
ปรับแผนรปภ.ชายแดนใต้
กอ.รมน.ภาค 4 เตรียมปรับแผนรักษาความปลอดภัย คุมเข้มชายแดนใต้หลังระเบิดกลางเมืองปัตตานีดับ 1 เจ็บ 18 คน
กอ.รมน.ภาค 4 เตรียมปรับแผนรักษาความปลอดภัย คุมเข้มชายแดนใต้หลังระเบิดกลางเมืองปัตตานีดับ 1 เจ็บ 18 คน
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และภาค 4 ส่วนหน้า จะมีการปรับแผนการปฏิบัติ หลังเกิดเหตุระเบิดที่ตลาดโต้รุ่งเขตเทศบาลเมืองปัตตานี จ.ปัตตานีเมื่อค่ำวันที่ 24 ต.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 18 คน
“คงต้องปรับนโยบายให้ดีที่สุด ความจริงพบว่าไม่มีการก่อเหตุมาระยะหนึ่งแล้ว ต้องกำชับควบคุมต่อไป โดยวันที่ 26-31 ต.ค. จะประสานกับกลุ่มงานต่างๆ ของ คปต. จะชี้แจงรายละเอียดแผนงานต่างๆ ที่ คปต.รับผิดชอบ ให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจ เกิดประโยชน์ในการกำกับงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้นในเรื่องเร่งด่วน” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
ประธาน คปต.กล่าวว่า ด้านการข่าวมีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกและแม่ทัพภาคที่ 4 ให้เข้มงวดการรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก การดำเนินการจะต้องดูในส่วนของชุมชน ถนนสายหลักต่างๆ ต้องพยายามไม่ให้เกิดเหตุ สถานที่ห่างไกลต้องยอมรับจะเกิดเหตุได้บ้างจากผู้หลงผิด ต้องกำชับแก้ปัญหาต่อไป มีการติดตามข่าวอยู่ตลอด และมั่นใจว่าในพื้นที่ได้กำชับงานด้านการข่าว และปรับกำลังเจ้าหน้าที่ ใช้กำลังพลในพื้นที่เป็นหลัก น่าจะมีความเหมาะสมแล้ว อีกระยะจะมีการประเมินผล
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ข้อสงสัยเรื่องการก่อเหตุในช่วงครบรอบเหตุการณ์ตากใบนั้น ได้มีการระมัดระวังมาตลอดในช่วงที่ใกล้กับเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน ได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.เฉลิมชัย
สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในการรักษาความปลอดภัยถือเป็นเรื่องหลัก เพราะถ้าพื้นที่ปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง จะทำให้การพัฒนาและเรื่องอื่นๆ ตามเข้าไป เพราะมีความมั่นใจมากขึ้น ส่วนการทำงานของ คปต.ส่วนหน้ายังทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา แม้คณะทำงานหลายคนจะมีภารกิจร่วมพระราชพิธีสำคัญในพระบรมมหาราชวัง แต่ก็ลงไปพื้นที่ติดตามงานอย่างต่อเนื่อง







