
สปส.ดึงผู้ประกันตนกลับระบบ
สปส.เตรียมแก้กฎหมายดึงผู้ประกันตนกว่า 9.3 แสนคน ที่หลุดจากสิทธิกลับเข้าระบบเพื่อรับสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม
สปส.เตรียมแก้กฎหมายดึงผู้ประกันตนกว่า 9.3 แสนคน ที่หลุดจากสิทธิกลับเข้าระบบเพื่อรับสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม
นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไปแก้ไขระเบียบและข้อกฎหมายเพื่อคืนสิทธิให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เนื่องจากลาออกจากบริษัทและไม่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องติดต่อกัน 3 เดือน ด้วยเหตุอาจหลงลืม หรือเงินในบัญชีที่ใช้หักส่งเงินสมทบมีเงินไม่เพียงพอ จึงทำให้ถูกตัดสิทธิเป็นผู้ประกันตนและไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใน 6 กรณี เจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร เสียชีวิต และเงินบำนาญ ยกเว้นการว่างงาน
ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหานี้ สปส.กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมาย รวมถึงกฎระเบียบเพื่อคืนสิทธิให้กับผู้ประกันตนที่หลุดจากระบบให้เร็วที่สุด คาดว่าจะใช้เวลา 3-6 เดือน
นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 หลุดจากระบบภายหลังไม่ได้ส่งเงินสมทบต่อเนื่องกว่า 9.3 แสนคน ซึ่งกำลังพยายามแก้ไขกฎหมาย หรือ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อคืนสิทธิให้ผู้ประกันตนในกลุ่มนี้ให้ได้เร็วที่สุดโดยที่ไม่มีเงื่อนไข หลังจากนั้นในอนาคตเพื่อป้องกันการขาดสิทธิอีก ซึ่งตามระบบเดิม สปส. เคยใช้แจ้งการเตือนโดยส่งจดหมาย แต่จากนี้่จะเพิ่มช่องทางการเตือนผ่านระบบข้อความทางมือถืออีกช่องทางหนึ่ง เชื่อว่าจะมีผู้ประกันตนหลายแสนคนกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง
นายสุรเดช กล่าวด้วยว่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2559 ให้ผู้พิการที่เป็น ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมีสิทธิรับบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้พิการที่ไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล พบปัญหาความไม่สะดวกในการเข้ารับการรักษา
ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปจะเพิ่มสิทธิผู้พิการสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐได้ทุกแห่ง และในเรื่องของอวัยวะเทียมและกายอุปกรณ์ สปส.ได้ใช้บัญชีเดียวกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยปรับเพิ่มเป็น 95 รายการ และไม่ต้องสำรองจ่าย







