
พสกนิกรแต่งชุดดำจับจองพื้นที่ตลอดเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ
พสกนิกรแต่งชุดดำ สวดบทพระพุทธมนต์ เพื่อพ่อหลวงที่รพ.ศิริราช ขณะที่ ตลอดเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ จนท.ปิดการจราจรโดยรอบ
พสกนิกรแต่งชุดดำ สวดบทพระพุทธมนต์ เพื่อพ่อหลวงที่รพ.ศิริราช ขณะที่ ตลอดเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ จนท.ปิดการจราจรโดยรอบ
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 14 ต.ค. บรรยากาศที่โรงพยาบาลศิริราช บริเวณด้านหน้าอาคารศาลาศิริราช 100 ปี เริ่มมีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่สำหรับเฝ้ารอการเคลื่อนพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยประชาชนร่วมกันแต่งกายด้วยชุดสีดำ และพร้อมใจนั่งสวดพระพุทธมนต์
นางบุญชื่น เปล่งมณี เจ้าของธุรกิจส่วนตัวเปิดเผยว่า ทันทีที่มีแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังถึงการสวรรคต หัวใจสลายในทันที พยายามนอนเท่าไหร่ก็ข่มตาไม่หลับ จึงอาบน้ำเดินทางมาที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน แล้วมาหาที่จับจองนั่งเฝ้าเพื่อหวังว่าจะได้ส่งเสด็จในหลวง อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยทุกคน
นายณัฐพัชร์ สุขเอี่ยม พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก น้ำตาไหลตลอด เสียใจจนไม่สามารถหาคำใดมาเปรียบได้ แม้วันนี้จะต้องไปทำงานต่อแต่เช้านี้ขอมาสวดมนต์เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ได้ และหลังจากนี้จะน้อบรับพระราชดำรัสคำสอนของพระองค์เรื่องความพอเพียง การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อบ้านเมืองตลอดไป
จากนั้นเวลา 06.45 น. พระสุวิทย์ธีรธัมโม หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อยธรรมอิสระ ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เดินทางมาร่วมกับประชาชน นำสวดบทพระพุทธอย่างพร้อมเพรียง
เวลาประมาณ 08.00น. พสกนิกรผู้จงรักภักดีพร้อมใจสวมชุดสีดำทยอยเดินทางมาหน้ารพ.ศิริราช และทยอยมาอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่ด้านหน้ารพ. เพื่อน้อมส่งเสด็จพระบรมศพหัวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
นางประยูร แววอุไร ราษฎรวัย 74 ปี กล่าวว่า ตนและครอบครัวติดตามข่าวพระอาการพระองค์ท่านจากข่าวทุกช่องทางเป็นประจำ เมื่อทราบข่าวการสวรรคตก็จุกที่คอ เสียใจที่ไม่ได้มาสวดมนต์ให้พระองค์ท่านเมื่อวานนี้ แต่เนื่องจากสุขภาพไม่ดี แต่ครั้งนี้ต้องขอให้ลูกๆ พามาเพื่อน้อมส่งพ่อของเรา
นายณรงค์เดช บุญวงศ์ วัย 38 ปี ประชาชน อ.แม่ไจ จ.พะเยา กล่าวว่า เดินทางมาถึงรพ.ตั้งแต่เวลา 05.00 ตนทราบข่าวจากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง และรีบเดินทางมาที่นี่ทันที โดยเดินทางมาคนเดียว
"ในครั้งแรกผมรู้สึกตกใจ เสียใจมาก หัวใจสลายแต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ามาน้อมส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย ผมเชื่อมโยงกับพระองค์ท่านด้วยแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ แม่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนพะเยามีน้ำป่าไหลหลากทุกปี จนชาวบ้านอพยพไปทำกินในจังหวัดอื่นหมด แต่เมื่อมีพระราชดำริให้สร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปืม ในปีพ.ศ. 2525 เราก็ไม่เจอน้ำป่าและไม่มีใครย้ายถิ่นฐานอีกเลย โดยส่วนตัว ผมเคยทำงานรับเหมาทำเฟอร์นิเจอร์มาก่อน แต่ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงไปด้วยการกลับมาทำงานเป็นเกษตรกรที่บ้านเกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้วผมเลิกดื่มเหล้า และมีชีวิตที่ดีขึ้นจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน เมื่อสิ้นพระองค์ท่านแล้ว แต่พระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังแผ่ไพศาลและคอยปกป้องคุ้มครองคนไทยอยู่ทุกแห่งหน ผมในฐานะที่เป็นเกษตรกร จะนำความรู้ที่มีไปเผยแพร่ต่อ สืบทอดตามแนวทางของในหลวง นำศาสตร์ของพระราชาช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่อไป ผมจะทำให้ดีที่สุดจนสิ้นชีวิตของผม" นายณรงค์เดช กล่าว
ด้านนางทองคำ ทองสง่า อายุ 79 ปี กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนพร้อมคนไทยทุกคนต่างรู้สึกเช่นเดียวกันคือหัวใจสลาย จากที่เคยติดตามข่าวในพระราชสำนัก เคยเฝ้ารับเสด็จเมื่อแปรพระราชฐาน ต่อไปก็จะเหลือเพียงพระบรมฉายาลักษณ์ และเรื่องราวของพระองค์ท่านเล่าสู่ลูกหลานฟังเท่านั้น
"สิ่งที่ประชาชนไทยทำได้ตอนนี้คือร่วมน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ทำหน้าที่ในฐานะพสกนิกรของพระองค์ให้ดีที่สุด ปฏิบัติตามคำสอนคำตักเตือนของพระองค์ท่าน สำหรับยายแล้วในหลวงรัชกาลที่ 9 คือที่สุดของชีวิต ท่านดูแลลูกๆ คนไทยทุกคนไม่เลือกยากดีมีจน ไม่เลือกชั้นวรรณะ ศาสนา เป็นคนดีที่ไม่รู้จะหาอะไรมาเปรียบได้แล้ว วันนี้อยากให้คนไทยเป็นคนดี และรักกันตามคำสอนของท่าน ท่านจะได้สบายพระราชหฤทัย" นางทองคำ กล่าวทั้งน้ำตา
ทั้งนี้ บรรยากาศทั่วไปของรพ.ศิริราช พบว่ามีประชาชนจำนวนมากต้องการเข้าไปภายในรพ. แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอนุญาตให้เฉพาะผู้ป่วยที่มีใบนัดวันนี้เข้าเท่านั้น โดยยังเปิดรักษาตามปกติ
ขณะที่ บริเวณโดยรอบพื้นที่ ยังคงมีทหาร ตำรวจ ดูแลความเรียบร้อยโดยทั่วบริเวณ ซึ่งบริเวณประตูด้านหลังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาล เข้ามาปฏิบัติงานเท่านั้น ส่วนประชาชนทั่วไปให้ไปรอรับส่งเสด็จฯ บริเวณประตู 8 และตลอดแนวถนนวังหลัง ถนนอรุณอมรินทร์ ข้ามสะพานปิ่นเกล้า และถนนราชดำเนิน
ด้าน บริเวณสะพานอรุณอมรินทร์ ต่อเนื่อง แยกอรุณอมรินทร์ ประชาชนจำนวนมากแต่งกายด้วยชุดขาวดำทยอยเดินทางมาที่โรงพยาบาลศิริราช พร้อมจับจองพื้นที่บริเวณทางเท้าทั้งสองฝั่ง เพื่อเฝ้ารอการเคลื่อนพระบรมศพในช่วงบ่ายวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ตลอดเส้นทาง
ขณะที่ การเคลื่อนพระบรมศพของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยออกจากประตู 8 ของโรงพยาบาลศิริราช (ประตูน้ำ) เลี้ยวขวาแยกศิริราช ขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำอรุณอัมรินทร์ เลี้ยวขวาอีกครั้งที่แยกอรุณอัมรินทร์ เพื่อขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จากนั้น เลี้ยวขวาเมื่อถึงถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาเลาะไปตามพระบรมมหาราชวัง สุดท้าย เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าประตูเทวาภิรมย์
ทั้งนี้เวลา 09.00 น. จะปิดการจราจรโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ถ.อรุณอัมรินทร์ ถ.สุทธาวาส ถ.พรานนก ถ.อิสรภาพ และถ.หน้าพระลาน หน้าพระบรมมหาราชวัง







