posttoday
ยุทธการกระชับพื้นที่ ไล่บี้ตัวการทำสลากแพง

ยุทธการกระชับพื้นที่ ไล่บี้ตัวการทำสลากแพง

11 พฤศจิกายน 2559

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ต้องจับตามาตรการแก้ปัญหาสลากราคาแพง ภายใต้การกำกับของ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่กำลังสั่งกระชับพื้นที่ขีดวงล้อม ด้วยการออกมาตรการในการล้อมคอก พวกผู้ค้ารายย่อย ตัวเล็ก ตัวน้อย ที่เดินเร่ขายสลากเกินราคา รวมถึงพวกแผงค้าสลาก ใครที่ทำผิดข้อตกลงจากนี้ไปจะจับกุมและนำไปสู่การยกเลิกสัญญาทันที

รวมทั้งเป็นการหาหลักฐานสาวไปถึงกระบวนการปั่นสลากให้มีราคาแพง ที่ได้หวนกลับมาเหิมเกริมในช่วง 2-3 งวดที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักงานสลากฯ ยอมรับว่าสถานการณ์ราคาสลากกลับมามีราคาแพงผิดปกติและมีการรวมเลขชุดกันมากมาย เกิดจากกระแสเลขมงคลเกิดขึ้นมากมายจากหลายเหตุการณ์ และเมื่อมาผนวกกับประชาชนที่สมยอมในการซื้อเลขดังในราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นไปถึงคู่ละ 130 บาท จากราคาที่กำหนดให้ขาย 80 บาท ก็ยิ่งทำให้การปราบเรื่องสลากแพงทำได้ยากมากขึ้น

ผลจากการจับกุมในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้จำหน่ายสลากเกินราคาถูกจับกุมแล้วรวมทั้งสิ้น 745 ราย ในจำนวนนี้มีตัวแทนจำหน่ายถูกยกเลิกสัญญา 153 ราย และถูกตัดสิทธิจากโครงการซื้อ-จองล่วงหน้า 57 ราย และในระหว่างวันที่ 30-31 ต.ค. 2559 ได้จับกุมผู้ที่จำหน่ายสลากเกินราคา จำนวนทั้งสิ้น 592 ราย 

มีข้อสังเกตที่น่าจับตาคือ ยังไม่พบผู้ค้าสลากคนพิการที่กระทำความผิด และจากการสอบปากคำผู้ค้าสลากรายย่อยที่ถูกจับกุม ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี พบว่าพวกนี้มารับจ้างขายสลาก กล่าวคือ คนเหล่านี้ไม่มีทุนมาซื้อสลาก แต่มีนายทุนให้เอาสลากมาเร่ขาย จะขายราคาเท่าไรก็ได้ แต่ขอให้นำเงินส่งคืนในราคาที่ตกลงกันไว้ เช่น คู่ละ 80 บาท ซึ่งเท่ากับว่าคนที่มารับจ้างขายสลากเหล่านี้ต้องขายสลากเกินราคาไม่ 90 บาท ก็ 100 บาท เพราะเขาต้องนำเงินส่งนายทุนที่ราคาคู่ละ 80 บาท

ทั้งนี้ ภาพรวมวงจรค้าสลากเกินราคาเชื่อว่าน่าจะมีกระบวนการส่งสลากเป็นทอดๆ จากต้นทาง เมื่อรับสลากจากสำนักงานสลากฯ ไป อาจจะมีการส่งไปรวมชุดที่ตลาดกลาง เช่นที่ อ.วังสะพุง ก่อนที่จะนำสลากเวียนกลับมาขายในกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองใหญ่ รวมแล้วไม่น้อยกว่า3-4 ทอด กว่าสลากจะมาถึงมือผู้ซื้อ แต่ละทอดจะมีนายทุนกินหัวคิวจากราคาสลาก ส่งผลให้ราคาสลากในงวดที่มีเลขดังมากๆ ปรับราคาสูงไปมากกว่า 50% นอกจากนี้ ยังพบว่าได้เกิดผู้ค้ารายใหญ่เจ้าใหม่ที่พยายามจะตั้งตัวเป็นนายทุนรวมสลากชุดมากขึ้น

ล่าสุด สำนักงานสลากฯ ที่ออกมาตรการเพื่อกระชับพื้นที่ เป้าหมายคือการไล่ต้อนพวกค้าสลากตัวปลอมและพวกนายทุนที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการปั่นราคาสลาก คือการปรับสัญญาผู้ค้ารายย่อยใหม่ที่เริ่มในวันที่ 19-25 พ.ย.นี้ ให้มีระยะเวลา 6 เดือน จากเดิมเคยให้ต่อสัญญากันได้ยาวถึง 2 ปี เพื่อให้ง่ายต่อการยกเลิกสัญญา และหากพบว่าผู้ค้ารายย่อยกระทำความผิด เช่น สลากเกินราคา หรือไม่ขายสลากในพื้นที่ตามที่แจ้งไว้กับสำนักงานสลากฯ หรือไปพบสลากถูกนำไปรวมชุดกับรายอื่น ทางสำนักงานสลากฯ สามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องถูกจับและปรับที่โรงพักเพื่อเป็นหลักฐานก่อน ซึ่งตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก

ส่วนเหตุผลที่แก้ที่โควตาของรายย่อยก่อน เพราะผู้ค้าสลากรายย่อยมีจำนวนกว่า 7 หมื่นราย เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ค้าสลากทั้งหมดกว่าแสนราย คิดเป็นปริมาณสลากที่รายย่อยถืออยู่กว่า 85% ของสลากที่จำหน่ายในแต่ละงวด ถ้าสำนักงานสลากฯ สามารถจัดสรรโควตาให้รายย่อยที่รับสลากไปแล้วขายเอง จะช่วยบรรเทาเรื่องการขายเกินราคาได้มาก

นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังสั่งให้ปรับวันรับสลากจอง โดยเลื่อนวันรับสลากให้ช้าลงอีก 5 วัน จากปกติรับสลากจองวันที่ 2, 17 เปลี่ยนเป็นวันที่ 7, 22 ของทุกเดือน เพื่อให้เหลือระยะเวลาในการจำหน่ายสลากในแต่ละงวดเพียง 8-9 วัน ซึ่งถือว่ามีเวลาในการขายสลากน้อยมาก สร้างความลำบากใจให้กับคนที่ไม่ได้มีอาชีพค้าสลากจริงๆ อย่างแน่นอน

เนื่องจากพบว่าจากผลการจับกุมผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่เป็นสลากในระบบจองล่วงหน้าที่มีสัดส่วนกว่า 1.8 แสนเล่ม พบว่ามีการนำสลากของกลางเป็นสลากในโครงการสลากจองซื้อ ที่มีการจัดส่งไปที่ตลาดสลากเพื่อรวมเล่มย้อนรอยกลับมาขายเกินราคาอีก ดังนั้นการเลื่อนวันรับสลากให้ช้าออกไปอีก 5 วัน เพื่อให้ตรงกับวันสุดท้ายในการจำหน่ายสลากของตลาดที่ อ.วังสะพุง เท่ากับเป็นการตัดวงจรการส่งสลากจองไปร่วมชุดที่ อ.วังสะพุง ได้อีกทางหนึ่ง

อีกมาตรการที่สำคัญคือ การสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะทหารที่อยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 1 ที่มีอยู่ 26 จังหวัด จัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจแผงค้าสลากอีกครั้ง มีการล็อกพื้นที่เป้าหมายที่พบว่าเป็นจุดทำให้เกิดการขายสลากเกินราคา และจุดที่มีการรวบเลขชุดอย่างแผงค้าสลากบริเวณคอกวัว แผงค้าหน้าสำนักงานสนามบินน้ำ ย่านพุทธมณฑล และประชาชื่น

รวมทั้งจะประสานเจ้าหน้าตำรวจให้จับกุมเจ้ามือหวยใต้ดินไปควบคู่กัน เพราะเจ้ามือหวยใต้ดินมีการสร้างกระแสให้เกิดเลขดัง เพื่อให้คนงมงายหลงเชื่อ ถือเป็นอีกกระบวนการที่เข้ามาปั่นกระแสราคาสลากแพงไปด้วย

จะเห็นว่าเป้าหมายของการออกมาตรการครั้งนี้ คือการหาผู้กระทำความผิด คาดว่าเบื้องต้นจะสามารถยกเลิกสัญญาและเรียกสลากคืนจากผู้ค้าที่ทำผิดสัญญาประมาณ 1 หมื่นราย หรือคิดเป็นสลาก  5 ล้านฉบับคู่ เพื่อนำสลากที่ได้คืนส่งไปให้ผู้ที่ทำอาชีพค้าสลากจริงๆ แต่ส่วนจะสาวไปถึงต้นตอรายใหญ่ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เสือกองสลาก“ ได้จริงหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องวัดฝีมือสำนักงานสลากฯ

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาการออกมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคาทำมาถึงระยะที่ 3 มีการปรับความเข้มข้นของมาตรการขึ้นเป็นระดับ แต่ที่ไม่สามารถออกมาตรการเดียวแล้วแก้ปัญหาได้แบบถาวร เพราะกลไกการค้าสลากเปิดช่องให้พ่อค้าแม่ค้าปรับตัวได้ตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการออกมาตรการใหม่ๆ เพื่อปิดช่องโหว่กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

แต่สุดท้ายแล้ว หากยังไม่สามารถกำราบพวกพ่อค้าแม่ค้าให้ขายสลากตามราคา 80 บาท ที่กำหนดได้ ก็จะเป็นแรงบีบให้สำนักงานสลากฯ ต้องโยนไพ่ใบสุดท้าย นั่นคือการออกสลากแบบออนไลน์ ที่ขณะนี้ทางสำนักงานสลากฯ ได้เสนอเรื่องแก้ พ.ร.บ.สำนักงานสลากใหม่ รอจ่อเข้าเป็นวาระให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว

หาก ครม.เห็นชอบและสำนักงานสลากฯ  เห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน เมื่อนั้นตลาดสลากใบสะเทือนแน่ ทั้งเสือใหม่ เสือเก่า พ่อค้า แม่ค้า ทั้งรายใหญ่ รายย่อย มีอันต้องล้มหายไปจากวงการสลากใบแน่นอน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน