
จี้ทูต7ชาติสกัดหมิ่นสถาบัน
ขอให้เข้าใจความรู้สึกของคนไทย บิ๊กตู่วอนประชาชนเลิกทำร้ายกัน
ขอให้เข้าใจความรู้สึกของคนไทย บิ๊กตู่วอนประชาชนเลิกทำร้ายกัน
รมว.ยุติธรรม ร่อนหนังสือแจ้งสถานทูต 7 ประเทศ เลิกให้ผู้ทำผิดมาตรา 112 เคลื่อนไหววอนขอให้เข้าใจความรู้สึกของไทย
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาคดีความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เปิดเผยว่า ได้ลงนามหนังสือถึงเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย ที่ผู้กระทำผิดมาตรา 112 เข้าไปพักอาศัย 7 ประเทศ รวม 19 ราย ที่พบว่าผู้กระทำผิดยังคงเคลื่อนไหวและกระทำการไม่บังควรอยู่
ทั้งนี้ เพื่อแจ้งให้เอกอัครราชทูตได้รับทราบ และร้องขอให้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนไทย โดยระบุตำแหน่งที่พักอาศัยของผู้กระทำผิดไว้ด้วย
สำหรับการใช้มาตรการทางสังคมกับผู้กระทำผิดมาตรา 112 นั้นต้องเป็นมาตรการที่ไม่ผิดกฎหมาย และไม่มีสิทธิที่จะทำร้ายร่างกายใคร เพราะการทำร้ายร่างกายเป็นการทำผิดกฎหมาย ไม่มีใครมีสิทธิใช้มาตรการทางสังคมทำร้ายร่างกายผู้อื่น แม้จะเป็นการทำโดยบริสุทธิ์ใจ
ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รู้สึกไม่สบายใจ เรื่องที่มีการเผยแพร่คลิปการทำร้ายร่างกายผู้ที่โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม รวมถึงที่มีบุคคลบางส่วนอาจไปแสดงกิริยาที่ไปทำร้ายหัวใจคนไทย จึงขอให้คนไทยตระหนักเรื่องนี้ให้มาก และขอฝากไม่ว่าใครจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม ก็ขอเก็บเอาไว้ในใจ อย่าไปแสดงออกโดยขัดความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
“นายกฯ ไม่อยากให้ภาพของคนไทยที่ทำร้ายกัน จะทำให้ต่างชาติมองเราในแง่ที่ไม่ดีด้วย ขอร้องวิงวอนทุกฝ่ายอย่าพยายามสร้างความขัดแย้งในเวลานี้ อย่าดึงพระองค์ท่านเข้ามาในความขัดแย้งโดยเด็ดขาด เพราะเวลานี้เป็นเวลาที่เราต้องรวมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้มากที่สุด ประเทศเราต้องการความมั่นคง พลังความศรัทธา ความรักของประชาชนทุกคนที่จะทำให้เดินต่อไปข้างหน้าได้” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า การที่มีประชาชนรุมทำร้ายบุคคลที่คิดว่าไม่รักสถาบัน หรือมองการไม่ใส่เสื้อดำผิดนั้น นั้นขอให้ประชาชนใช้สติ ระงับอารมณ์ อย่าใช้การทำร้าย แต่ให้ใช้กฎหมายดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อบรรยากาศในเวลานี้ อย่าทำร้ายคนที่คิดว่าไม่รักสถาบัน ขอแค่แจ้งเบาะแสมา ทางเจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับการแจกเสื้อดำของรัฐบาล จากกระทรวงการคลัง 8 ล้านตัวนั้น จะแจกผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยไว้แล้ว นอกจากนี้กิจกรรมการสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติ ได้ปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรมสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล และขอให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจปะปนเข้ามาและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้มาแสดงความจงรักภักดีในห้วงเวลาสำคัญนี้







