posttoday
ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพที่ศาลาสหทัยฯ

ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพที่ศาลาสหทัยฯ

14 ตุลาคม 2559

ประชาชนจำนวนมากมารอเข้าคิวตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเข้าถวายยน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9

ประชาชนจำนวนมากมารอเข้าคิวตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเข้าถวายยน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9

ตามที่สำนักพระราชวังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์  ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 14 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 8.30-12.00น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ประชาชนได้ทยอยมาเข้าแถว เพื่อให้ได้เป็นอันดับแรกๆในการถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 จนกระทั่งเวลา 8.30น. ทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจึง อนุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพที่ศาลาสหทัยฯ

ระบอบ ช่างการ อายุ 75 ปี หนึ่งในพสกนิกรที่อยู่ในหัวแถวของขบวนประชาชนที่รอเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ติดตามข่าวสารทั้งวัน จนกระทั่งเมื่อเช้าตื่นมาตี 5 ได้ทราบข่าวว่าทางสำนักพระราชวังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จึงรีบเดินทางมาถึงตั้งแต่ 07.00น.

"วันนี้ป้ามาคนเดียว มาเพราะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงพระกรณียกิจมากมายเพื่อพสกนิกรชาวไทย  ภาพติดตาคือพระองค์ทรงลำบากทำงานเพื่อประชาชนมาตลอด วันนี้ จึงตั้งใจมาส่งพระองค์ท่าน และตั้งใจว่าเสร็จงานการถวายน้ำสรงช่วงเช้า จะรอขบวนช่วงบ่ายด้วย"

ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพที่ศาลาสหทัยฯ ระบอบ ช่างการ

 

ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพที่ศาลาสหทัยฯ บัณฑิตา เหตานุรักษ์

ด้าน บัณฑิตา เหตานุรักษ์ นักศึกษาปี 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลือกสวมชุดนิสิตมาร่วมถวายน้ำสรง แม้วันนี้จะไม่ต้องไปเรียน เพราะเห็นว่า เป็นชุดที่เหมาะสมที่สุด เธอบอกว่า ติดตามข่าวพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9มาตลอด อดรู้สึกใจหาย และ เศร้าใจไม่ได้เมื่อทราบข่าวเมื่อวานนี้ วันนี้จึงตั้งใจมาถวายความจงรักภักดี

"แม้จะไม่มีโอกาสได้เห็นพระองค์ท่าน แต่รับรู้ ในสิ่งพระองค์ท่านทำมาตลอด ประเทศไทยเรามีวันนี้ได้ก็เพราะท่าน เคยคิดมาตลอดว่า อยากไปเฝ้าพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราชแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไป  สำหรับคำสอนของพระองค์ท่านที่ยึดถือไว้ในใจไม่ลืม คือ ต้องเป็นคนดี รักประเทศ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องรู้รักสามัคคี"

ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพที่ศาลาสหทัยฯ นิธิวีร์ ว่องแพร่วิทย์

ขณะที่ นิธิวีร์ ว่องแพร่วิทย์ พนักงานฟรีแลนซ์ที่วันนี้นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ใส่กรอบมาด้วย กล่าวว่า ไปติดตามข่าวพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราชมา 2 วัน ไปร่วมสวดมนต์ถวายพระองค์ท่านเมื่อวานถึงจะมีข่าวลือทุกวัน แต่ทุกคนก็ยังจับมือให้กำลังใจ พร้อมใจกันสวดมนต์ จนกระทั่งมีแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง บรรยากาศรอบตัวก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศก

"ท่านเป็นยิ่งกว่าเทวดา พระโพธิสัตว์ท่านทรงเก่งในทุกอย่าง ท่านทรงงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่เด็กเราได้รับรู้พระราชกรณียกิจของไทยผ่านทางโทรทัศน์ แต่ก็ไม่อาจไม่เข้าใจมากนัก จนพอโตมาได้ศึกษาถึงสิ่งที่ท่านทรงทำได้มีโอกาสไปเรียนรู้โครงการในพระราชดำริของท่าน แม้จะเป็นโครงการเล็กๆของท่านบนนดอย แต่พอไปเห็นของจริง เรารู้เลยว่ามีปัญหาที่ยากขนาดไหน แต่ท่านทรงพัฒนาและแก้ไปัญาต่างๆมากมายได้อย่างไร สำหรับเราท่านเป็นแรงบันดาลใจในชีวิต ไม่มีพระมหากษัตริย์ไทยองค์ไหนจะทำเพื่อพสกนิกรขนาดนี้ ท่านทรงงานเหน็ดเหนื่อย จนทรงประชวรก็เพื่อคนไทย เราทำนิดเดียวก็เหนื่อยแล้ว แต่ท่านเดินทางไปทั้งประเทศเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลไหนเลยที่เราจะไม่รักท่าน"

นางละอองดาว มั่นยืน อายุ 53 ปี อาชีพทำธุรกิจส่วนตัว ชาวกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าเมื่อวานนี้ติดตามข่าวพระอาการประชวรตลอดทั้งวัน แต่เมื่อมีแถลงการณ์สำนักพระราชวังออกมา ยังไม่ได้ฟังรายละเอียด ก็รู้ว่าเกิดเหตุร้ายแล้ว รู้สึกทำใจไม่ได้ นอนไม่หลับทั้งคืน

"พอทราบว่า สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนได้เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพตอนตี 4 ก็นั่งรถเมล์มาถึงสนามหลวงเวลาตีห้ากว่าๆก็นั่งรออยู่ด้านหน้า แล้วก็ได้เข้าแถวรอเป็นอันดับต้นๆ ความรู้สึกของดิฉันคือเร็วเกินไป ไม่เชื่อหูตัวเองบอกเป็นไปไม่ได้ นึกว่าถ้าเรามีบุญพอขอตายแทนพระองค์ อยากตายก่อนท่าน ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้"

ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพที่ศาลาสหทัยฯ ธัญดา อุดหนุนสมบัติ และ ศุภมาศ ปิ่นสำอาง

ด้านสองพี่น้อง ธัญดา อุดหนุนสมบัติ อายุ 62 ปี และ ศุภมาศ ปิ่นสำอาง อายุ 65 ปี เจ้าของร้านอาหารครัวจันทนา เม่งจ่าย มาพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวราว 10 คน พอรู้ข่าวให้ประชาชนมาถวายสรงน้ำพระบรมศพได้ ตอนเช้าก็รีบมาเลย ตนเองรู้สึกช็อก ทำใจไม่ได้ รู้ข่าวก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ตนเองและพี่สาวเคยเฝ้าในหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ และสมเด็จพระเทพฯ ตอนพระองค์เสด็จมาทำบุญที่ ร.พ.จุฬาฯ อีกครั้งคือ เมื่อครั้งได้เข้าเฝ้าถวายเงินตามพระราชอัธยาศัย แด่สมเด็จพระเทพในวังสวนจิตร เพื่อให้พระองค์ได้นำเงินไปใช้จ่ายตามโครงการตามพระราชดำริต่างๆ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน