posttoday
ตร.คุมเข้มความปลอดภัยเมืองกรุง ยอมรับมีการเตือนวินาศกรรม

ตร.คุมเข้มความปลอดภัยเมืองกรุง ยอมรับมีการเตือนวินาศกรรม

03 พฤศจิกายน 2559

ตำรวจทุกหน่วยคุมเข้มความปลอดภัยกรุงเทพฯ หลังหน่วยข่าวเตือนการก่อเหตุร้าย "191" เข้าตรวจค้นฟื้นที่เฝ้าระวัง

ตำรวจทุกหน่วยคุมเข้มความปลอดภัยกรุงเทพฯ หลังหน่วยข่าวเตือนการก่อเหตุร้าย "191" เข้าตรวจค้นฟื้นที่เฝ้าระวัง

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยอมรับว่ามีการเตือนถึงการก่อเหตุร้ายในกรุงเทพฯ แต่ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก เพราะตำรวจนครบาลได้เตรียมรับมือสถานการณ์ไว้หมดแล้ว และเตรียมการไว้ก่อนหน้าที่จะมีการเตือนครั้งนี้ ซึ่งไม่สามารถบอกถึงแผนการเฝ้าระวังได้ ขณะนี้ได้เน้นไปที่การสำรวจความผิดปกติต่างๆ และการตั้งด่านตรวจโดยเชื่อว่าไม่น่าจะมีเหตุร้ายแรงต่างๆเกิดขึ้นได้

ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยอมรับเช่นเดียวกันว่ามีการเฝ้าระวังเหตุร้ายมากขึ้นหลังจากมีการเตือนว่าจะมีการก่อวินาศกรรมในเมืองหลวง โดยปมการก่อเหตุไม่เกี่ยวกับการก่อการร้ายในต่างประเทศแต่มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายในเกี่ยวกับความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

อย่างไรก็ตามเป็นแค่เพียงการข่าวเท่านั้นยังไม่มีหลักฐานหรือปัจจัยที่แน่ชัดว่าจะมีการก่อเหตุขึ้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้ตำรวจกองปราบปรามประสานงานกับตำรวจนครบาลเพื่อหาข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ ขณะที่หน่วยข่าวของตำรวจสอบสวนกลางก็มีการประสานงานกับมอสสาดที่เป็นหน่วยงานสืบราชการลับของอิสราเอล ซึ่งก็ยังไม่มีการเตือนถึงเหตุร้ายต่างๆแต่อย่างใด

ด้านหน่วยปฏิบัติอย่างกองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ก็มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาตำรวจปฏิบัติการพิเศษอรินทราชได้จู่โจมเข้าตรวจค้นเป้าหลายหลายจุดในช่วงเช้าของทุกวัน เพื่อหาข่าวและยึดอุปกรณ์ที่ต้องสงสัยที่เกี่ยวกับการก่อวินาศกรรม ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็เข้าตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัยที่ย่านหนองจอก เพื่อเป็นการกดดันกลุ่มคนที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังให้ไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อก่อเหตุร้ายได้

"พื้นที่ที่เฝ้าระวังคือ บริเวณ ม.รามคำแหง มีนบุรี และหนองจอก พื้นที่เหล่านี้เป็นที่พักพิงของชาวมุสลิมที่มาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยอรินทราชได้ตรึงพื้นที่เหล่านี้และเข้าตรวจค้นทุกเช้า จนตอนนี้เชื่อได้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่น่าจะมีความสามารถในการรวมตัวกันเพื่อก่อเหตุร้ายได้"พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า  การเข้าตรวจที่ตำรวจอย่างหนักในช่วงนี้ทำให้กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่สามารถนำอุปกรณ์ที่จะใช้ในการประกอบระเบิดมาซุกซ่อนไว้ได้ และทำให้กลุ่มคนเหล่านี้แตกตัวไปแล้ว ดังนั้นตนเชื่อว่าเหตุร้ายต่างๆในช่วงนี้จะไม่มีการเกิดขึ้นได้แล้ว แม้กระทั่งการเตือนถึงเรื่องคาร์บอมก็ไม่น่าจะวิตกอะไร เพราะจากการข่าวปัจจุบันกลุ่มก่อความรุนแรงในลักษณะนี้ได้แตกกระจายกันไปแล้วจากการที่ถูกตำรวจกดดันตรวจค้น

"ก่อนหน้านี้เราจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน และนำไปซักถามที่ มทบ.11 ทำให้ได้รายละเอียดด้านการข่าวมาเยอะมาก แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ บอกได้ว่าได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จนทำให้หยุดยั้งการก่อเหตุร้ายไว้ได้"พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

ในขณะที่ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม มีคำสั่งให้ทุกกองกำกับการในสังกัดทั่วประเทศนำกำลังขึ้นมาเตรียมพร้อมที่กรุงเทพฯ และให้กองกำกับการ 1-6 และกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโด กระจายกำลังนอกเครื่องแบบแฝงตัวเฝ้าระวังพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการก่อเหตุร้ายในบริเวณสนามหลวงและรอบพระบรมหาราชวังเนื่องจากขณะนี้มีกลุ่มคนที่มารวมตัวกันเพื่อถวายอาลัยแด่รัชกาลที่ 9 จำนวนมาก โดยกำลังนั้นมีทั้งตำรวจชายและหญิงติดอาวุธปืนพกสั้น แต่ไม่สวมเครื่องแบบตำรวจ

นอกจากนี้ ตำรวจกองปราบปรามกำลังดึงชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นหูเป็นตาแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวสิ่งผิดปกติในชุมชนของตนเอง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือวินาศกรรมในเมืองหลวง โดยจะเริ่มโครงการนำร่องให้ชาวบ้านใน 19 ชุมชน ในพื้นที่ สน.ดุสิต สน.สามเสน และสน.นางเลิ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ มาเข้ารับการอบรมเป็นสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม ซึ่งคาดว่าจะมีตัวแทนในการแจ้งข่าวอาชญากรรมทั้งหมดประมาณ 200 คน ขณะเดียวกันกองปราบฯ ได้ประสานไปยังกรุงเทพมหานครติดตั้งกล้องวงจรปิด จำนวน 200 ตัวย่านเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเฝ้าระวังเหตุ 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน