
พระบารมีแผ่ไพศาลทั่วโลก
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่ประมุขของประเทศต่างๆ ได้ส่งสาส์นแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นอะไรที่มากไปกว่าพิธีการทูตธรรมดาที่เวลามีประมุขของประเทศเสียชีวิต ประมุขของประเทศอื่นก็ส่งสาส์นแสดงความเสียใจเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในทางการทูต เพราะประมุขของประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ทราบดีถึงกิตติศัพท์ของพระองค์ท่านที่รู้จักกันว่าเป็น “เวิล์กกิ้ง คิง” กษัตริย์ผู้ทรงงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย หรือ “กษัตริย์นักพัฒนา” ผู้ไม่เคยได้หยุดพักตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ แม้ขณะประชวรก็ยังทรงงานเพื่อประชาชนของประเทศเพราะ “เดิมพัน” ของพระองค์ท่านสูงมากนั่นคือ ความผาสุกของประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติ ไม่เพียงแต่พระองค์ท่านทรงงานหนักเท่านั้น พระราชวงศ์ชั้นสูงทุกพระองค์ต้องทำงานหนักตามกำลัง เพื่อแบ่งเบาภาระของพระองค์ด้วย
กษัตริย์ภูมิพลไม่ได้เป็นเพียงกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก (70 ปี) ตามการจัดลำดับของฝรั่งเท่านั้น แต่พระองค์ท่านเป็นมากกว่านั้น ส่วนหนึ่งสะท้อนจากพระราชสาส์นและสาสน์ที่แสดงความเสียใจที่หลั่งไหลมาจากผู้นำองค์กรโลกและประมุขของประเทศต่างๆ เราขอยกสาส์นจากผู้นำองค์กรโลกจากประเทศที่มีการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขมาเป็นตัวอย่างดังข้างล่างนี้
คงมีน้อยครั้งมากที่เลขาธิการสหประชาชาติได้เชิญชวนให้ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่การสวรรคตขององค์พระประมุขของไทย นี่คงไม่ใช่พิธีกรรมที่ปฏิบัติเป็นปกติแต่น่าจะเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะเมื่อ โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิอการสหประชาชาติคนก่อน และบันคีมุน เลขาธิการคนปัจจุบัน เคยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาก่อนและได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เขารู้สึกทึ่งในพระอัจฉริยะภาพของพระองค์ จนสหประชาชาติเสนอให้เป็นรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายในโลก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแห่งประเทศไทยเป็นที่รู้จักขององค์การสหประชาชาติและองค์กรระดับโลกอื่นๆ มานานก่อนหน้านี้ องค์การสหประชาชาติและองค์กรในเครือเคยถวายเหรียญยกย่องพระเกียรติคุณและรางวัลมากมายให้กับพระองค์ท่าน ทั้ง โคฟี อันนัน และบันคีมุน ในขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการและเลขาธิการองค์กรในเครือ เคยถวายเหรียญรางวัลประเภทต่างๆ ทั้งด้านการพัฒนามนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะการคิดค้นโครงการไฟโอดีเซล โครงการฝนหลวง และโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ การพัฒนาการเกษตร การสาธารณสุขเพื่อมวลชน การอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นต้น จึงไม่ต้องแปลกใจหากบันคีมุนจะขอให้สมาชิกสหประชาชาติยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่พระองค์ท่าน
เราคงไม่สามารถเขียนถึงสาส์นจากประมุขของประเทศต่างๆ ที่แสดงความอาลัยต่อรัฐบาลและประชาชนไทยทั้งหมดได้ สิ่งที่ทำได้คือเพียงยกตัวอย่างบางประเทศเท่านั้น ภาพในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของราชวงศ์อังกฤษที่สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษทรงเขียนสาส์นแสดงความอาลัยด้วยพระองค์เอง รวมทั้งทรงสั่งให้ชักธงครึ่งเสาเหนือพระราชวังบัคกิงแฮมและโบสถ์เวสมินเตอร์อีกทั้งรัฐบาลอังกฤษลดธงครึ่งเสาในวันที่ 14 ต.ค. 2559 สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของราชวงศ์ทั้งสองที่มีมายาวนาน สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นทรงไว้ทุกข์เป็นการส่วนพระองค์ 3 วัน ด้วยสองราชวงศ์มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นนับแต่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ก่อน ในขณะที่สถานทูตไทยในกรุงโตเกียวแน่นไปด้วยบุคคลสำคัญในรัฐบาลญี่ปุ่น นักการเมืองญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นไปลงนามแสดงความอาลัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กษัตริย์และราชินีประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้มีสาส์นมาถึงรัฐบาลทันทีที่ได้ข่าว ในขณะที่กษัตริย์ จิกมี วังชุก และพระราชินีแห่งภูฏาน ที่เคารพนับถือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างที่สุด เสด็จฯ มาถวายความเคารพด้วยพระองค์เอง สถานทูตไทยในต่างประเทศเนืองแน่นไปด้วยประชาชนและบุคคลสำคัญเจ้าของประเทศ และคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้นมาลงนามไว้อาลัย
สำหรับผู้นำองค์การระหว่างประเทศและประเทศต่างๆ ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจ ยกตัวอย่างประเทศใหญ่ๆ เช่น ประธานคณะมนตรียุโรป ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เยอรมนี ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน ประมุขแห่งรัฐและผู้นำองค์กรโลกต่างพูดแสดงความชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน โอบามา พูดถึงพระองค์ท่านว่า “เป็นพ่อของประเทศไทย เป็นแชมเปี้ยนแห่งสันติภาพ เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรือง” ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส พูดถึงพระองค์ท่านว่า “เป็นความภาคภูมิใจของโลก” ส่วน มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวยกย่องให้พระองค์ท่านเป็น “บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่” ผู้นำทุกคนยอมรับว่า 70 ปี แห่งการครองราชย์ที่ยาวนาน เพื่อให้ประชาชนไทยหลายล้านคนมีชีวิตที่ดีขึ้น ทรงเป็นหลักยึดเหนี่ยวสำคัญของคนไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นที่จดจำไปอีกหลายชั่วอายุคน
ประธานาธิบดี ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวในสาส์นว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชของไทยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ และทรงมีส่วนในการเสริมความแข็งแกร่งของสถานะประเทศไทยในเวทีโลก ...ทรงชนะใจประชาชนของพระองค์และผู้บริหารระดับสูงของนานาชาติ” ในโอกาสหนึ่ง นักข่าวถามเขาว่า ในโลกนี้มีบุคคลใดที่ท่านเคารพนับถือและให้เกียรติสูงสุด ปูตินได้ตอบอย่างฉาดฉานโดยไม่ต้องหยุดคิดเลยว่า “มีสองคนคือ ท่านอายะตุลลอฮ์ อาลีพคอเมเนอิ (ผู้นำสูงสุดฝ่ายศาสนจักรและอาณาจักรของอิหร่าน) และคิงภูมิพล มหาราช”
ไม่เพียงผู้นำทางอาณาจักรเท่านั้น แม้แต่ผู้นำทางศาสนาจักรของโลก เช่น องค์ดาไลลามะได้พูดถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า “ในโลกนี้ยังมีบุคคลอีกผู้หนึ่ง ถ้าท่านเอาข้าพเจ้าไปเปรียบเทียบกับท่านผู้นั้นแล้ว ข้าพเจ้าจะเป็นเพียงแค่เด็กน้อย ท่านผู้นั้นคือ คิงภูมิพลมหาราช” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่เพียงแต่ชนะและครองใจประชาชนชาวไทยเท่านั้น แต่พระบารมีของพระองค์ยังแผ่ไพศาลไปทั่วโลก
นอกจากทรงเป็น “ราชันย์แห่งราชา” แล้ว ยังเป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องเข้าสู่สงครามในสมรภูมิใดในโลก แต่ทรงชนะใจคนทั่วโลกที่ยอมรับนับถือพระองค์โดยปราศจากข้อสงสัย นี่คือชัยชนะที่แท้จริง







