
แนะรื้อใหญ่ระบบแก้น้ำท่วม หวั่น 10 ปีข้างหน้ากทม.จมบาดาล
ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นรุนแรงทุกปี สาเหตุจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การขยายตัวของเมืองเพิ่มขึ้น ความผิดพลาดจากการบริหารจัดการน้ำ จึงควรรื้อใหญ่ระบบแก้น้ำท่วม
โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด
แม้ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลระดมสรรพกำลังคน งบประมาณลงไปมากมายเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่นับวันก็ยังแก้ไม่ได้และยิ่งกระจายวงกว้างขึ้นไปทุกที สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดวงเสวนาเรื่อง "การแก้ไขปัญหาและผล กระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่เมือง…ทางเลือกที่เป็นไปได้" เพื่อเป็นอีกหนึ่งเสียงที่อยากให้ผู้ที่รับผิดชอบนำไปพิจารณา
นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันทีดีอาร์ไอ ฉายภาพว่านับวันปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นรุนแรงทุกปี สาเหตุเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไปจากวิถีชนบทเป็นวิถีเมือง มีการขยายตัวของเมืองเพิ่มขึ้น เมื่อฝนตกน้ำระบายไม่ทัน และความผิดพลาดจากการบริหารจัดการน้ำ อย่างที่เห็นช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แทนที่การบริหารสั่งงานจะรวมอยู่ที่ศูนย์เดียว แต่ขณะนั้นอำนาจกลับอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ฉะนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงต้องช่วยกันคิด
"การปรับตัวหลังน้ำท่วมปี 2554 เราเน้นป้องกันแก้ปัญหากันแบบต่างคนต่างทำ เน้นใช้สิ่งก่อสร้างในการป้องกัน เช่น นิคมอุตสาหกรรมจะสร้างกำแพงสูงล้อมรอบ รัฐบาลทำฟลัดเวย์ ขุดลอกคูคลอง ยกถนนสูง ประชาชนดีดบ้านยกสูง ซึ่งทั้งหมดเป็นระบบที่ต่างคนต่างทำขาดการประสานงาน โดยไม่รู้ว่าสิ่งก่อสร้างบ้างอย่าง จะทำให้น้ำท่วมรุนแรงขึ้น หรือไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว เสียเงินเปล่า" นิพนธ์ กล่าว
นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบัน ทีดีอาร์ไอ แนะนำว่าแนวคิดเรื่องผังเมืองคงไม่เพียงพอต่อไปแล้ว แต่ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดผังเมืองใหม่ให้สร้างบนหลักเกณฑ์ การใช้ที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาเมืองไปสู่เมืองที่น่าอยู่ โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่งานน้ำ ที่ดิน ต้องทำงานร่วมกันทั้งระบบให้ไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ปรับปรุงระบบป้องกัน การจัดการน้ำท่วม วางแผนพัฒนาผังเมืองให้เชื่อมโยงธรรมชาติ
วิจิตรบุษบา มารมย์ อาจารย์ประจาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ศึกษาวิจัยการขยายตัวของพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลที่อยู่อาศัยกว่า 65% กำลังขยายเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก จึงคาดการณ์ว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้า ถ้าพื้นที่เมืองขยายตัวเช่นนี้อยู่อาจถูก น้ำท่วมถึง 60% และจะยิ่งทำให้พื้นที่ทรุดตัวใหม่เกิดขึ้น
"ขณะนี้การพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน กับการบริหารจัดการน้ำค่อนข้างที่จะสวนทางกัน ฉะนั้นหากจะแก้ปัญหานี้จริง ต้องวางแผนเมืองให้รองรับการพัฒนาในอนาคตหลาย รูปแบบ พร้อมปรับตัวตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น" วิจิตรบุษบา กล่าว
ขณะที่ตัวแทนภาครัฐอย่าง สมเกียรติ สิริพิทักษ์เดช ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า เรื่องผังเมืองเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน ดังนั้นหน้าที่ของกรมโยธาฯ จึงต้องแก้ปัญหานี้ 2 ด้าน คือ ด้านสิ่งก่อสร้าง โดยต้องสร้างเขื่อนทำกำแพงกั้นน้ำ เป็นต้น และมาตรการที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างคือ วางแผนหาวิธีทางพัฒนาผังเมืองป้องกันน้ำท่วม แต่ด้วยสภาพที่ปัจจุบันชุมชนเมืองส่วนใหญ่ขยายตัว ดังนั้นกรมจึงพยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้น้ำสามารถระบายได้ รวมถึงปัญหาภัยแล้ง
สอดคล้องกับ สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า วิธีการแก้ไขปัญหาทุกอย่างรู้หมด แต่อยู่ที่การตัดสินใจซึ่งสำคัญมาก เพราะที่ผ่านมาน้ำท่วมมีหลายสาเหตุแต่ปัจจัยหลักคือ เรื่องที่ดินบางครั้งกฎหมายทาตามข้อเท็จจริงไม่ได้ สิ่งที่พบ คือ บางพื้นที่น้ำท่วมเพราะมีการรุกล้ำทางน้ำ จึงทำให้พฤติกรรมการไหลเปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถระบายได้ปกติ
รองอธิบดีกรมชล ระบุว่า แนวทางการจัดการคือแผนยุทธ์ศาสตร์น้ำ ซึ่งขณะนี้มีการคิดกำหนดขึ้นไว้แล้ว โดยมีเป้าหมายขั้นตอนชัดเจน โดยกรมชลประทานได้เสนอเรื่องการปรับปรุงแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เมื่อทำจริงทุกหน่วยงานก็ยึดหลักอาศัยหลักกฎหมายของแต่ละกระทรวง ฉะนั้นจึงมองว่าอำนาจมาตราทุกอย่างทำได้หมด แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่ตัดสินใจ
ปณบุญ ฤทธิเดช ผู้แทนกรมเจ้าท่า กล่าวว่า การแก้ปัญหารุกล้ำทางน้ำที่ผ่านมากรมหาทางแก้ไขอยู่ตลอด ซึ่งตั้งแต่นี้จะไม่มีสิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตกีดขวางทางน้ำแล้ว โดยได้แก้กฎหมายเพิ่มโทษกับผู้ที่บุกรุกฝ่าฝืน
ศิริชัย จงตระกูล ผู้อำนวยการ กองพัฒนาระบบหลัก สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ขณะนี้รัฐบาลจัดงบประมาณสนับสนุนให้จัดทำ 11 โครงการการปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่จุดอ่อน อาทิ ถนนศรีอยุธยา ถนนทรงวาด หรือแถวแบริ่งเขตบางนา เป็นต้น โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในปี 2560 นอกจากนั้นปีนี้มีการศึกษาเตรียมที่จะทำแก้มลิงขนาดความจุ 5.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออกกทม.ฝั่งตะวันออก
พลเทพ เลิศวรวนิช ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวว่า จากอดีตถึงปัจจุบันสภาพการใช้พื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาน้ำท่วมถนนจึงเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยการแก้ไขที่ผ่านมากรมจะเข้าไปปรับปรุงโดยทำท่อลอดถนนระบายน้าให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
ขณะที่เสียงจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ มองว่าความเสียหายนี้เกิดจากการไปสร้างในที่ที่ไม่ควร เช่น สร้างหมู่บ้านจัดสรรในทุ่งนา ฉะนั้นการแก้ปัญหานี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำความเข้าใจ โดยต้องมีผู้นำในการตัดสินใจที่ชัดเจน สามารถสั่งงานข้ามหน่วยงานได้







