
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และนัยต่อเอเชีย
การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ จะมีนัยเชิงลบต่อเอเชียในสามช่องทาง ได้แก่ การค้า ค่าเงิน และภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาค
โดย...จิมมี่ โค
การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ จะมีนัยเชิงลบต่อเอเชียในสามช่องทาง ได้แก่ การค้า ค่าเงิน และภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาค
ทั้งนี้ คาดว่าการก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์จะส่งผลกระทบด้านลบต่อการค้าระหว่างสหรัฐและเอเชีย หากสหรัฐกลายเป็นประเทศที่มีการกีดกันทางการค้ามากขึ้น มีการตั้งกำแพงภาษีหรือล้มเลิกการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(ทีพีพี) และข้อตกลงทางการค้าอื่น พัฒนาการทางการค้ากับสหรัฐในทิศทางลบอาจผลักดันให้ประเทศเอเชียพึ่งพาการรวมกลุ่มกันเองในภูมิภาคและกับประเทศจีนมากขึ้น
ค่าเงินน่าจะมีความผันผวนมากขึ้นในระยะต่อไป อัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่จะปรับขึ้นและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจากการใช้แรงกระตุ้นทางการคลังเพิ่มขึ้นของประธานาธิบดี ทรัมป์ และการย้ายเงินเข้าสู่สินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐของธุรกิจขนาดใหญ่จะกดดันให้เงินสกุลเอเชียอ่อนค่าลง
ธนาคารกลางเอเชียมีแนวโน้มที่จะยังต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำยาวนานกว่าที่คาดไว้เพื่อรองรับผลกระทบในทางลบที่เพิ่มขึ้นกับการค้าและการเติบโตของเศรษฐกิจ และทำให้สกุลเงินเอเชียอ่อนค่าลง แต่ในอีกมุมมองหนึ่งสกุลเงินเอเชียโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินหยวนของจีนอาจจะเผชิญแรงกดดันให้แข็งค่าขึ้นหากประเทศจีนถูกมองว่าใช้นโยบายบิดเบือนค่าเงิน
ภูมิศาสตร์การเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคอาจมีความตึงเครียดมากขึ้นภายใต้การนำของประธานาธิบดี ทรัมป์เนื่องจากมีการประกาศระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งว่า ต้องการสกัดการหาผลประโยชน์ของประเทศจีนในบริเวณทะเลจีนใต้
อย่างไรก็ตาม ยังต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ในการประเมินผลกระทบของนโยบายทรัมป์ให้แม่นยำ ในขณะนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่า ทรัมป์จะใช้นโยบายอะไรที่ประกาศระหว่างการหาเสียงบ้างและกลไกกำกับและตรวจสอบของสภาคองเกรสจะเข้ามามีบทบาทมากน้อยเพียงไร
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเอเชีย
ประเทศไทย : ผลกระทบทางอ้อมรุนแรงกว่าทางตรง
ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบทางตรงจำกัดในด้านการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากยังไม่ได้เป็นสมาชิกของทีพีพี และการส่งออกไปยังประเทศจีนและญี่ปุ่นมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมากกว่า สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามของประเทศ การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่ารวม 3.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 โดยเป็นการส่งออกไปยังสหรัฐมูลค่ารวม 2.41 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 11 ของการส่งออกรวมของประเทศ แต่อย่างไรก็ดี จะมีผลกระทบทางอ้อมเกิดขึ้นเนื่องจากสินค้าส่งออกไปยังประเทศจีนบางรายการใช้สำหรับผลิตเพื่อส่งออกต่อไปยังสหรัฐอเมริกา ในระยะกลางนโยบายกีดกันทางการค้าจะทำให้การค้าโลกลดลง ส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่กำลังบอบบาง และจะทำให้การลงทุนจากธุรกิจส่งออกของไทยล่าช้าออกไปอีก ทำให้ประเทศไทยสร้างวงจรการลงทุนรอบใหม่ได้ยากลำบากขึ้นและเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ นโยบายการเงินผ่อนคลายจะมีความจำเป็นในการพยุงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ประเทศสิงคโปร์ : แรงต้านของการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้น
ธนาคารยูโอบีไม่คิดว่าจะมีผลกระทบที่ชัดเจนต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกากับสิงคโปร์ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า แต่ความโน้มเอียงสู่นโยบายการกีดกันทางการค้าและความเป็นชาตินิยมที่สูงขึ้นของอเมริกาจะเป็นตัวขัดขวางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ในแง่การค้าสิงคโปร์มีการส่งออกสินค้ามูลค่ารวม 2.58 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2559 นับเป็นร้อยละ 7.7 ของการส่งออกรวมและเป็นตลาดส่งออกอันดับสามของสิงคโปร์ รองจากจีนและมาเลเซีย แม้สิงคโปร์จะไม่ได้ถูกเพ่งเล็งมากนักเนื่องจากขาดดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา แต่หากพิจารณาจากที่มีการส่งออกสินค้าไปจีนเพื่อผลิตและส่งออกต่อไปยังตลาดสหรัฐแล้วผลกระทบน่าจะสูงขึ้นไปอีก ในแง่ของการลงทุนตรงจากต่างประเทศ สหรัฐเป็นผู้ลงทุนตรงต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ในปี 2557 คิดเป็นมูลค่า 1.53 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 14 ต่อปีนับจากปี 2547
ประเทศมาเลเซีย : ความสัมพันธ์จืดจางลงกับสหรัฐแต่แน่นแฟ้นขึ้นกับจีน
ข้อตกลงทีพีพีที่มาเลเซียเป็นหนึ่งในสมาชิกประเทศที่ให้คำปรึกษาอาจจะถูกล้มเลิก การเติบโตของเศรษฐกิจมาเลเซียจะได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากการพึ่งพาการค้าในสัดส่วนที่สูง เราคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจมาเลเซียไว้ที่ร้อยละ 4.2 ในปี 2559 และร้อยละ 4.5 ในปี 2560 โดยมีแรงผลักดันสำคัญจากการบริโภคในประเทศและแรงกระตุ้นภาครัฐ วาทกรรมเกี่ยวกับการต่อต้านการค้าเสรีและโลกาภิวัตน์ของทรัมป์ ตอกย้ำความสำคัญของการสร้างสมดุลด้านความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน และการเชื่อมโยงระหว่างกันของเศรษฐกิจในภูมิภาคและกับเศรษฐกิจจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซียเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทิศทาง โดยการค้ากับสหรัฐอเมริกาลดลงเป็นร้อยละ 8.8 ในปี 2558 จากร้อยละ 16.8 ในปี 2547 แต่การค้ากับจีนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15.8 จากร้อยละ 8.1 ในช่วงเวลาเดียวกัน มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากสหรัฐลดลงเป็น 3.4 หมื่นล้านริงกิตในกลางปีนี้ จาก 3.6 หมื่นล้านริงกิต ในปี 2551 ในขณะที่มูลค่าการลงทุนตรงของจีนพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านริงกิตในกลางปีนี้จาก 7 ล้านริงกิต ในปี 2551 นอกจากนั้นการไหลเข้าของเงินลงทุนตรงจากประเทศจีนสูงสุดเท่าที่เคยมีมาด้วยมูลค่า 1.75 หมื่นล้านริงกิตในครึ่งแรกของปี นับเป็นการเติบโตร้อยละ 13 ต่อปี นับจากปี 2551
ประเทศอินโดนีเซีย : พึ่งพาการค้าน้อยลงแต่คงไม่รอดพ้นได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเอเชีย
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศอินโดนีเซียด้วยสัดส่วนร้อยละ 11 ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศในปี 2558 แต่อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียจะได้รับผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าน้อยกว่าประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเนื่องจากเป็นประเทศหนึ่งที่มีสัดส่วนการค้ากับสหรัฐต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับจีดีพี ประเด็นสำคัญของประเทศอินโดนีเซียคือการปลดปล่อยศักยภาพของการเติบโตของเศรษฐกิจโดยลดขีดจำกัดจากความไม่เพียงพอของสาธารณูปโภค และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายใต้โครงการ One Belt One Road และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีความสำคัญมาก แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศอินโดนีเซียคงไม่รอดพ้นที่จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค
ประเทศเกาหลีใต้ : ได้รับผลกระทบด้านการค้า การลงทุนและความมั่นคง
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้รองจากจีน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13 ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักร อุปกรณ์ด้านการขนส่ง และส่วนประกอบไอที ข้อตกลงเอฟทีเอระหว่างเกาหลีใต้และไทยก็คงเผชิญกับความไม่แน่นอนตามไปด้วย เนื่องจากทรัมป์ชี้ว่าอเมริกาขาดดุลการค้ากับประเทศเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเท่าตัวนับจากที่เอฟทีเอมีผลบังคับใช้ในปี 2555 ที่ 2.76 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 ทรัมป์อาจเจรจาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของเอฟทีเอหลังเข้ารับตำแหน่งเช่นเดียวกับข้อตกลงทางการค้าอื่น นอกจากการค้าสหรัฐยังคงเป็นแหล่งที่มาของเงินลงทุนตรงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ด้วยสัดส่วนหนึ่งในสี่ของการลงทุนตรงจากต่างประเทศทั้งหมดในปี 2557 ดังนั้น นโยบายกีดกันทางการค้าจะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจเกาหลี ทรัมป์ยังได้ประกาศว่าจะปกป้องเกาหลีจากแรงกดดันจากข้อพิพาททะเลจีนใต้ภายใต้ข้อตกลงด้านความมั่นคงที่มีอยู่ แต่โดยทั่วไปก็ยังมีความกังวลว่าประเทศเกาหลีจะได้รับผลกระทบมากหากสถานการณ์เกิดรุนแรงขึ้น







