
ซึมซับพระจริยวัตรผ่านศิลปะ'ในหลวงของประชาชน'
แม้จะผ่านไปกว่า 10 วัน แต่พสกนิกรไทยทั้งแผ่นดินก็อยู่ในห้วงแห่งความเศร้าโศก คลื่นมหาชนสวมเสื้อผ้าสีดำสนิทเดินทางมาจากทั่วสารทิศ
โดย...กองทรัพย์ ชาตินาเสียว
แม้จะผ่านไปกว่า 10 วัน แต่พสกนิกรไทยทั้งแผ่นดินก็อยู่ในห้วงแห่งความเศร้าโศก คลื่นมหาชนสวมเสื้อผ้าสีดำสนิทเดินทางมาจากทั่วสารทิศ เพื่อเฝ้ารอถวายสักการะและแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง หลายคนมาเพื่อส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย
นับจากวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต มหาวิทยาลัยศิลปากรนำกลุ่มนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ หลายสิบชีวิต ทุ่มเทแรงกายแรงใจจัดงานแสดงความไว้อาลัย โดยรวมใจเป็นหนึ่งเดียววาดภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในหลวงจำนวน 9 ภาพ และติดตั้งบริเวณกำแพงมหาวิทยาลัยฝั่งถนนหน้าพระลานฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย และได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ชาวศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยศิลปากรก็รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยศิลปินจากหลากหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นลายคราม (รุ่น 29) ซึ่งอายุราว 60 ปี ไปจนถึงรุ่นที่เพิ่งจบการศึกษาไปมารวมพลังในการเขียนภาพ ซึ่งกำหนดคอนเซ็ปต์ว่าเกี่ยวกับโครงการใน
พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 หัวข้อคือ “ในหลวงของประชาชน”
ธราธิป นัทธีศรี เลขานุการสมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า สมาคมนักศึกษาเก่าดำริที่จะจัดกิจกรรมนี้หลังจากที่พระองค์สวรรคต โดยเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา รุ่นน้องศิษย์ปัจจุบันได้จัดแสดงงานจิตรกรรม หัวข้อองค์อัครศิลปินจำนวน 9 ชิ้นงาน และติดตั้งที่กำแพงมหาวิทยาลัยไปแล้ว
“พวกเราศิษย์เก่าจึงหารือกันว่าอยากรวมพลังนักศึกษาเก่าที่จบการศึกษาไป ให้แต่ละรุ่นซึ่งเป็นทั้งรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน รุ่นน้อง มารวมตัวกัน จัดกลุ่มเป็นรุ่นๆ ขึ้นมา แต่ละรุ่นจะตกลงกันว่าคอนเซ็ปต์ของแต่ละภาพภายในหัวข้อในหลวงของประชาชนเป็นอย่างไร จากนั้นมารวมไอเดียและทำการสเกตช์ ขึ้นโครง แล้วก็เขียนภาพภายในเวลา 3 วัน โดยทางสมาคมนักศึกษาเก่าจะเตรียมเฟรมขนาด 2.40x2.40 เมตร ลงพื้นขาวไว้ให้ จะเตรียมพู่กัน อุปกรณ์ และสีไว้ให้ ยกเว้นว่าแต่ละรุ่นจะมีสีและเทคนิคพิเศษก็ให้เตรียมมาเอง ช่วงแรกเรากำหนดว่า 20 เฟรม แต่ขณะนี้ถูกขยายให้เป็น 30 เฟรมแล้ว”
คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ เปิดมา 70 กว่าปีแล้ว ธราธิปและเพื่อนรุ่นที่ 38 เลือกใช้เทคนิคสีน้ำมัน วาดภาพขณะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2493 มาเป็นแรงบันดาลใจ “พระองค์ท่านตรัสว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ซึ่งเพียงพระราชโองการสั้นๆ นี้ จึงทำให้เมืองไทยร่มเย็นเรื่อยมา
“พวกเราถือว่าเป็นกลุ่มคนที่เรียนศิลปะแล้วได้มารวมพลังกันเขียนภาพ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านตลอด 70 ปี ที่พระองค์ท่านได้เป็นประมุขของประเทศไทย ภาพถ่ายอย่างเดียวคนอาจจะมองผ่านๆ แต่ถ้าเป็นงานศิลปะ วิธีการแสดงออกของศิลปิน ไม่ว่าจะโครงสี ภาพขาวดำ ภาพสีซีเปีย ภาพที่ลงพื้นทอง ภาพที่แสดงออกถึงอารมณ์ละเอียดอ่อนผ่านฝีแปรงของศิลปิน สะท้อนพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน เราคาดหวังว่าจะทำให้ประชาชนได้ซึมซับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ทรงทำมาตลอด 70 ปี โดยศิลปินจะสอดแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพแต่ละภาพ ได้แก่ โครงการแก้มลิง โครงการฝนเทียม โครงการหลวง และโครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นต้น โดยอีกส่วนหนึ่งเป็นภาพจิตรกรรมเหมือนจากพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งคัดเลือกจากพระจริยวัตรที่งดงามของพระองค์ ทั้งกับพสกนิกรและสะท้อนความกตัญญูที่พระองค์ทรงมีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีหลายมุมที่เราอยากให้คนได้เห็นในรูปแบบของศิลปะ และจัดแสงจัดองค์ประกอบอย่างละเมียดละไม” ธราธิป กล่าว
การรวมตัวกันเขียนภาพในหลวงของประชาชน โดยสมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ใช้เวลาในการวาดทั้งสิ้นประมาณ 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 22-24 ต.ค. โดยเมื่อชิ้นงานทั้ง 30 ชิ้น เราก็ได้รับความอนุเคราะห์ให้ติดตั้งผลงานจิตรกรรมทรงคุณค่าเหล่านี้บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี
“เนื่องจากพื้นที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยจะเป็นพื้นที่ของน้องๆ นักศึกษาปัจจุบัน แต่สำหรับพื้นที่ภายในคณะจิตรกรรม เรามีความรู้สึกว่าอยากให้คนที่เดินเข้ามาหลบร้อนภายใน หรือสำหรับคนที่ใช้เส้นทางนี้เป็นทางสัญจรเพื่อที่จะไปท่าช้าง-วังหลัง ได้มาพักร้อนและซึมซับบรรยากาศของคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ที่เหนือไปกว่านั้นคือได้มาชื่นชมและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านภาพจิตรกรรม โดยจะจัดแสดงภาพจนกระทั่งครบ 100 วัน แต่ในระหว่าง 100 วัน หากมีรูปชำรุดก็อาจจะมีการนัดหมายหรือมีกิจกรรมเสริมขึ้นมาอีกครั้ง” เลขานุการสมาคมนักศึกษาเก่า คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าว







