเทศลง

แชด บราวน์ นักวิจัยจากสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มองว่าทีพีพีคือการปรับโทนจากข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ให้มีความเข้มข้นขึ้นในแง่ของมาตรฐานแรงงานที่จะยกระดับขึ้นมากทั้งในแง่ของกฎหมายแรงงาน การไฟเขียวตั้งสหภาพ การควบคุมแรงงานเถื่อนและการใช้แรงงานเด็ก รวมไปถึงการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งหากมองในมุมของสหรัฐนั้นจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะเท่ากับจะทำให้ต้นทุนด้านแรงงานของประเทศกำลังพัฒนาปรับเพิ่มขึ้นมาก

ประชานท์ ปาราเมศวรัน ให้มุมมองในดิโพลแมท ว่า การล้มเลิกทีพีพีหมายถึงการที่สหรัฐจะ “เสียโอกาสของการเป็นผู้นำกำหนดกติกาและวางระเบียบการค้าโลกใหม่ในศตวรรษที่ 21” ซึ่งเป็นโลกที่มีเศรษฐกิจหลายมิติซับซ้อนขึ้นกว่าในศตวรรษที่ผ่านๆ มา อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล และการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และยังเสียโอกาสที่จะทำให้ทีพีพีกลายเป็นต้นแบบต่อยอดออกไปทั่วโลก

หากมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐไปไกลเกินกว่าที่จะดึงงานภาคการผลิตกลับมาในประเทศแม้จะไม่มีทีพีพี เศรษฐกิจดิจิทัลก็จะกลายเป็นอนาคตใหม่ที่หลายฝ่ายตั้งความหวังถึง และยังถือเป็นภาคส่วนหนึ่งที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากทีพีพี

ข้อตกลงทีพีพีเอื้อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลหลายอย่างให้กับภาคเอกชนของสหรัฐ ทั้งในระดับบรรษัทข้ามชาติและสตาร์ทอัพ อาทิ การยกเลิกข้อห้ามใช้เซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ข้ามพรมแดน ซึ่งจะส่งผลบวกให้บรรดาบริษัทไอทีรายใหญ่ของสหรัฐที่ให้บริการคลาวด์ เช่น กูเกิล ไมโครซอฟท์ และอเมซอน สามารถขยายการให้บริการในโลกยุคคลาวด์คอมพิวติ้งได้ ขณะที่สตาร์ทอัพรายเล็กก็ไม่จำเป็นต้องตั้งออฟฟิศและดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศที่ตนเองเข้าไปลงทุนอีก

ขณะที่ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ เช่น เวอไรซอน สปรินท์ และเอทีแอนด์ที ซึ่งให้บริการด้านข้อมูลและเสียงในหลายประเทศภาคีทีพีพีอยู่แล้ว ก็จะได้ประโยชน์จากการที่ข้อตกลงทีพีพีจะปิดช่องการอุดหนุนธุรกิจเหล่านี้จากผู้ให้บริการท้องถิ่น โดยเฉพาะการสู้กับรัฐวิสาหกิจที่เสียเปรียบมาก่อนหน้านี้

ไซรัส ซานาติ ระบุในบทความของยูเอสเอทูเดย์ ที่อ้างอิงมาจากนิวยอร์กไทมส์ ว่า การที่ทรัมป์เลือก “รอล์ฟ ลุนด์เบิร์ก จูเนียร์” ซึ่งเป็นอดีตล็อบบี้ยิสต์คนสำคัญของหอการค้าอเมริกันซึ่งหนุนทีพีพี มาร่วมทีมเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในขณะนี้เพื่อดูเรื่องการปฏิรูปการค้า อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้อย่างหนึ่งว่า การทำงานจริงของรัฐบาลทรัมป์อาจจะไม่ได้แข็งกร้าวสุดโต่งเหมือนอย่างที่หาเสียงเอาไว้ โดยเฉพาะหากลุนด์เบิร์กสามารถรอดพ้นความพยายามปลดล็อบบี้ยิสต์ออกจากทีมเปลี่ยนผ่านได้

ที่ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ทรัมป์เองก็ส่งสัญญาณถึงการรอมชอมมาบ้างแล้ว เช่น การผ่อนคลายท่าทีเรื่องการสร้างกำแพงมหึมาตลอดแนวพรมแดนกั้นเม็กซิโก ว่าอาจเป็นการสร้างเพียงบางส่วน โดยที่บางส่วนจะเป็นเพียงรั้วกั้นเท่านั้น และการส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่ได้ยุบนโยบายโอบามาแคร์ทิ้งไปทั้งหมด แต่จะเลือกแก้เป็นบางจุดเท่านั้น ทำให้เริ่มมีการคาดการณ์ว่า การรอมชอมอาจเป็นไปได้สำหรับทีพีพีเช่นกัน แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม และความยากของการรื้อทีพีพีก็ยังอยู่ที่ประเทศภาคีอีก 11 แห่งด้วยว่าจะยอมมากน้อยเพียงใด

ปัญหาเรื่องทีพีพีของทรัมป์อยู่ที่การสัญญาไว้กับชาวอเมริกันกลุ่มผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ซึ่งเป็นคนชายขอบที่ไม่ได้ประโยชน์จากการค้าเสรี แถมยังถูกแย่งงานไปในประเทศต้นทุนต่ำในยุคโลกาภิวัตน์ หากจะมีการรื้อทีพีพีใหม่แทนที่จะยกเลิก ทรัมป์จะต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า งานในประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไป และกลุ่มบลูคอลลาร์เหล่านี้จะได้ประโยชน์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาคยานยนต์ การผลิต หรือการเกษตร เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดการประท้วงขึ้นใหม่จากการผิดสัญญา จากเดิมที่มีการประท้วงต่อต้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเป็นรองเพียงการฉีกสัญญาทิ้งนั้น จึงอาจมีการแก้ไขบทบัญญัติเพื่อเปิดทางให้ผู้พร้อมลงนามกันไปก่อน และรอให้สหรัฐมีเวลาทบทวนภายหลังมากกว่ากำหนดเดิมที่วางไว้ใน 2 ปี หรืออาจเปิดช่องยาวให้รัฐบาลใหม่ต่อจากทรัมป์เป็นผู้ตัดสินใจต่อ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีที่คาดเดาอะไรได้ยากที่สุดคนหนึ่ง จะตระหนักถึงเดิมพันทีพีพีและอนาคตข้างหน้าของสหรัฐเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน