
การเมืองถวายความอาลัย รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ
เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ภายหลังสำนักพระราชวังออกประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ภายหลังสำนักพระราชวังออกประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ทั้งนี้ บรรดานักการเมืองต่างร่วมกันน้อมใจถวายความอาลัยผ่านโซเชียลมีเดีย อาทิ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการอัพเดทภาพหน้าปกเฟซบุ๊กส่วนตัวใหม่ พร้อมข้อความว่า “ขอถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นสีดำและอัพเดทภาพหน้าปกใหม่ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสีขาวดำ โดยมีข้อความว่า “ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ในส่วน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เปลี่ยนรูปภาพโปรไฟล์เป็นสีดำล้วน และอัพเดตภาพหน้าปกเฟซบุ๊กเป็นสีขาวดำ พร้อมข้อความว่า “ขอถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดไม่ได้” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ด้าน สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (กปปส.) ได้อัพเดทภาพโปรไฟล์เป็นสีดำ พร้อมทั้งอัพเดทภาพหน้าปกเฟซบุ๊กส่วนตัวใหม่ โดยมีข้อความว่า “น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดไม่ได้ ขอถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
สำหรับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปลี่ยนรูปภาพโปรไฟล์ขณะก้มกราบพระบรมรูปปั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมโพสต์ข้อความ แค่ได้ยินคำว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ” ก็มิสามารถสะกดจิตใจที่พยายามบอกตนเองให้เข้มแข็งและยอมรับความเป็นจริงทั้งๆ ที่คิดว่าจะพอเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่เมื่อเวลาจริงมาถึงทำให้รู้เลยว่ามันควบคุมจิตใจตนเองที่จะไม่ให้ร้องไห้เสียใจได้ลำบากเหลือเกิน
สิ่งเดียวที่พอเยียวยาจิตใจและความหวาดกลัวต่อการสิ้นรัชกาลก็คือ ความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ จะทรงนำเหล่าพสกนิกรของพระองค์ท่านไปสู่ความผาสุกสวัสดีดั่งที่เคยเป็นมาโดยตลอด ด้วยพระบุญญาธิการและพระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ไพศาล ขอให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญดั่งร่มโพธิ์ทองปกแผ่เหล่าพสกนิกรชาวไทยตลอดกาลนิรันดร์เทอญ
นอกจากนี้ ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ทาง ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ในฐานะประธานการประชุม โดยแจ้งให้สมาชิกทราบถึงประกาศสำนักพระราชวัง โดยการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ยังความเศร้าเสียใจแก่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศและเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เนื่องจากทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
ทั้งนี้ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของบรรดากษัตริย์ทั้งหลายในปัจจุบัน ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรมด้วยการครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวสยาม ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์มายาว นานที่สุดในโลก 70 ปี ในทุกพระราชกรณียกิจและทุกขณะจะทรงเสียสละเพื่อประโยชน์เพื่อส่วนรวมของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ
ขณะเดียวกัน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนประชาชนทั้งประเทศ ทรงมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนรวมทั้งทรงริ่เริ่มปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนมีผู้คนนำไปใช้ประโยชน์ทั่วไป และเมื่อเกิดวิกฤตทางการเมืองก็ทรงช่วยระงับเหตุการณ์ได้อย่างประเสริฐยิ่ง ด้วยอานุภาพแห่งพระราชกุศลผลบุญที่ทรงบำเพ็ญมาเป็นเวลานาน ด้วยคุณงามความดีอย่างอเนกอนันต์ ซึ่งเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อแผ่นดิน จึงขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยในสัมปรายภพด้วย







